
(6 ม.ค. 2569) เวลา 10.00 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ประจำวันที่ 6 มกราคม 2569 เกิดอุบัติเหตุ 142 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 155 คน ผู้เสียชีวิต 19 ราย สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วัน ของการรณรงค์ (30 ธ.ค. 2568 - 5 ม.ค. 2569) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,511 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 1,464 คน ผู้เสียชีวิต รวม 272 ราย สั่งการทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการดำเนินการเชิงรุก เน้นลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนทั้งคน พาหนะ ถนน และสภาพแวดล้อม ทั้งส่วนกลาง พื้นที่ และชุมชน ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึก สื่อสารความตระหนักรู้เรื่องวินัยจราจร และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อนำบทเรียนไปวางแผนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปีให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน ซึ่งศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569
โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 5 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่เจ็ดของการรณรงค์ "ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ"
สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่
ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่
โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่
จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่
จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่
สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วัน (30 ธ.ค. 68 - 5 ม.ค. 69)
จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสงคราม หนองบัวลำภู อุทัยธานี แพร่ และสตูล
นายชัยวัฒน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า สถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน (30 ธ.ค. 68 - 5 ม.ค. 69) พบว่า ตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ลดลงเมื่อเทียบกับเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นทิศทางที่ดีขึ้นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจำนวนผู้เสียชีวิตจากพฤติกรรมเสี่ยงหลัก พบว่า การขับรถเร็วยังเป็นพฤติกรรมเสี่ยงหลักที่ทำให้เสียชีวิต รวมถึงการดื่มแล้วขับ ตัดหน้ากระชั้นชิด การขับรถย้อนศร ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
ศปถ. จึงสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับส่วนกลางและพื้นที่ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อให้สามารถลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ และลดอัตราผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตได้จริง และเน้นย้ำให้จังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ในช่วงเทศกาลและวันหยุดเท่านั้น แต่ต้องเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งยังเป็นกลุ่มช่วงอายุที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง
ในส่วนของการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนน บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ได้มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ทายาทผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากเกิดเหตุ ซึ่งเป็นผู้มีประกัน พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ ได้รับการคุ้มครองและเยียวยาตามสิทธิ์ 58.65% และอีก 41.35% ไม่มีประกัน พ.ร.บ. ทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและการสูญเสียทั้งหมดตกอยู่กับครอบครัวโดยตรง ซึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมักเกิดใกล้บ้านบนทางที่คุ้นเคย
ขณะที่ ศปถ. ได้วางแผนบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะเกิดขึ้นในระยะถัดไป ทั้งการบูรณาการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ที่ระดมทุนจากการประมูลเลขทะเบียนสวย เพื่อนำมามาสนับสนุนโครงการและกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน และช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน ไม่ว่าจะเป็น การจัดหาป้ายเตือน อุปกรณ์นิรภัย จัดโครงการรณรงค์ เพื่อให้การทำงานด้านความปลอดภัยทางถนนในระดับมีผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มความเข้มข้นการการทำงานในพื้นที่ ซึ่งอำเภอ ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรร่วมกันขับเคลื่อนเดินหน้าเรื่องความปลอดภัยทางถนนให้เป็นกิจกรรมสำคัญ โดยเริ่มต้นที่การแก้ไขเสี่ยงระดับชุมชน และขยายผลให้กว้างขึ้น ซึ่งจะทำให้การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของประเทศ
"การควบคุมเข้มข้น 7 วัน ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ ศปถ. ขอส่งคำขอบคุณไปยังทุกจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ จิตอาสา และอาสาสมัครทุกท่าน ที่ได้มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละวันหยุด ร่วมมือและร่วมใจเป็นพลังสำคัญในการปฏิบัติงาน เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยความปลอดภัย และมีความสุขตลอดช่วงเทศกาล และขอให้สิ่งที่เราได้ร่วมกันดำเนินการเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ที่จะช่วยให้ประเทศไทยเป็นเมืองที่น่าอยู่ ถนนทุกสายสัญจรปลอดภัยอย่างยั่งยืน และขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยสื่อสารการสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นตลอดในห้วงที่ผ่านมา และถึงแม้การเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและสร้างการสัญจรที่ปลอดภัยให้ทุกการเดินทางของประชาชนมีแต่ความสุขและความปลอดภัยตลอดทั้งปี" นายชัยวัฒน์ กล่าว
ด้าน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า "แม้สถิติการเกิดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต จากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงปีใหม่ 2569 จะลดลง แต่ ศปถ. ขอให้จังหวัดขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนโดยใช้กลไกของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนในทุกระดับ ควบคู่ไปกับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความตระหนักในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย อาทิ การตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะ การขับขี่ยานพาหนะอย่างถูกต้อง และการจัดทำประกันภัย เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้ขับขี่ให้มีจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัยทางถนน ซึ่งจะช่วยสร้างความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างยั่งยืน
ที่สำคัญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจังหวัดจะต้องถอดบทเรียนการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ในทุกมิติ เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการการดำเนินงานแก้ไขปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และนำแนวทางการปฏิบัติงานของอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการเสียชีวิต มาเป็นต้นแบบในการปฏิบัติงาน รวมถึงให้บูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชน จิตอาสา และอาสาสมัคร ขับเคลื่อนการดำเนินการเชิงรุกเพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนต่อเนื่องตลอดทั้งปี
นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปีช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 ได้มีข้อเสนอแนะเพื่อให้การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยมีประสิทธิภาพยิ่ง ๆ ขึ้น โดยย้ำการดำเนินการ 8 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) ด้านการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนน 2) ด้านถนนและการสัญจรอย่างปลอดภัย 3) ด้านยานพาหนะปลอดภัย 4) ด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย 5) ด้านการตอบสนองหลังเกิดเหตุ 6) ด้านการบริหารจัดการข้อมูลและติดตามประเมินผล 7) ด้านความปลอดภัยทางถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ด้านการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกและความตระหนักในการใช้รถใช้ถนน ที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องและจริงจัง พร้อมทั้งจะนำสรุปข้อสังเกตจากการประชุมฯ จัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ท้ายนี้ ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกคนให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความปลอดภัยทางถนน โดยเริ่มต้นจากการไม่ทำพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการไม่สวมหมวกกันน็อค ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย การขับรถเร็ว การดื่มแล้วขับ ตลอดจนการเพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน ขับรถตามกฎจราจร และมีน้ำใจกับผู้ร่วมใช้เส้นทาง เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน"
Advertisement