Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"พลพีร์" เผยปมโรงงานสารพิษรั่วไหล เร่งสอบเข้าข่ายนอมินีต่างชาติหรือไม่

"พลพีร์" เผยปมโรงงานสารพิษรั่วไหล เร่งสอบเข้าข่ายนอมินีต่างชาติหรือไม่

13 ต.ค. 69
11:27 น.
แชร์

"พลพีร์" เผย ปมโรงงานสารพิษรั่วไหลพบนามสกุลดังในปราจีนบุรีถือหุ้นไขว้ 2 บริษัท เร่งสอบเข้าข่ายนอมินีต่างชาติหรือไม่ พร้อมประสานก.อุตฯ เร่งปิดโรงงาน

(13 ต.ค. 2569) ที่ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ ร.9 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีโรงงานสารเคมีรั่วไหลในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ว่า หลังจากที่เราไปช่วยน้ำท่วมเมื่อ 3 วันที่แล้วก็พบความผิดปกติจริง เมื่อวานตนเองได้ประสานไปที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งด้านนายวราวุธก็ได้กำชับรองปลัดกระทรวงในการที่จะไปตรวจและไปปิดโรงงาน แต่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยข้อมูลเพิ่มเติมที่เรามีในตอนนี้เราเห็นความเชื่อมโยงของต่างชาติและคนไทยแล้ววันนี้เราก็พิสูจน์แล้วว่าน่าจะเป็นนอมินี พบคนไทยนามสกุลเดียวกันสองนามสกุลถือหุ้นไขว้กันสองบริษัท พบความผิดปกติคือหนึ่งในบริษัทนั้นเคยจดทะเบียน 5 ล้าน แต่ตอนนี้เพิ่มการจดทะเบียนเป็น 100 ล้าน และอีกหนึ่งบริษัทมีการจดทะเบียน 300 ล้าน และมีทรัพย์สินประมาณกว่า 570 ล้าน ทั้งสองบริษัทใช้ บริษัทบัญชีและผู้ตรวจบัญชีคนเดียวกัน เพราะฉะนั้นตอนนี้เรากำลังประสานไปที่ ปปง. ในการตรวจสอบเส้นเงินและการถือครองที่ดินด้วยว่าถูกต้องหรือไม่ถ้าหากตรวจสอบว่าผิดกฎหมายเราก็จะบังคับจำหน่ายต่อไป

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า จะทำงานร่วมกันกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการย้ายพวกขยะที่มีสารพิษต่างๆ ออกนอกพื้นที่ด้วย เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่สบายใจและสิ่งหนึ่งที่ตนเองได้กำชับทางด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัด คือแม้ทางบริษัทเสนอค่าเยียวยาต่างๆ ให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ แต่สำหรับตนมองว่าอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะต้องมีมาตรการลงโทษเพราะเราต้องดูว่ามันมีเรื่องของคดีอาญาหรือคดีแพ่งไปเกี่ยวข้องหรือไม่ เพื่อที่จะได้ดำเนินคดีกับโรงงานที่ปล่อยให้สารพิษรั่วไหลต่อไป

ส่วนต้นตอของสารพิษที่รั่วไหลในครั้งนี้อาจจะมาจากช่องโหว่ในส่วนของท่าเรือและกรมสรรพากรด้วยหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า อาจจะมีการดีแคลร์ที่ไม่ถูกต้อง เดี๋ยวต้องตรวจสอบกับทางด้านกระทรวงการคลังว่าวิธีการดีแคร์ที่เอาตู้คอนเทนเนอร์พวกนี้เข้ามาในประเทศนั้นดีแคร์อย่างไร แล้วก็เวลาตรวจตู้ต่างๆ นั้นเขาตรวจอย่างไร ก็ไม่อยากให้เป็นเพียงแค่การชั่งน้ำหนัก แล้วพอเอกสารหลักฐานมาก็คงต้องเปิดดูด้วยว่าสิ่งของที่อยู่ในตู้นั้นเป็นอย่างไร

"แต่ว่าวันนี้มันคงปฏิเสธไม่ได้ เพราะว่าขยะทั้งหมดผมเชื่อว่าเกือบ 100 ทั้ง 100 ที่เอามาฝังที่ปราจีนบุรี น่าจะเป็นขยะที่นำเข้ามา เพราะฉะนั้นก็ต้องมีการตรวจสอบต่อไป แต่ในส่วนของมหาดไทย เราไม่ได้นิ่งนอนใจเราดำเนินการเต็มที่ พอเราได้ทราบเรื่องจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว เราใช้เวลาวันเดียวเองในการหาข้อมูล เพราะฉะนั้นผมก็เชื่อว่าหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการขยะต่างๆ และสารปนเปื้อนต่างๆ ในปราจีนบุรีก็สามารถทำได้รวดเร็วเท่ากับมหาดไทยเช่นเดียวกัน" นายพลพีร์ กล่าว

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจนำพาสารพิษให้ไหลไปตามสายน้ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่อื่นด้วย นายพลพีร์ กล่าวว่า ประเด็นนี้ถือเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนซึ่งประกอบอาชีพประมงในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้เลี้ยงกุ้งหรือปลา ต่างได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนอยู่แล้ว จะมาอ้างเพียงว่าอาจเกิดภาวะน้ำเน่าเสียก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะวันนี้มีความชัดเจนอยู่แล้วว่ามีสารต่างๆ ลอยอยู่บนผิวน้ำ ดังนั้น กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องไปดูเรื่องบทลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นทางอาญา ทางแพ่ง หรือการเรียกร้องค่าเสียหายต่างๆ

ส่วนพื้นที่แถบนั้นที่ประชาชนประกอบอาชีพทำมาหากิน โดยเฉพาะอาชีพประมง จะมีมาตรการช่วยเหลือหรือการชดเชยอย่างไรบ้าง นายพลพีร์ กล่าวว่า หากปลาตายในแม่น้ำ เราไม่แนะนำให้นำมารับประทาน เช่นเดียวกับสุกรที่ตาย เราก็ไม่แนะนำให้นำมารับประทาน รวมถึงไก่ที่ตายในพื้นที่ ก็ต้องนำไปฝังตามมาตรการของกรมปศุสัตว์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมคิดว่าในเรื่องของแปลงผักหรือพื้นที่เพาะปลูกต่างๆ คงได้รับผลกระทบน้อย เพราะบริเวณดังกล่าวถูกน้ำท่วมไปหมดแล้ว จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนว่า เวลาเลือกซื้อของในตลาดหรือเลือกซื้ออาหารที่จะนำมาบริโภค ขอให้คัดสรรและตรวจสอบคุณภาพสักนิดหนึ่ง

ทั้งนี้ เรากำลังพิจารณาบทลงโทษอยู่แล้ว และจะสาวให้ถึงต้นตอของปัญหา โดยนามสกุลที่เราพบในสองบริษัทนั้น ต้องการกล่าวว่าเป็นนามสกุลดังในจังหวัดปราจีนบุรีเหมือนกัน แต่ว่าผมไม่ละเว้นอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า ให้ดูพฤติกรรม

ส่วนมีการวางกรอบระยะเวลาในการตรวจสอบหรือไม่นายพลพีร์ กล่าวว่า ช่วงสองวันก่อนตนเองให้เวลาเขาเจ็ดวันและเขารายงานกลับมาภายในสองวันก็คิดว่าตนเองจะมีข้อมูลพอที่จะสามารถสรุปเนื้อหาในส่วนของนอมินี หรือว่าชื่อผู้ถือครองหุ้น ที่ผิดกฎหมาย คาดว่าอาทิตย์นี้ก็เสร็จแล้วก็จะนำไปรายงานด้านนายกรัฐมนตรีเป็นระยะอยู่แล้ว

ส่วนที่บอกว่าเป็นนามสกุลดังที่อยู่ปราจีนบุรี เป็นของนักการเมืองและพรรคการเมือง หรือนักการเมืองท้องถิ่น นายพลพีร์ กล่าวว่า ขอให้อยู่ในสำนวน แต่ว่าเบื้องที่เจอก็ถืออยู่ทั้งสองบริษัท นามสกุลนี้สองนามสกุล ตนก็ได้เรียนปรึกษานายวราวุธ นายวราวุธก็บอกว่าผิดก็คือผิด นายกฯก็ย้ำเช่นกันว่าปิดชื่อดูพฤติกรรม

เมื่อถามย้ำว่าไม่ใช่นักการเมืองในพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า "ไม่มีครับ ภูมิใจไทยไม่มีครับ สะอาดเหมือนเสื้อขาวผมนี่แหละ"

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า คือ ถ้าเกิดมีคนในพรรคก็ต้องดำเนินคดีอยู่แล้วมันหลบเลี่ยงไม่ได้ และสิ่งที่มันผิดปกติมากคือการจดทะเบียน 5 ล้าน แล้วอยู่ดีๆ ขยายเป็น 100 ล้าน อีกบริษัทนึงจดประมาณ 10 ล้าน แล้วขยายเป็น 300 ล้าน คือเจตนารมย์เค้าต้องการทำธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นเพราะการจดทะเบียนที่มันสูงขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขา จะซื้อหรือเค้ารับมามันก็อาจจะมีปริมาณมากขึ้น ตอนนี้ตนเองให้ทางกรมการปกครองไปสืบเพิ่มเติม แต่เราก็ไม่อยากไปสะกิดหลายหน่วยงานเพราะว่ายิ่งหลายคนทำยิ่งวุ่นวายแต่จริงๆ ก็มีกฎหมายใครกฎหมายมันอยู่แล้ว และนายกรัฐมนตรีสั่งการมาเราก็พยายามที่จะสรุปสำนวนให้ได้มากที่สุด พอถึงเวลาแล้วหน่วยงานไหนที่เราต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือข้อกฎหมายเพิ่มเติมเราก็จะไปประสาน แต่เบื้องต้นเราคุยกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรมกรรมแล้ว แต่ว่ากระทรวงคลังเรายังไม่ได้คุย เราต้องไปดูการเสียภาษี เรื่องการนำเข้าและใบอนุญาตต่างๆ ด้วยเป็นต้น

Advertisement

แชร์
"พลพีร์" เผยปมโรงงานสารพิษรั่วไหล เร่งสอบเข้าข่ายนอมินีต่างชาติหรือไม่