
วันที่ 20 ต.ค. จากกรณีที่นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล จังหวัดฉะเชิงเทรา และขอเวลา 7 วัน เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่างโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล และชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล หรือ “แตงโม ยูไนเต็ด” ซึ่งวันนี้ครบกำหนด โดยนายอัครนันท์ พร้อมด้วยนายประวิต เอราวรรณ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายสกล เกลี้ยงประเสริฐ ผู้ฝึกสอนฟุตบอลโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล ขจรยศ โชติธนเศรษฐ์ ประธานชมรมฯ นายปิยราช สืบเชื้อวงค์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้หารือพูดคุยข้อพิพาท โดยใช้เวลาหารือนาน 2 ชั่วโมง
โดยภายหลัง นายอัครนันท์ ให้สัมภาษณ์ว่า ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ทุกคนมีเป้าหมายเหมือนกันคือการช่วยเหลือและทำให้เด็กไม่เกิดปัญหา โดยต้องขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยกัน เพราะสิ่งสำคัญคือเด็กจะได้มีที่เรียน มีที่เล่นกีฬาที่ชอบ โดยทุกฝ่ายต้องมาปรับจูนกันในเรื่องกฎระเบียบที่ทางกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนด โดยโรงเรียนต้องยึดหลักของกระทรวง และอาจารย์ ก็มีเป้าหมายในการดำเนินกิจการร่วมกัน ซึ่งคิดว่าเป็นการหา ทางลงที่ดีให้กับทุกฝ่าย ซึ่งถือว่าเป็นการทำงานร่วมกันอีกครั้ง
เมื่อถามถึงแนวทางการทำงานร่วมกัน นายอัครนันท์ กล่าวว่า ตนให้บันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ซึ่งร่างขึ้นโดยกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีกรอบของกฎระเบียบโรงเรียน ที่อิงกับของกระทรวงฯ ซึ่งให้ทางนายสกล และประธานชมรมฯ ได้ไปอ่าน MOU ฉบับใหม่ 2 วัน หากมีการแก้ไขอย่างไรให้ส่งกลับมา โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการเซ็น MOU และจะถือว่าเป็นการเริ่มกันใหม่ และให้ทั้ง 2 ฝ่ายสะท้อนความคิดเห็นกลับมา ทั้งนี้ในช่วงเวลา 6 เดือน ตนได้ส่งทีมงานทั้งนิติกร และทีมที่ปรึกษา เข้าไปเป็นทีมประสานงานด้วย ซึ่งไม่ใช่การปล่อยให้เซ็น MOU แล้วจบไป โดยระยะการเปลี่ยนถ่ายจะให้ทีมของตนเข้าไปขับเคลื่อนร่วมกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการทำงานร่วมกัน และหลังจากนั้นอีก 6 เดือน จะมาดูผลตอบรับ ว่าสิ่งที่ทำมาดีหรือไม่ เพื่อให้มีการทำงานที่มีการวัดผล ไม่ใช่เซ็นๆ ไป แต่สุดท้ายก็ทะเลาะกัน พูดไม่เข้าใจกัน ถือเป็นการทำงานร่วม 3 ฝ่าย หากมีมีปัญหาอะไรก็ให้พูดคุยกัน และขับเคลื่อนไปร่วมกัน
“หลัง 6 เดือนจะมีการวัด KPI ว่าสิ่งที่ทำดีหรือไม่จะต้องแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างไร ซึ่งถือเป็นทางที่ดี และจากที่ฟังมาทุกคนรักเด็ก ต้องไปต่อข้างหน้า ในฐานะกระทรวงฯ ที่กำกับดูแล ไม่ได้ทิ้งแค่เซ็นแล้วจบ แต่จะประคับประคองในระยะระยะเวลา 6 เดือน การทำงานร่วมกันของมนุษย์ต้องมีข้อผิดพลาดข้อไม่ถูกใจ แต่เรามีคนกลางที่จะเข้าไปช่วยประสาน ดังนั้นคิดว่าแนวทางนี้น่าจะดี” นายอัครนันท์ กล่าว
เมื่อถามว่าทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการเปิดใจคุยกันแล้วใช่หรือไม่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า ได้มีการพูดคุยกันแล้วระดับหนึ่ง โดยทางปลัดกระทรวง ได้กล่าวเสริมว่า ขณะนี้ทั้ง2 ฝ่ายไม่ได้มีปัญหากัน ซึ่งทุกคนเป็นผู้ใหญ่ และมีสปิริต มีน้ำใจนักกีฬา
เมื่อถามว่า หากมีการทดลองใช้ MOU 6 เดือน หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นมีการเตรียมแผนรองรับอย่างไร นายอัครนันท์ กล่าวว่า วันนี้ยังไม่มีการเตรียม เพราะยังไม่รู้ว่าภายใน 6 เดือนนี้จะทะเลาะกันอีกหรือไม่ แต่สำคัญที่สุดคือวันนี้เรามีคนกลางที่จะเข้าไปช่วยพูดคุยและช่วยทำงาน ทั้งนี้หากเกิดปัญหาแต่สามารถพูดคุยกันได้ แล้วเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
เมื่อถามถึงความพอใจกับการหารือ MOU ในวันนี้ นายสกล กล่าวว่า อย่างที่ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้พูด เราเป็นนักกีฬา รู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักคำว่าอภัย สุดท้ายจะจบด้วยความสุข เพราะทุกคนจะไม่พูดเรื่องอดีต แต่พูดเรื่องอนาคต อะไรที่ดีก็จะนำมาใช้ และตนได้บอกกับรัฐมนตรีช่วย ว่าหาก MOU ฉบับนี้ดีจะมีการนำไปใช้ทั่วประเทศ เพื่อให้คนที่มีปัญหาเรื่องอะคาเดมี ได้เข้ามาทำร่วมกับโรงเรียนให้ถูกต้อง โดยขอให้พื้นที่ของโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล เป็นต้นแบบในการนำ MOU ฉบับนี้ไปใช้ ซึ่งหากใช้แล้วดีหรือไม่ดีอย่างไรจะกลับมาที่กระทรวง และขอบคุณทางกระทรวงที่ส่งเจ้าหน้าที่ 2 ลงไปเพื่อช่วยงาน เพื่อให้ MOU ฉบับนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี
ด้านผอ. โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล กล่าวว่า ตนขอขอบคุณทุกฝ่าย ที่มีความห่วงใย ตนพูดถึงประโยชน์ประโยชน์ส่วนรวมของนักเรียนทั้งหมด ตนจะไม่พูดถึงอะไรที่สร้างความแตกแยก เพราะเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนอยู่ในจังหวัดที่ต้องดูแล และผลประโยชน์ทั้งหมดขอให้เด็กอยู่อย่างมีความสุข ปลอดภัยทั้ง 940 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังให้สัมภาษณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวง นายสกล ผอ. โรงเรียน ร่วมจับมือแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าจะยุติความขัดแย้งและเริ่มต้นใหม่ร่วมกัน นอกจากนี้ทางผอ.โรงเรียนและนายสกล ยังได้ถ่ายภาพคู่ร่วมกันและจับมือโชว์สื่ออีกด้วย
Advertisement