
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกัมพูชานำเสนอเรื่องเล่าทางยุทธศาสตร์เกี่ยวกับประเทศไทย รวมถึงการสร้างภาพยนตร์ที่พาดพิงประเทศไทยว่า เรื่องเล่าของฝ่ายกัมพูชาไม่ได้มีอะไรใหม่ ส่วนใหญ่เป็นการหยิบยกเหตุการณ์ในอดีตมาตีความและนำเสนอซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวอ้างต่าง ๆ จะเป็นความจริงหรือไม่ ต้องพิสูจน์ด้วยข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่การนำเสนอเรื่องราวจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง พร้อมย้ำว่า “เรื่องเล่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง ข้อกล่าวหาไม่ใช่คำพิพากษา และภาพยนตร์ไม่ใช่หลักฐานทางกฎหมาย” แม้เรื่องราวเหล่านั้นจะได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ ก็ไม่ได้ทำให้ข้อกล่าวอ้างกลายเป็นความจริงหรือก่อให้เกิดสิทธิทางกฎหมายขึ้นโดยอัตโนมัติ
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องตอบโต้ทุกประเด็น หรือปล่อยให้ฝ่ายใดเป็นผู้กำหนดวาระการสื่อสารของไทย เพราะไม่ควรหลงไปกับเกมการสร้างกระแส แต่ต้องยืนหยัดอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง หลักฐาน กฎหมายระหว่างประเทศ และสถานการณ์ปัจจุบัน หากมีการนำเสนอข้อมูลคลาดเคลื่อน ประเทศไทยมีหน้าที่ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาด้วยเหตุผลและหลักฐาน ไม่ใช่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ หรือขยายความขัดแย้งให้บานปลาย
โดยเฉพาะกรณีภาพยนตร์ที่เผยแพร่ผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึง Netflix ซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่ผู้ชมสามารถรับชมและวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ต้องแยกแยะให้ชัดเจนระหว่างเรื่องราวที่นำเสนอในภาพยนตร์กับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ เพราะการนำเหตุการณ์ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ไม่ได้ทำให้เนื้อหาดังกล่าวกลายเป็นหลักฐานทางกฎหมาย
ผู้อำนวยการ JIC กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยควรมุ่งเดินหน้าไปข้างหน้า ไม่ติดอยู่กับการโต้เถียงเรื่องเล่าในอดีต แต่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของประเทศ ความปลอดภัยของประชาชน และการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน โดยประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเอาชนะสงครามเรื่องเล่าในทุกวัน แต่ต้องรักษาความน่าเชื่อถือของประเทศในระยะยาว พร้อมยืนยันว่า “เราไม่เดินตามเกมเรื่องเล่า แต่เดินหน้าด้วยความจริง กฎหมาย และผลประโยชน์ของชาติ”
Advertisement