
วันนี้วันที่ 2 พ.ย.68 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ไปเกาะติดสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา หลังจากมีกระแสข่าวว่าปราสาทตาควายตกเป็นของเขมร ในขณะที่ชาวบ้านและทหารบาดเจ็บและเสียชีวิต จากการรบในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา
โดยวันนี้ผู้สื่อข่าวได้ไปพบกับนายสุธี บุญแต่ง อายุ 60 ปี (ปู่ของน้องน้ำโขง เหยื่อโดนลูกระเบิด BM-21 ตกใส่บ้าน จนทำให้น้องน้ำโขงเสียชีวิต)
โดยวันนี้ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยเปิดใจ ปู่น้องน้ำโขง หลังจากที่ไทยมีการสู้รบกับเขมร ซึ่งการสู้รบในครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตและทหารบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด บริเวณพื้นที่ชายแดนปราาสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย แต่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นทำให้ชาวไทยเกิดข้อสงสัยและตั้งคำถามว่า คนที่เสียสละปกป้องผืนแผ่นดินไทยได้อะไรจากการสู้รบในเมื่อไทยยกปราสาทตาควายให้เขมร
นายสุธี บุญแต่ง อายุ 60 ปี (ปู่น้องน้ำโขง) เล่าว่า จากเหตุการณ์ไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา วันที่ 24 ก.ค.68 ที่ผ่านมา โดยหลังจากที่ทราบว่าปราสาทตาควายตกอยู่ในกำมือเขมรก็รู้สึกเสียใจ เพราะปราสาทตาควายเป็นของไทยและไทยเราก็ครอบครองมาแล้วตั้งนาน ซึ่งตนเองก็ไม่เห็นด้วยกับการยกปราสาทตาควายให้เขมร และอยากให้ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ปราสาทตาควายของเราคืนมา ตอนนี้รู้สึกอึดอัดใจ ไม่สบายใจ โดยเขมรยิงระเบิด BM-21 มาใส่เราก่อน ซึ่งทำให้หลานเสียชีวิต 2 ราย อันนี้ก็หนักหนาสาหัสแล้ว ถ้าเกิดว่าต้องสูญเสียปราสาทตาควายให้เขมร ถ้าเกิดว่ามีความจำเป็นขัดไม่ได้หรืออะไรยังไง ทำไมไม่ยกปราสาทตาควายให้เขมรแต่แรก จะได้ไม่ต้องมารบกัน ทำให้คนไทยต้องมาสูญเสียล้มตายกันเป็นจำนวนมาก จึงอยากวิงวอนไปถึงรัฐบาลไม่ควรยกปราสาทตาควายให้เขมร เพราะเราสูญเสียชีวิตคน ทรัพย์สิน และดินแดน
Advertisement