
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ หลังมีข่าวระบบตู้แช่สินค้าในยุโรปถูกโจมตีทางไซเบอร์ว่า เป็นเรื่องที่ต้องแจ้งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ โดยหน่วยงานของไทยที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งมีหน่วยงานด้านเทคโนโลยี รวมถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จะต้องร่วมกันดูแลไม่ให้เกิดการแฮกหรือใช้เทคโนโลยีทางไซเบอร์สร้างความเสียหายแก่หน่วยงานต่างๆ ของไทย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กำลังเฝ้าระวังสถานการณ์ดังกล่าวอยู่ ซึ่งไทยต้องติดตามและศึกษาปัญหาต่อไป โดยเหตุการณ์ที่นำมาแจ้งให้ ครม. รับทราบในช่วงเช้า มีการโจมตีระบบตู้เก็บอาหารจนทำให้อุณหภูมิภายในตู้สูงขึ้นเป็นวงกว้าง เกิดขึ้นในหลายภูมิภาค ถือเป็นภัยรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นได้
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ศึกษาว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และจะมีแนวทางป้องกันอย่างไร เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศต้นทางในการส่งออกสินค้าอาหารไปจำหน่ายยังต่างประเทศ จึงต้องพิจารณาเงื่อนไขการชำระเงินและระยะเวลาการให้สินเชื่อทางการค้า (Credit Term) ให้รัดกุม รวมถึงความจำเป็นในการทำประกันภัย เพื่อคุ้มครองผู้ผลิตและผู้ส่งออกของไทย
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการส่งออกสินค้าอาหารและสร้างรายได้ให้กับประเทศ จึงต้องรักษาผลประโยชน์ของผู้ขายด้วย ไม่ใช่เมื่อสินค้าส่งไปถึงปลายทางแล้วกลับมีการกล่าวอ้างว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ทำให้สินค้าไม่ได้มาตรฐานหรือเน่าเสีย จนนำมาเป็นเหตุผลในการปฏิเสธการชำระเงิน ดังนั้น ไทยต้องวางระบบป้องกันและเตรียมรับมือกับภัยคุกคามทางเทคโนโลยีเหล่านี้ โดยเชื่อว่าไม่เกินความสามารถของหน่วยงานไทยที่จะดูแลและปกป้องผู้ประกอบการได้
Advertisement