
เมื่อเวลา 09.55 น. วันที่ 6 ต.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ถึงการส่งคนไปแก้ไขปัญหาประชาชนจังหวัดปราจีนบุรีและนครนายก กระทบกระทั่งกันกรณีรื้อคันกั้นน้ำว่า ได้ส่งคนไปดูแล้ว โดยขอให้ไปถามรายละเอียดจาก นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
ด้าน นายนิรัตน์ เปิดเผยว่า ต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนทั้งฝั่งเหนือคันกั้นน้ำและใต้คันกั้นน้ำ ว่าทำไปแล้วจะเกิดประโยชน์อะไร และต้องประเมินด้วยว่าฝั่งไหนจะได้รับผลกระทบ รวมถึงต้องกั้นในระดับไหน มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนเท่าใด จะช่วยเยียวยาเขาอย่างไรและเป็นระยะเวลานานเท่าไหร่ด้วย ซึ่งทางฝั่งเหนือน้ำจะต้องรับน้ำมากกว่าอยู่แล้ว แต่คันกั้นน้ำมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางน้ำว่าจะให้ไหลไปยังทิศทางใดหรือป้องกันพื้นที่อย่างไร จึงต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสองจังหวัดเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่
เมื่อถามถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและนครนายก นายนิรัตน์ กล่าวว่า วิกฤตทั้งคู่ โดยจังหวัดนครนายกน้ำส่วนหนึ่งจะไหลผ่านจังหวัดปราจีนบุรีไปออกบางปะกง ซึ่งเป็นทางน้ำผ่านจึงจำเป็นต้องมีการบริหารทางน้ำไหล ขณะนี้เครื่องสูบน้ำทั้งของปภ. กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงหน่วยอื่นๆ อาทิ กองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม ได้มีการบริหารทรัพยากรกันในแต่ละพื้นที่ให้มีความเหมาะสมในแต่ละวัน ยืนยันว่าใช้อย่างเต็มกำลังและเป็นหนึ่งเดียวกัน
เมื่อถามว่ามีการประเมินสถานการณ์อุทกภัยในแต่ละพื้นที่ปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง อธิบดีปภ. กล่าวว่า ที่แม่กลองจังหวัดกาญจนบุรีและราชบุรีถือว่าเริ่มคลี่คลาย ซึ่งน้ำจะไหลไปสู่จังหวัดสมุทรสงคราม โดยขณะนี้มวลน้ำอยู่ที่สองอำเภอปลายน้ำ ทางกองทัพเรือจึงได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมในจุดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชี้เป้า รวมถึงในลุ่มน้ำอื่นๆด้วยเช่นกัน อย่างลุ่มน้ำเจ้าพระยาก็มีการระบายน้ำ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มาหลายวันแล้ว และน้ำได้ไหลออกปากอ่าวเป็นที่เรียบร้อย จึงสามารถใช้คันกั้นน้ำควบคุมไม่ให้น้ำล้นตลิ่งเข้ามาได้ ซึ่งเป็นเรื่องของการบริหารปลายน้ำให้ออกโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ จากที่ตนได้หารือกับ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และฝ่ายทหารเรือ ทราบว่าจะทุ่มสรรพกำลังในเรื่องของการเอาน้ำออกจากปลายน้ำบางปะกงให้เร็วกว่านี้และมากกว่านี้ เพื่อที่จะสามารถช่วยทั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และนครนายก
เมื่อถามว่าความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้เฝ้าระวังช่วง 10 วันอันตราย นายนิรัตน์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกจังหวัดหยิบแผนที่มีอยู่แล้วขึ้นมาใช้ โดยนำมาซักซ้อม และปรับใช้ เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ ซึ่งจากการรายงานขึ้นมาพบว่าน้ำไม่ได้เต็มอ่างและเขื่อน ปริมาณน้ำฝนไม่ได้อยู่ในช่วงสูงสุด แต่มีการพยากรณ์ว่าฝนตกหนักกำลังเข้ามา จึงจำเป็นต้องไปเน้นในเรื่องของการทำทางน้ำไหลและดูเรื่องท่อระบายน้ำในชุมชน พร้อมกำชับว่าฝนตกวันเดียวน้ำท่วมต้องไม่เกิดขึ้น
ส่วนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายนิรัตน์ กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รายงานมาแล้วว่าคลองต่างๆได้มีการขุดลอกไว้หมดแล้ว และระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งหลายเมตร ฉะนั้นน่าจะรองรับฝนตกตามที่มีการพยากรณ์มาในช่วงสัปดาห์นี้
Advertisement