
วันที่ 3 พ.ย. 69 นาย วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงนโยบายการสนับสนุนให้มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศ ซึ่งจะมีการขึ้นภาษีสรรพสามิตการนำเข้ารถยนต์ EV ว่า ไม่ใช่ภาษีนำเข้า แต่เป็นภาษีสรรพสามิต โดยต้องบอกว่า ประเทศไทยของเรา มาถึงวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า โครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทย ซึ่งมีหลายประเทศเข้ามาสนับสนุน โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ที่มีการสนับสนุนกว่าหลาย 10 ปี จนทำให้ประเทศไทย มีความมั่นคง
แต่ว่าวันนี้มีการแข่งขันในอุตสาหกรรมดังกล่าวขึ้น มีผู้เล่นใหม่เข้ามาก็คือ รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องจับมือกันไป เพราะยามสุขร่วมเสพ ยามลำบากก็ต้องหาวิธีแก้ไข ซึ่งการจะมีมาตรการภาษีสรรพสามิต จะทำให้ผู้ผลิตในประเทศ สามารถแข่งขันขายรถยนต์ได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น เพราะภาษีนำเข้าเมื่อมันไม่มี ก็ต้องใช้ผลประโยชน์ (Offset ) จากตัวอื่น ไม่เช่นนั้นผู้ประกอบการในประเทศก็จะเสียเปรียบกว่าผู้ที่นำเข้ารถยนต์เข้ามา
ส่วนจะสนับสนุนผู้ผลิตในประเทศอย่างไรนั้น นายวราวุธ กล่าวว่า เราจะสนับสนุนให้มีการใช้ชิ้นส่วนรถยนต์ที่ผลิตภายในประเทศ เพราะจุดแข็งของประเทศไทยคือ ซัพพลายเชน หรือผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ที่ประกอบร่างเป็นซัพพลายเชน ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่เฉพาะแค่อุตสาหกรรมรถยนต์ แต่เป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงมีความมั่นใจที่จะมาลงทุนในประเทศไทย และล่าสุดนักลงทุนจากไต้หวันที่มาพบนายกรัฐมนตรี ก็จะมีการลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทย จากเดิมที่เคยลงทุน 65,000 กว่าล้าน และในอนาคตจะลงทุนกว่า 100,000 ล้านบาท พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง
นายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้กระทรวงอุตสาหกรรมจะเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับมาตรการภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) นำเข้า
Advertisement