
วันที่ 8 ต.ค. 69 นาย ดาชัย เอกปฐพี สส.ลำปาง พรรคกล้าธรรม ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ว่า ได้เชิญสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กรมศุลกากร กรมการค้าภายใน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงกรณีการนำเข้าและจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะสินค้าที่ สมอ.ตรวจยึดและอายัดไว้
นายดาชัย กล่าวต่อว่า จากข้อมูลที่ได้รับ สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานมีจำนวนมากกว่า 1 ล้านชิ้น เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการกว่า 700 บริษัท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายระดับพันล้านบาท แต่มีข้อกังวลว่าสินค้าที่ถูกอายัดยังคงอยู่ในโกดังของผู้ประกอบการเดิม และอาจมีสินค้าบางส่วนสูญหายหรือถูกนำออกไปจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
“เราได้สอบถามว่า สินค้าที่ตรวจยึดและอายัดไว้มีการสูญหายหรือนำออกไปจำหน่ายหรือไม่ ซึ่งได้รับข้อมูลว่าสินค้าที่อายัดไว้ของหลายบริษัทมีจำนวนสูญหาย จึงต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าสินค้าเหล่านี้หลุดออกจากระบบควบคุมได้อย่างไร” นายดาชัย กล่าว
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการนำเข้าสินค้าว่า หากสินค้าดังกล่าวถูกนำเข้าจากต่างประเทศและผ่านพิธีการศุลกากรมาได้ ก่อนที่ สมอ.จะตรวจพบจากการล่อซื้อ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบว่า สินค้าหลุดรอดจากการตรวจสอบของศุลกากรได้อย่างไร รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการนำเข้าและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
นายดาชัย ยังกล่าวถึงข้อมูลการตรวจยึดของ สมอ. ที่พบว่าหลายบริษัทมีตัวเลขการตรวจยึดเหมือนกัน ทั้งจำนวน 200 ชิ้น และมูลค่า 100,000 บาท ซึ่งมองว่าเป็นข้อมูลที่ผิดปกติและควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าได้ลงพื้นที่ตรวจยึดจริงหรือไม่ โดยย้ำว่าเป็นเพียงข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่ต้องตรวจสอบจากเอกสารและข้อเท็จจริงต่อไป
“วันนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้ตั้ง อนุกรรมาธิการศึกษาแนวทางการบังคับใช้กฎหมายฟอกเงินและผลกระทบต่อประชาชนจากการใช้ตัวแทนคนกลางในการประกอบธุรกิจและการถือครองทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการฟอกเงิน เพื่อศึกษากรณีดังกล่าวอย่างละเอียด โดยอนุกรรมาธิการเตรียมเชิญ สมอ. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมการค้าภายใน กรมศุลกากร รวมถึงผู้ประกอบการที่ถูกอายัดสินค้า เข้าชี้แจง เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ตั้งแต่จำนวนสินค้าที่ถูกอายัด วิธีการเก็บรักษา การสูญหาย ตลอดจนกำหนดการและวิธีการทำลายสินค้า พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินและการใช้ตัวแทนหรือนอมินีในการประกอบธุรกิจ”
นายดาชัย ระบุว่า เบื้องต้นเตรียมเชิญหน่วยงานและบริษัทที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงในวันที่ 29 ต.ค. 69 เพื่อเร่งหาข้อเท็จจริงและยกระดับการตรวจสอบ พร้อมป้องกันไม่ให้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหลุดกลับเข้าสู่ตลาดและถูกนำไปจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ กระทบต่อความปลอดภัยและสิทธิของผู้บริโภคไทยต่อไป
Advertisement