
วันที่ 1 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์การสู้รบ ระหว่างกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) กองพลที่ 6 กับ ฝ่ายทหารเมียนมา กองพล22 ที่บ้านมินละป่าน อ.เมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ตรงข้ามบ้านแม่โกนเกน หมู่ที่4 ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ยังระอุ และรุนแรงมาก
โดยทั้งสองฝ่ายได้ยิงกันด้วยอาวุธปืน ค.60 และอาวุธปืน ค.120 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา จนถึงตลอดคืนที่ผ่านมา มีเสียงปืนก้องถึงเมืองแม่สอด นอกจากการยิงกันแล้ว ทหารเมียนมาใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ทิ้งระเบิดเป็นระยะๆ บริเวณพื้นที่ฐานที่มั่นป่าสัก บ้านมินลาป่าน ต่อมาทหารเมียนมาได้พยายามนำกำลังเข้าโจมตี ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้มีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้ใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ทิ้งระเบิด และทำการยิงอาวุธหนักเป็นระยะๆ เข้ามายังบริเวณพื้นที่ ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายยังคงมีการปะทะกันอยู่ แต่ไม่ทราบผลการสูญเสีย และไม่มีผลกระทบต่อฝั่งไทย
ด้านกองกำลังนเรศวรได้ปิดท่าข้ามทุกจุด เพื่อไม่มีมีการข้ามไปมาระหว่างประชาชนและกลุ่มอื่นๆ ในช่วงสถานการณ์การสู้รบเป็นเวลา 7 วัน ยกเว้นการไปมาได้ตามปกติ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทยเมียนมาแห่งที่1 บ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด
อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร และนายสัญญา เพชรเศษ นายอำเภอแม่สอด พร้อมด้วยปลัดอำเภอได้อยู่ในพื้นที่ตลอด โดยให้ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร และตำรวจตะเวนชายแดน กองร้อย ตชด.ที่346 อ.แม่สอดตรึงกำลังตามแนวชายแดน และพร้อมที่จะตอบโต้ด้วยกระสุนปืนสังหารไปยังเมียนมาทันที หากยังมีกระสุนจากการสู้รบล้ำแดนเข้ามาตกในเขตไทย เพราะเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 68 มีกระสุนปืน ค. จากการสู้รบในฝั่งเมียนมาล้ำมาตกในเขตไทย 5 นัด ทำให้มีชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่กับคนไทยได้รับบาดเจ็บ 2 คน
Advertisement