
ดร.ทวีเกียรติ รองสวัสดิ์ ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งชาติ และบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง เปิดเผยกับอมรินทร์ทีวี
มีการชี้แจงเรื่องข้อความในแอปพลิเคชั่น Line ทั้งเรื่องข้อความ “สื่อเฮงซวยยย” ที่มีบริบทต้องการจะสื่อถึงสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวไม่ผ่านการคัดกรอง ในประเด็นที่พูดคุยกัน ไม่ได้มุ่งสื่อถึงสื่อมวลชนวิชาชีพ โดยรวม
ซึ่งนายทวีเกียรติ ได้เปิดเนื้อหาการพูดคุยก่อนหน้านี้ ว่ามีบุคคลหนึ่งในกลุ่ม LINE พิมพ์เข้ามาว่า
“เท่าที่ผมประชุมบอร์ดประกันสังคมมายังไม่เคยมีครั้งไหนต้องโหวตนะครับแต่ก็เห็นในสื่อมวลชนนำเสนอว่าแพ้โหวตในที่ประชุมหกตอน 15 ครับ สื่อมวลชนที่ไม่มีคุณภาพน่าจะนำเสนอผิดนะครับ”
นายทวีเกียรติจึงพิมพ์ไปให้กำลังใจว่า “พี่ให้กำลังใจน้อง…..มากๆๆๆครับ สื่อเฮงซวย “
ข้อความที่ระบุไม่ถึงเรื่องการทวงบุญคุณ ซึ่งข้อความระบุ “จำใส่กะโหลก“เป็นการพูดถึง คนที่นำข้อมูลในไลน์กลุ่มไปให้ผู้อื่นผู้เผยแพร่ต่อ ซึ่งมีเจตนาชี้นำทำให้ คนเข้าใจผิด หาว่าทวงบุญคุณผู้ประกันตน โดยคนเผยแผ่ข้อความ นำข้อความตัดตอนเฉพาะตรงนี้ออกจากไปนำเสนอ
นอกจากนี้นายทวีเกียรติ ยังให้ดูว่าในบริบทข้อความที่พูดคุยกันนั้นยังพิมพ์ข้อความให้กำลังใจว่ารักน้องๆ ราชการทุกคน รวมถึงลูกจ้างทุกๆคน แต่ท่อนนี้ไม่ถูกแคปไปนำเสนอเลย
ส่วนประเด็นที่พาดพิงถึงพิธีกรข่าวสำนักหนึ่งนั้นเป็นเพราะว่า มีผู้สื่อข่าวของสำนักดังกล่าว ได้ส่งข้อความผ่าน LINE ส่วนตัวของตนเอง จึงได้ตอบไป ตามข้อความในแชต และที่ต้องพูดถึงชื่อพิธีกรข่าวเพราะเป็นผู้บังคับบัญชาของผู้สื่อข่าวคนที่แชตไลน์มาหาตนเอง ซึ่งตนเองได้ตอบข้อความไปตอน ตี 4 ครึ่ง ของวันที่ 24 มกราคม และยังได้ก๊อบปี้ข้อความนี้ส่งไปในกลุ่มไลน์บอร์ดประกันสังคมด้วย ให้คนในกลุ่มได้เห็นว่าตนเองตอบนักข่าวไปอย่างไร เพียงเท่านั้น และข้อความนี้ก็ถูกแคปออกไปจากกลุ่มอีกและไปนำเสนอตามโซเชียลมีเดีย
ดร.ทวีเกียรติ ยืนยันว่าข้อความที่ปรากฏในสนทนาภายในกลุ่มปิดเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา เป็นการพูดคุย เพื่อให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ในการทำงาน แต่สิ่งที่ถูกนำไปเผยแพร่คือการ ตัดตอนเพียงบางส่วนเท่านั้น ออกจากบริบททั้งหมด เจตนาทำให้สังคมเข้าใจผิดและคลาดเคลื่อน ยืนยันมีหลักฐานแชทฉบับเต็มตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ได้มีเจตนาวิพากษ์วิจารณ์สื่อ หรือสื่อมวลชนในภาพรวม
ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวหาว่า ตนเองดูหมิ่นหรือทวงบุญคุณผู้ประกันตน ยืนยันเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ข้อความสื่อถึงบุคคลที่นำแชตไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ในแชตฉบับเต็ม ตนเองมีการพูดถึงพี่น้องผู้ประกันตนทั้งหลาย ในเชิงบวกอย่างชัดเจนและถูกต้อง จึงมองว่าคนที่เอาไปพูดทำ เพื่อสร้างกระแสในแง่ลบ และทำให้ตนเองขาดความเชื่อมั่น
จึงขอย้ำว่า ในหลักการเงินของประกันสังคมนั้น ยังอยู่ครบถ้วนทุกประการ และการดูและสิทธิประโยชน์เป็นหน้าที่ของบอร์ดประกันสังคม ไม่ใช่เป็นการทวงบุญคุณ ตนเองเข้ามาทำงานด้วยความเป็นกลาง ไม่สังกัดพรรคการเมืองใดๆ ยึดหลัก เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ท้ายที่สุดจึงอยากขออภัยในความไม่สบายใจ แต่ยืนยันว่าจะทำหน้าที่อย่างเป็นกลางและด้วยความโปร่งใส เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตนและของทุกคน
สุดท้ายก็อยากจะฝากถึงสื่อมวลชนขอให้ประเด็นเรื่องที่นำเสนอ ขอให้ถูกต้องและชัดเจน อย่าตัดตอนส่วนใดส่วนหนึ่ง
ส่วนสื่อที่บอกว่า ตนเองอายุ 80 ปีนั้น ขอยืนยันว่าอายุ 75 ปี มีความรู้ ความสามารถ โปร่งใสและชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายแรงงาน ซึ่งผมได้เป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานมา 2 สมัย ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎไทย และในต่างประเทศผมได้รับรางวัลสูงสุดในการบริหารจากต่างประเทศองค์กร 200 กว่าประเทศทั่วโลก ได้รับรางวัลบริหารดีเด่น 1 ใน 10 เท่านั้น
เมื่อถามถึงกรณีแชตหลุดต่างๆ และการที่ท่านเอ่ยถึงอาจารย์ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี บอร์ดประกันสังคมตัวแทนผู้ประกันตน เกี่ยวข้องกันอย่างไรนั้น นายทวีเกียรติ ตอบว่า "ประเด็นนี้ที่ตนเองได้พูดในการประชุมที่ผ่านมา ข้อความที่เขานำมาเสนอเป็นข้อความที่เราพูดกันในกลุ่มของบอร์ด แต่คนที่อยู่ในกลุ่ม เป็นคนเอาออกมาให้สื่อ แต่ขอไม่พาดพิงว่าใคร แต่จากการดูในแชท และที่เอ่ยชื่อถึงเขาก็เป็นบอร์ด อยู่ในนั้นด้วย"
ส่วนประเด็นเรื่องประกันสังคมนี้ มองว่าเข้าข่ายเป็นเครื่องมือของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งหรือไม่ นายทวีเกียรติ ระบุว่า "ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ เพราะมันจะไปกระทบการเมือง ยืนยันว่าในบอร์ดนี้ เราไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ขอให้สื่อทุกท่านได้ไปวินิจฉัยพิจารณาเอาว่าเป็นอย่างไร"
เมื่อถามถึงการปฎิรูปปรับโครงสร้างประกันสังคม ซึ่งท่านเป็นหนึ่งในกรรมการ แต่จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น มันจะเกิดข้อครหาหรือจะโปร่งใสหรือไม่
นายทวีเกียรติ ตอบว่า "โปร่งใส เพราะถ้าเข้าไป ตนเองอยู่ในกระทรวงแรงงานในฐานะประธานสภาองค์การนายจ้างตามระบบของกฎหมาย ของสำนักแรงงานสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องแรงงานระหว่างประเทศ ประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็นสมาชิกขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ดังนั้นถ้าหากคนที่จะเข้าไปในบอร์ดคณะนี้ ถ้าไม่มีความรู้ เขาก็จะไปพูดในสิ่งที่ผิดๆ ซึ่งประเทศไทยเราต้องสื่อสารต่างๆ ทั้งในการค้าขาย เรื่องแรงงานต่างๆ"
เมื่อถามย้ำว่าหวั่นใจหรือไม่กับการไปนั่งเป็นหนึ่งในกรรมการด้วย จากกระแสข่าวที่ผ่านมา นายทวีเกียรติ ย้ำว่า "เราพูดตรงไปตรงมา และเราไม่ได้เป็นนักการเมือง ในบอร์ดนี้จะเห็นว่ามีคนเอาข่าวออกไป แล้วก็ไปสมัคร สส. บางคนก็ไปเป็นปาร์ตี้ลิสต์บ้าง แต่ฝ่ายนายจ้างไม่มี"
เมื่อถามถึงประเด็นการเพิ่มสิทธิให้ต่างด้าวเข้ามาเป็นบอร์ดประกันสังคม หลังทีมประกันสังคมก้าวหน้า เสนอประเด็นนี้ขึ้นมานั้น นายทวีเกียรติ ตอบว่า "พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 เป็นกฎหมายของกรมการจัดหางาน (DOE) และกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวข้องกับสำนักงานประกันสังคมด้วย ดังนั้นถามว่าเห็นด้วยในการเอาคนต่างด้าวเข้ามา อยากถามกลับว่าท่านเห็นด้วยหรือไม่ เพราะในกฎหมายเค้าเขียนไว้แล้วชัดเจนว่าเฉพาะคนไทยเท่านั้น มันดูดีหรือไม่ว่าคนต่างด้าวนั้นเหมาะสมเข้ามา เวลาเข้าไปนั่งในบอร์ดพูดจาชัดเจนหรือไม่ และประวัติเขาเป็นอย่างไร เพราะไม่ได้มีถิ่นฐานในเมืองไทย"
ส่วนกรณีที่มีการศึกษาเอาประกันสังคมออกนอกระบบ ซึ่งเคยศึกษามากว่า 2 รอบแล้ว เรื่องนี้ติดปัญหาอย่างไร ในอนาคตจะเป็นไปได้หรือไม่ นายทวีเกียรติ บอกว่า "เรื่องออกนอกระบบ เรื่องนี้ยังไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ เพราะมันเกี่ยวข้องกันระหว่างประเทศ ส่วนความเป็นไปได้หรือไม่ ยังตัดสินใจไม่ได้ เป็นเรื่องในอนาคต"
เมื่อถามว่าการเปลี่ยนระบบการเลือกบอร์ดประกันสังคม จากเดิม 1 เสียง เลือกได้ 7 คน เปลี่ยนเป็น 1 เสียง เลือกได้ 1 คน มองอย่างไร นายทวีเกียรติ ระบุว่า "การเลือกตั้งแบบ 1 ต่อ 7 หรือ 1 ต่อ 1 นั้น ประธานฝ่ายเรื่องนี้เขาได้ชี้แจงในบอร์ดแล้ว ทั้งฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายลูกจ้าง เราอยากจะเข้าไปมีส่วนร่วม แต่เราเคารพในกฎหมาย เราเป็นผู้ได้เสียกับบอร์ดชุดกฎหมายเลือกตั้งนี้ จึงไม่เป็นธรรมกับการเลือกตั้งในสมัยหน้า ดังนั้นพวกเราไม่ได้เข้าไปอยู่ในบอร์ดตรงนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามคณะกรรมการเขาจะตัดสินใจอย่างไร ตนเองรับฟังเสียงส่วนมาก"
เมื่อถามถึงการใช้เงินกองทุนประกันสังคม ไปทำปฏิทิน ตัดสูท หรือบินเฟิร์สคลาสนั้น คุ้มค่าหรือเหมาะสม ได้ประโยชน์หรือไม่นั้น นายทวีเกียรติ ตอบว่า “เรื่องนี้มันเป็นมาหลายสมัยแล้ว ตนเองเพิ่งมาอยู่ในบอร์ดประกันสังคมเป็นครั้งแรก เพียง 2 ปีเท่านั้น การนำเงินไปใช้เป็นนโยบายของสำนักงานประกันสังคม เอามาให้บอร์ดอนุมัติและเมื่อบอร์ดอนุมัติไปแล้ว ก็ต้องดำเนินการตามโครงสร้างนั้น จึงมองว่าเป็นประโยชน์และคุ้มค่า”
ยืนยันตนเองไม่ได้นั่งบินเฟิร์สคลาส เพราะเราเป็นบอร์ด กฎหมายเขากำหนดไว้แล้วจากสำนักนายกฯ ว่าการเดินทางไปต่างประเทศ เดินทาง 6 ชั่วโมง ต้องนั่งธรรมดา แต่ถ้านั่งเกิน 9 ชั่วโมง ก็อาจจะนั่งสูงขึ้นไปนิดนึง ส่วนปากกาปาร์คเกอร์ เคยได้จริง ก็เขียนลื่นดี ได้ประโยชน์และได้ใช้อยู่ ซึ่งเรื่องนี้ทางสำนักงานประกันสังคม และปลัดกระทรวงรายงาน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ชี้แจงไปแล้ว ทุกครั้งที่ชี้แจงครบถ้วนกระบวนการ แต่ข่าวที่ออกไปสื่อสารกันผิดหมด
อย่างไรก็ตามเมื่อถามทิ้งท้ายว่าหลังจากนี้จะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับใครหรือไม่หลังจากนี้ นายทวีเกียรติ ตอบว่า “ขอให้เป็นเรื่องของทางฝ่ายกฎหมายพิจารณา พร้อมฝากถึงสื่อมวลชนด้วยความสัตย์จริง ผมไม่ได้สื่อสารถึงภาพรวมสื่อ ผมสื่อสารถึงคนที่เอาข่าวตรงนั้นไปออกสื่อว่าเขาไม่ควรทำแบบนี้ และผมขอโทษในส่วนที่สื่ออื่นๆ ที่ไม่ได้รับทราบหรือรู้เรื่อง เข้าใจผิดไปด้วย ผมขอโทษในสื่อเหล่านั้น”
Advertisement