
(8 ต.ค.69) นางสาวศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แถลงข่าวผ่านศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัยถึงแนวทางการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนว่า การช่วยเหลือประชาชนจะมีจาก 3 ส่วนคือ 1.เงินทดรองราชการ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ซึ่งจะเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วน กรุงเทพมหานครจะเป็นอำนาจของ กทม. และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์การเยียวยาของการจ่ายเงิน เช่น ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ หลังละไม่เกิน 88,600 บาท, ค่าเช่าบ้านพัก ไม่เกิน 2,500 บาท สูงสุดไม่เกิน 2 เดือน, ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพหลักครอบครัวละไม่เกิน 13,500 บาท, ค่าบาดเจ็บสาหัส กรณีนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลมากกว่า 3 วันขึ้นไป ช่วยเหลือ 5,000 บาท หากบาดเจ็บถึงขั้นพิการ 16,500 บาท และค่าจัดการศพ ไม่เกิน 35,700 บาทต่อราย ซึ่งหากเป็นหัวหน้าครอบครัวจะได้รับเพิ่มอีกไม่เกิน 35,700 บาท ซึ่งผู้ประสบภัยจะต้องไปยื่นคำร้องขอรับเยียวยา ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือสำนักงานเขต กทม. ซึ่งเงินก้อนนี้จังหวัดก็เริ่มทยอยจ่ายเงินแล้ว
ส่วนที่ 2 เป็นเงินช่วยเหลือตามมติ ครม. ทั้งหมด 66 จังหวัด เช่น หากน้ำท่วมไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินเสียหาย ช่วยเหลือ 9,000 บาทต่อครัวเรือน, น้ำท่วมบ้านติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป ช่วยเหลือ 9,000 บาทต่อครัวเรือน, น้ำล้อมบ้านจงใช้ใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ติดต่อกันเกิน 7 วัน จะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อครัวเรือน, หากอาศัยอยู่ในสูง น้ำไม่ถึงชั้นที่พัก แต่ใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ติดต่อกันเกินเจ็ดวันรับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อครัวเรือน และ กรณีเสียชีวิตจากดินโคลนถล่ม หรืออุทกภัย ค่าปลงศพ 2 ล้านบาทต่อราย ครอบคลุมการจมน้ำ กระแสน้ำ และไฟฟ้าดูดขณะน้ำท่วม
ทั้งนี้ ปภ.ได้จัดส่งเงินให้ธนาคารออมสินแล้ว เมื่อช่วงเย็นเมื่อวานนี้ (7 ต.ค.69) อีก 8,219 ครัวเรือน ซึ่งเป็นคนที่ของจังหวัดสมุทรปราการ, สระแก้ว, ตราด, จันทบุรี และจังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมเป็นเงินเยียวยารอบแรกนี้ อยู่ที่ 68,003,000 บาท
สำหรับกระบวนการทำงานขอรับเงินเยียวยาผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ และการ Walk-in ซึ่งเมื่อประชาชนยื่นรับขอเงินเยียวยา 2 ช่องทางดังกล่าวแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะรับคำร้องในระบบ และทำการตรวจสอบข้อมูลประชาชน ทั้งเอกสาร และหลักฐานว่า มีความครบถ้วนหรือไม่ ก่อนส่งต่อข้อมูลไปยังอำเภอ และจังหวัด ทำการตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง ผ่าน คณะกรรมการการช่วยเหลือในระดับอำเภอ และระดับจังหวัด จากนั้นเมื่อมีการรับรองความถูกต้องแล้ว จะส่งต่อมายัง ปภ.เพื่อตรวจสอบในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งจะดูในชุดคำร้องว่า มีข้อมูลส่วนใดตกหล่นหรือไม่ หรือเข้าตามหลักเกณฑ์หรือไม่ โดยใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบ 1 วันทำการ จากนั้นจะส่งต่อไปยังธนาคารออมสิน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องในระเบียบทางการเงิน และความเคลื่อนไหวบัญชีอีก 1 วันทำการ จากเดิมใช้เวลา 3 วัน ซึ่งธนาคารออมสินจะตรวจสอบล็อตแรก และโอนเงิน ภายในวันนี้
สำหรับยอดลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ มียอดลงทะเบียน 1,422,167 ครัวเรือน แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 582,855 ครัวเรือน, สมุทรปราการ 205,152 ครัวเรือน, ปทุมธานี 177,655 ครัวเรือน, ฉะเชิงเทรา 58,052 ครัวเรือน และนนทบุรี 49,628 ครัวเรือน
ส่วนที่ 3 เงินประกันภัยพิบัติ ที่ได้เริ่มต้นคุ้มครองตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 1 ตุลาคม 2570 ข้อมูลปัจจุบัน มีการอนุมัติจ่ายค่าสินไหมทดแทน ประเภทกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม ให้กับผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่แล้ว 1 ราย ซึ่งจะมีการโอนเงินเข้าบัญชีทายาทผู้ประสบภัยภายในวันนี้ ตามหลักเกณฑ์ 2,000,000 บาท ซึ่งถือเป็นรายแรกที่จะได้รับการโอนเงิน ส่วนกรณีที่ผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งได้ยินเข้ามาในระบบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างบริษัทประกันภัยตรวจสอบเงื่อนไข และหลักเกณฑ์การเสียชีวิตว่า เข้าตามเงื่อนไขหรือไม่
Advertisement