
วันที่ 16 ตุลาคม นายศิริโชค โสภา อดีตสส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คนของภูมิใจไทยไม่ทำการบ้านกันเลยหรือ? ทั้งโฆษก ทั้งประธานฝ่ายกฎหมาย! ศุภชัยออกโรงแก้ต่าง แต่กลับยืนยันข้อมูลสำคัญที่ผมต้องการเสียเอง! เมื่อวานนี้ นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ออกมาชี้แจงเรื่องเงินบริจาคเข้าพรรค พร้อมท้าให้ผมยื่นยุบพรรค ถึงขนาดบอกว่าจะขุดหลุมรอ อ่านแล้วผมอดสงสัยไม่ได้ว่า ก่อนจะออกมาให้ข่าว คุณศุภชัยได้เปิดอ่านบัญชีรายชื่อผู้บริจาคที่ กกต. เผยแพร่แล้วหรือยัง?
คุณศุภชัย อธิบายว่า พรรคภูมิใจไทยมีข้อตกลงให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองบริจาคเงินตามตำแหน่ง ได้แก่ เลขานุการและที่ปรึกษารัฐมนตรีเดือนละ 10,000 บาท ส.ส. เดือนละ 30,000 บาท และรัฐมนตรีเดือนละ 50,000 บาท โดยยืนยันว่าทำกันมานานและตรวจสอบได้ แต่จากบัญชีเงินบริจาคที่ผมตรวจสอบ ในปี 2568 ช่วงที่ภูมิใจไทยยังร่วมรัฐบาล กลับพบชื่อรัฐมนตรีบริจาคเพียง 2–3 คน ส่วนในช่วงรัฐบาลอนุทิน 1 ไม่พบชื่อรัฐมนตรีบริจาคตามอัตราที่คุณอธิบายเลย
ตกลงรัฐมนตรีบริจาคกันทุกเดือนจริงหรือไม่ หรือข้อตกลงนี้ใช้เฉพาะบางคน?
ถ้าคุณศุภชัยเปิดบัญชี กกต. อ่านก่อนออกมาให้ข่าว ก็คงเห็นความไม่สอดคล้องนี้ตั้งแต่แรก แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือ คุณศุภชัยกลับช่วยยืนยันข้อเท็จจริงสำคัญในกรณีของ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ให้ผมโดยไม่รู้ตัว
ก่อนหน้านี้ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย ออกมาอธิบายว่า เงินบริจาคของสุชาดาเป็นเงินที่หักจากเงินเดือน ส.ส. โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งให้พรรคโดยตรงฟังดูเหมือนทุกอย่างเรียบร้อย เงินมาจากเงินเดือน มีระบบหักเงิน มีหลักฐานตรวจสอบได้แต่ปัญหาคือ สุชาดาบริจาคเงินเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่ก่อนเป็น ส.ส.!สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะไปหักเงินเดือน ส.ส. จากคนที่ยังไม่ได้เป็น ส.ส. ได้อย่างไร?
แล้วคุณศุภชัยก็ออกมาเฉลยเสียเองว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น เลขานุการและที่ปรึกษารัฐมนตรี บริจาคเงินโดยตรงให้เหรัญญิกพรรคทุกเดือน
ขอบคุณมากครับคุณศุภชัย! นี่คือข้อมูลสำคัญที่ผมต้องการทราบมาตลอด และเป็นคำอธิบายที่ต่างจากสิ่งที่โฆษกพรรคนำมาใช้แก้ต่างให้สุชาดาอย่างสิ้นเชิง
เท่ากับว่า เงินบริจาคช่วงก่อนสุชาดาเป็น ส.ส. ไม่ได้ผ่านระบบหักเงินเดือน ส.ส. ตามที่โฆษกพรรคอธิบาย แต่เป็นการบริจาคโดยตรงตามข้อตกลงของพรรค
เมื่อเป็นเช่นนี้ ประเด็นที่ต้องตรวจสอบจึงกลับมาสู่คำถามเดิมที่ผมตั้งไว้ตั้งแต่ต้น
เงินบริจาคของสุชาดามาจากไหน?
โดยเฉพาะเมื่อครอบครัวสุชาดาแจ้งทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท แต่มีรายได้ที่แจ้งซึ่งแตกต่างจากมูลค่าทรัพย์สินอย่างมาก จนเกิดคำถามเรื่องที่มาของทรัพย์สินและแหล่งรายได้ที่ ป.ป.ช. ต้องตรวจสอบ การที่พรรคออกใบเสร็จรับเงินบริจาค ไม่ได้หมายความว่าได้พิสูจน์ที่มาของเงินแล้ว
ใบเสร็จพิสูจน์ว่าพรรครับเงิน แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าเงินที่ผู้บริจาคนำมาจ่ายนั้นได้มาจากไหน
ยังมีอีกเรื่องที่น่าสนใจ ช่วงที่สุชาดาดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีที่กระทรวง อว. มีชื่อบริจาคเงินเดือนละ 10,000 บาท แต่เมื่อย้ายไปดำรงตำแหน่งที่กระทรวงดิจิทัลฯ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปราบปรามการพนันออนไลน์ กลับไม่พบชื่อบริจาคในบัญชีที่ผมตรวจสอบ
ทำไมพอย้ายกระทรวง เงินบริจาคจึงหายไปจากบัญชี? หยุดบริจาคไปเลย หรือมีการบริจาคผ่านช่องทางอื่น? หากมี เป็นเงินจำนวนเท่าไร และบันทึกไว้ที่ไหน?
ผมไม่ได้สรุปว่ามีการบริจาคผ่านช่องทางอื่น แต่เมื่อประธานฝ่ายกฎหมายของพรรคยืนยันว่ามีข้อตกลงให้บริจาคทุกเดือน การไม่พบชื่อในบัญชีจึงเป็นเรื่องที่ต้องอธิบาย
ที่น่าขันคือ คนของพรรคภูมิใจไทยออกมาให้ข่าวกันทั้งโฆษก ทั้งประธานฝ่ายกฎหมาย แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ตรงกันเสียก่อน
โฆษกพรรคอ้างระบบหักเงินเดือน ส.ส. มาอธิบายเงินบริจาคของคนที่ยังไม่ได้เป็น ส.ส. ส่วนประธานฝ่ายกฎหมายก็ออกมาอธิบายกติกาการบริจาคที่ไม่สอดคล้องกับรายชื่อรัฐมนตรีในบัญชีที่ผมตรวจสอบ แถมยังยืนยันด้วยตัวเองว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจ่ายเงินโดยตรงให้เหรัญญิกพรรค คนเป็นนักกฎหมาย โดยเฉพาะคนที่ออกมาแก้ต่างให้พรรค ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำชี้แจงของฝ่ายตัวเองให้ครบก่อน
เพราะบางครั้งสิ่งที่พูดออกมาเพื่อช่วยแก้ต่าง อาจกลับกลายเป็นข้อมูลสำคัญที่อีกฝ่ายกำลังตามหาผมเริ่มต้นจากการตรวจสอบบัญชีเงินบริจาค และตั้งคำถามถึงที่มาของเงิน โฆษกพรรคพยายามตอบด้วยเรื่องการหักเงินเดือน ส.ส. แต่สุดท้าย ประธานฝ่ายกฎหมายกลับออกมายืนยันเองว่า เงินบริจาคของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจ่ายตรงให้เหรัญญิกพรรค ผมไม่ได้ขอให้คุณศุภชัยช่วยสืบสวน แต่คุณกลับช่วยยืนยันข้อมูลสำคัญให้ผมเสียเอง
นี่แหละครับผลของการออกมาแก้ต่างโดยไม่ทำการบ้านให้ครบ ทั้งโฆษก ทั้งประธานฝ่ายกฎหมาย!
Advertisement