
วันที่ 10 ต.ค. 69 “ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี” ติดตามภารกิจของ มูลนิธิสยามร่วมใจปูอินทร์ จ.บุรีรัมย์ และ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับนายก อบต.บางยาง ลงพื้นที่น้ำท่วม นำถุงยังชีพ 200 ถุง ไปมอบให้กับชาวบ้านกลุ่มเปราะบาง ต.บางยาง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี
ซึ่งน้ำท่วมครบทั้ง 13 หมู่บ้าน ประชากรประมาณ 4,000 คนได้รับผลกระทบ และศูนย์พักพิงที่เคยมี ก็ถูกน้ำท่วมจนใช้งานไม่ได้ 1 แห่ง เหลือเพียงแค่ที่วัดอินทารามซึ่งมีชาวบ้านไปอยู่ 30 กว่าคน และโรงเรียนวัดอินทารามอีก 20 กว่าคน
โดยวันนี้แม้ปริมาณน้ำจะลดลงประมาณ 2-3 ซม. แต่ระดับน้ำยังคงสูง บางจุดสูงสุดประมาณ 3 เมตร ทำให้บ้านเรือนหลายหลังจมไปกับน้ำและบางหลังก็โผล่เพียงแค่หลังคา พื้นที่ทำการเกษตรทุ่งนาและบ่อกุ้ง ได้รับความเสียหายทั้งตำบล
บ้านหลังแรกที่เจ้าหน้าที่เข้าไปแจกของ คือบ้านของ “ยายไฝทอง คุ้มวงษ์” อายุ 90 ปี หมู่ 1 ต.บางยาง อ.บ้านสร้าง ซึ่งนอนป่วยติดเตียงอยู่กับลูกสาวบนบ้าน พบว่าระดับน้ำสูงประมาณ 2.5 เมตร ท่วมมิดใต้ถุนและปริ่มเข้าบนบ้านจากด้านหลัง ระห่างอีกประมาณ 3 เมตรก็จะถึงเตียงของยาย
ยายเล่าว่า ปัจจุบันมีแผลบริเวณแขนฝั่งขวา เนื่องจากเมื่อ 3 เดือนก่อนต้องไปฉีดยา เพราะมีโรคประจำตัวทั้งความดันโลหิตสูงและเบาหวาน แล้วหลังจากนั้นเริ่มมีอาการบวม คันบริเวณดังกล่าว ก่อนจะลุกลามจนแผลมีขนาดใหญ่ แพทย์จึงจัดเตียงมาให้พักรักษาตัวที่บ้าน ก็เลยนอนติดเตียงมา 1 เดือนกว่าแล้ว เพราะร่างกายไม่แข็งแรง ไม่สามารถเดินไปไหนได้
นอกจากนี้ “ยายไฝทอง” เล่าว่า ตนมีปัญหาสายตามองไม่เห็นมานานประมาณ 3-4 ปีแล้ว เมื่อเกิดน้ำท่วมครั้งนี้จึงไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ภายนอกบ้านได้ ต้องอาศัยลูกเป็นคนบอกว่าระดับน้ำขึ้นสูงมากแล้ว แม้กระทั่งน้ำท่วมเข้าบ้านถึงหลังบ้านใกล้จะถึงเตียว ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ
ยายยอมรับว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ รู้สึกกลัวมาก เพราะเกิดมา 90 ปี จนจะแก่ตายอยู่แล้ว ไม่เคยเจอท่วมหนักขนาดนี้มาก่อน ที่ผ่านมาแม้จะท่วมหลายครั้งแต่ก็ลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะความกังวลเรื่องจระเข้ที่อาจหลุดเข้ามาในพื้นที่ จนบางคืนต้องเปิดไฟนอนตลอดทั้งคืนและนอนไม่หลับ และหากท่วมนานกว่านี้ก็กลัวว่าจะไม่มีข้าวกิน ไม่มีของใช้จำเป็น เพราะไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ ขนาดหมอที่โรงพยาบาลปราจีนบุรีนัดให้ไปพบเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา ก็ยังไปไม่ได้เพราะเส้นทางถูกตัดขาดโดยน้ำหมด
และระหว่างที่มีการพูดคุย ทีมข่าวสังเกตว่าคุณยายเริ่มน้ำตาเอ่อ ซึ่งคุณยายยอมรับว่า เสียใจและน้อยใจตัวเอง ที่พออายุมากขึ้นกลับมองไม่เห็น ทั้งที่ตอนเป็นสาวยังมองเห็นได้ตามปกติ ยิ่งต้องมาเผชิญกับน้ำท่วมหนักจนออกไปไหนไม่ได้ ก็ยิ่งทำให้เครียดและคิดมาก ตอนนี้สิ่งเดียวที่ทำได้ในขณะที่กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง คือการให้กำลังใจตัวเอง และยืนยันว่า ”จะสู้จนหมดชีวิต“
Advertisement