
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับนางเกศทิพย์ ศุภวาณิชย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ปล่อยขบวนคาราวาน เจ้าหน้าที่ สกร. จำนวน 13 จังหวัด จำนวน 200 คน ในการอาสาพาใช้แอพพลิเคชัน "ทางรัฐ" สำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อให้ได้รับเงินเยียวยา
นายอัครนันท์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ เป็นการที่พวกเรา สกร. จะลงพื้นที่พบประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม และสำรวจความเสียหายและช่วยประชาชนยื่นรายละเอียดเพื่อขอรับเงินเยียวยา ต้องยอมรับว่า บุคลากรจาก สกร.ถือว่าอยู่ใกล้ชิดประชาชน และสิ่งที่ตนเป็นห่วงก็คือเงิน 9,000 บาท บางคนอาจจะมองว่าเงินไม่เยอะ แต่สำหรับบางคนคือเงินที่เยอะมาก ซึ่งตนก็ได้คุยกับอธิบดีของ สกร. ว่าเราจะทำอย่างไร ให้เงินเยียวยาถึงมือผู้ที่ได้รับผลกระทบเร็วที่สุด เพราะฉะนั้นตนจึงคิดว่า ในฐานะที่สกร. เป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนในด้านการศึกษา จึงได้ขอกำลังผู้ที่อยากทำประโยชน์ให้ประชาชนมาร่วม ซึ่งก็มีบุคลากรที่เข้าร่วมถึง 200 คน ซึ่งตนก็ขอขอบคุณมาก ขอบคุณจริงๆเพราะว่ามันไม่ใช่หน้าที่พวกท่านแต่พวกท่านก็เสียสละเวลามาตนคิดว่าทุกคนเป็นข้าราชการ ในวันที่ประเทศชาติเดือดร้อนก็มาทำหน้าที่ช่วยเหลือพลเมือง
จากนั้นนายอัครนันท์ ได้ลงพื้นที่มายังวัดลุ่มโป่งเสี้ยว ตำบลวังเย็น อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีการนำจิตอาสา เจ้าหน้าที่ สกร. เพื่ออำนวยความสะดวกใช้แอปพลิเคชัน ทางรัฐลงทะเบียนรับเงินเยียวยาให้กับประชาชน จากนี้ยังมีกลุ่มอาชีวะอาสา ช่วยประชาชน มาช่วยซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ของประชาชนที่จะรับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งก็มีประชาชนได้ทยอยนำเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งเครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ พัดลม เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆมารับการซ่อมแซม โดยประชาชนสามารถนำ รถจักรยานยนต์ /รถยนต์ /อุปกรณ์การเกษตร/ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เข้ามารับการซ่อมแซมได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
จากนั้นได้เดินทางมายังองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย เพื่อพูดคุยกับผู้นำชุมชน รับฟังปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ รวมถึงให้ความรู้เรื่องการลงทะเบียนรับเงินเยียวยา
โดยหลังจากการลงพื้นที่นายอัครนันท์ เปิดเผยว่า การเกิดอุทกภัยครั้งนี้เป็นความรุนแรงในรอบ 30 ปี ทำให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ และตั้งแต่ตนเป็นสส. มาก็ไม่เคยเจอสภาพนี้ สิ่งสำคัญคือเราจะเยียวยาและช่วยประชาชนอย่างไร กับภาวะและสถานการณ์ที่อันตรายแบบนี้ แล้วต้องทำให้ทันท่วงที เพราะความลำบากของประชาชน เราในฐานะข้าราชการต้องช่วยประคับประคอง และยืนเคียงข้างกับประชาชนในวันที่เขาลำบาก สิ่งสำคัญที่ตนและอธิบดีสกร.มา คือการลงมาช่วยเยียวยาซึ่งช่วงที่เกิดอุทกภัย เราระดมทุกสรรพกำลังที่มี ทั้งการเปิดโรงครัวลายพื้นที่ทั่วประเทศ และที่สำคัญบุคลากรของเราเป็นคุณครู บางคนปรับบทบาทเป็นพ่อครัว ทุกวันนี้เป็นคนยกของ ซึ่งเป็นภารกิจนอกเหนือจากหน้าที่ที่รับผิดชอบ เมื่อเกิดวิกฤตเราพร้อมปรับเปลี่ยน ศักยภาพมาช่วยกันประคับประคองสถานการณ์
เมื่อถามว่าจากการลงพื้นที่ประชาชนสะท้อนและอยากได้รับความช่วยเหลือในเรื่องใดเป็นเรื่องเร่งด่วน นายอัครนันท์ ย้ำว่า วันนี้เป็นการเยียวยา เพื่อช่วยประชาชนยื่นสิทธิ์ ในการขอรับเงินเยียวยาจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จากการลงพื้นที่บางคนยังไม่ทราบว่าตนเองมีสิทธิ์รับเงินเยียวยา เนื่องจากบางคนใช้โทรศัพท์มือถือไม่เป็น ไม่มีแอพพลิเคชัน "ทางรัฐ" เราก็พยายามช่วยเหลือเพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิ์ เพราะเงิน 9,000 บาทสามารถนำไปทำอะไรหลายๆอย่างได้ในช่วงภาวะวิกฤต ดังนั้นจึงระดมครูสกร. ทั่วประเทศ เข้าช่วยเหลือในจังหวัดน้ำท่วม พร้อมย้ำว่าทุกคนที่ประสบภัยน้ำท่วม ครูสกร. ทุกคน จะช่วยในเรื่องการดำเนินการขอรับสิทธิ์
นายอัครนันท์ ยังกล่าวอีกว่า กระทรวงศึกษาธิการพยายามลงมาช่วยเหลือชาวบ้าน ซึ่งไม่ได้มีภารกิจแค่เรื่องการศึกษา แต่เมื่อเกิดอุทกภัยเราต้องเป็นที่พึ่งให้กับชาวบ้าน ดังนั้นเมื่อประชาชนเห็นครู สกร.เข้าไปสอบถามขอให้วางใจว่าเราจะช่วยจนกว่าจะได้รับการเยียวยา แม้ว่าการลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นจะเข้าใจยาก แต่เราจะจับมือทำให้สำเร็จ ดังนั้นทุกพื้นที่น้ำท่วม ครูสกร. ทั้งประเทศจะลงพื้นที่พร้อมกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เพื่อทำงานร่วมกันให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งพวกเราตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน
" ผมได้พูดกับคุณครู สกร. ว่าสถานการณ์อุทกภัย ทำให้ประชาชนอาจจะมีความเครียด คุณลุงคุณป้าคุณยาย อาจจะมีความเครียด ขอให้พูดจาดีๆกัน ให้กำลังใจกัน บางครั้งชาวบ้านไม่ได้โกรธอะไรเรา แต่เพราะความเครียด และในส่วนของครูสกร. ส่วนใหญ่ก็น่ารักพูดจาดี ดังนั้นทุกคนมาวันนี้คือจิตอาสา และมีความพร้อมมาช่วยเหลือ ผมจึงเชื่อมั่นว่าครูที่มาทุกคน อยากจะมาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ในสถานการณ์แบบนี้ประชาชนอาจจะเครียดบ้าง อยากให้มีการพูดคุยกันทำความเข้าใจกัน ในหลายเคสที่เราเข้าช่วยเหลือทุกคนดีใจ แล้วได้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐ ครูสกร.ยังมาช่วย นั่งกรอกข้อมูล และเห็นว่าเราไม่ได้ทิ้งเขา ไม่เพียงแค่นั้นยังทำงานอื่นๆมากกว่าหน้าที่ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นภารกิจที่ต่างคนต่างต้องช่วยกัน" นายอัครนันท์ กล่าว
ขณะที่อธิบดีสกร. ได้เปิดเผยถึงแผนการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆว่า หลังจากนี้จะลงพื้นที่ต่อเนื่องไปยังจังหวัดราชบุรี ปราจีนบุรี และก่อนที่จะมาที่จังหวัดกาญจนบุรีก็ได้ไปที่ปทุมธานี ซึ่งก็เป็นไปตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่เห็นความทุกข์ของประชาชน และใช้ความใกล้ชิดของสกร. ทำให้เราสามารถเข้าช่วยเหลือ เพราะถือว่าเป็นบุคลากรที่อยู่ในชุมชน และพร้อมที่จะดำเนินการ ซึ่งในการดำเนินการครั้งนี้ก็ได้จิตอาสาจากหลายจังหวัดที่พร้อมใจมาช่วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ได้สะท้อนถึงการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการกับสกร. โดยเปิดเผยว่า บ้านน้ำท่วมจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ และบ้านมีสภาพเก่า เมื่อเจอฝนเจอน้ำ ทำให้บ้านชำรุด ทำให้ต้องไปอาศัยบ้านญาติ ซึ่งตอนนี้การช่วยเหลือเข้าถึง ก็พอประทังชีวิตได้ แล้ววันนี้ตนก็ได้เดินทางมาลงทะเบียนรับเงินเยียวยา หากได้รับการช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆก็ยังดี ซึ่งตนก็ลงทะเบียนไม่เป็น จึงให้ทางครูสกร.ช่วยดำเนินการ เพิ่งได้รับการต้อนรับดีมากและให้คำแนะนำอย่างดี
ซึ่งขณะนี้ตนก็ได้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังได้มาเจอกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้ขอความช่วยเหลือให้ดูแลเรื่องหลังคาบ้าน เพื่อให้นอนหลับแบบไม่ผวา ซึ่งทางรัฐมนตรีก็ตอบรับในช่วยเหลือ ตนก็ปลื้มใจที่ได้รับการช่วยเหลือ ตอนแรกก็คิดว่าจะได้รับแค่ปลากระป๋อง มาม่า ซึ่งทำให้ประชาชนรายดังกล่าวรู้สึกตื้นตันใจจนร้องไห้ เพราะทนทรมานมานานขอบคุณที่ให้ที่อยู่
Advertisement