
วันที่ 25 กันยายน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงมหาดไทยให้ถึงพื้นที่ มอบโฉนดที่ดินแก่ประชาชน 167 ราย พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอจากประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ ก่อนมอบนโยบายแก่ฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำชับทุกหน่วยงานเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม–ภัยแล้ง ยกระดับความปลอดภัยทางถนน และขยายระบบประปาให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดอย่างทั่วถึง
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้มี นายชูเกียรติ จีนาภักดิ์ นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.กาญจนบุรีพรรคภูมิใจไทย นายเจนกิจ เชฎฐวาณิชย์ รองอธิบดีกรมที่ดิน นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายฑรัท เหลืองสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นางสาวกมลชญา ประเสริฐสิน ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับและติดตามภารกิจ
ช่วงแรก นายเจเศรษฐ์ เป็นประธานในพิธีมอบโฉนดที่ดินตามโครงการ “มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้กับประชาชน” ณ สนามด้านหน้าที่ว่าการอำเภอพนมทวน โดยมอบโฉนดที่ดินแก่ประชาชนจำนวน 167 ราย
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การได้รับโฉนดที่ดินจะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับประชาชน เพราะนอกจากเป็นเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินแล้ว โฉนดที่ได้รับยังสามารถนำไปทำนิติกรรมกับธนาคารได้ 100% ทำให้ประชาชนสามารถนำทรัพย์สินของตนเองไปใช้เป็นหลักประกัน เข้าถึงแหล่งทุน และต่อยอดสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับครอบครัว
จากนั้น นายเจเศรษฐ์ เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการปฏิบัติราชการ ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอพนมทวน โดยรับฟังรายงานสถานการณ์และภาพรวมการพัฒนาพื้นที่ รวมถึงเปิดโอกาสให้ตัวแทนประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสะท้อนปัญหาโดยตรง ก่อนมอบแนวทางให้แต่ละหน่วยงานนำไปดำเนินการต่อในพื้นที่
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ในฐานะที่กำกับดูแลหน่วยงานสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง การประปาส่วนภูมิภาค และการประปานครหลวง สิ่งสำคัญคือการทำให้กลไกของกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่จังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน เชื่อมโยงการทำงานเป็นระบบ เมื่อประชาชนสะท้อนปัญหาแล้วต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบและขับเคลื่อนต่อจนเห็นผล
ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กำชับให้พนมทวนเตรียมพร้อมรับทั้งสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง ภัยแล้งในพื้นที่นอกเขตชลประทาน และน้ำหลากในช่วงฤดูฝน โดยให้บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำแผนเผชิญเหตุ ขุดลอกคูคลอง เตรียมแหล่งน้ำสำรอง และจัดเตรียมเครื่องมือกู้ชีพกู้ภัยให้พร้อมใช้งาน สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล
พร้อมกันนี้ นายเจเศรษฐ์ เน้นย้ำเรื่อง การแจ้งเตือนและการอพยพประชาชนเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤต โดยขอให้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่องว่า หากสถานการณ์มีความรุนแรงและมีการประเมินว่าพื้นที่ไม่ปลอดภัย ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที ไม่ควรรอจนสถานการณ์รุนแรง เพราะอาจทำให้การเข้าช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก
“ผมอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่า ถ้าเกิดเหตุวิกฤตจริง ๆ อยากให้อพยพ อย่าอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เพราะสิ่งที่เราไม่ต้องการเห็นที่สุดคือความสูญเสีย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่นต้องช่วยกันชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงความสำคัญของการอพยพ และเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
มท.3 ย้ำว่า การแจ้งเตือนภัยต้องไม่ใช่เพียงการส่งข้อมูล แต่ต้องทำให้ประชาชน “รู้ เข้าใจ และพร้อมปฏิบัติ” โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงที่ต้องมีการเตรียมจุดปลอดภัย เส้นทางอพยพ และกำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อม เพื่อให้สามารถนำประชาชนออกจากพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ
นอกจากนี้ ให้เร่งสำรวจและแก้ไข จุดเสี่ยง จุดอันตราย และทางร่วมทางแยก บนถนนสายหลักและสายรอง รวมถึงส่งเสริมการสร้างความรู้และความตระหนักด้านความปลอดภัยทางถนนแก่ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่
ด้านกรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) ให้เร่งสำรวจและออกแบบระบบป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนและย่านเศรษฐกิจของอำเภอพนมทวน โดยเฉพาะระบบระบายน้ำในพื้นที่ชุมชนหนาแน่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ รองรับฝนตกหนัก และลดปัญหาน้ำท่วมขัง พร้อมพิจารณาแนวทางป้องกันการกัดเซาะและก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งบริเวณริมแม่น้ำหรือลำห้วยที่มีความสำคัญต่อชุมชน
ด้านการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ให้เร่งสำรวจพื้นที่ที่ยังไม่มีระบบประปาและขยายเขตจำหน่ายน้ำให้ครอบคลุมหมู่บ้านและชุมชนที่ยังขาดแคลนน้ำประปา เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดที่ได้มาตรฐาน พร้อมเร่งแก้ปัญหาน้ำดิบและแรงดันน้ำ โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาแหล่งน้ำดิบสำรองรองรับช่วงฤดูแล้ง รวมถึงปรับปรุงสถานีสูบจ่ายและระบบท่อ เพื่อลดปัญหา “น้ำไหลอ่อน–น้ำไม่ไหล” ที่กระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน
นอกจากนี้ นายเจเศรษฐ์ ได้ให้เกียรติประดับเครื่องหมายอินทรธนูแก่ นายสุประกิจ ทองนุ่ม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 ตำบลรางหวาย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่ พร้อมมอบนโยบายแก่รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจในพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยยึดปัญหาและความต้องการของประชาชนเป็นโจทย์หลัก
“การทำงานของกระทรวงมหาดไทยต้องไปให้ถึงประชาชน ปัญหาอะไรที่กระทบกับประชาชนในพื้นที่ ต้องนำมาดูและแก้ให้ตรงจุด ทั้งเรื่องน้ำ ภัยพิบัติ ความปลอดภัย และสาธารณูปโภค ทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกันและเดินหน้าให้เกิดผลจริง” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
มท.3 กล่าวทิ้งท้ายว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรับทราบปัญหา แต่ต้องนำปัญหาและข้อเสนอของประชาชนไปขับเคลื่อนต่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งเรื่องสิทธิในที่ดิน คุณภาพชีวิต ความปลอดภัย การบริหารจัดการน้ำ และสาธารณูปโภค เพื่อให้ฝ่ายปกครอง หน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง
“โฉนด 1 ฉบับ คือสิทธิที่ชัดเจน และคือโอกาสที่ประชาชนสามารถนำไปต่อยอดได้ ขณะเดียวกันทุกปัญหาที่ประชาชนสะท้อนมา ต้องมีหน่วยงานรับไปขับเคลื่อนต่อให้เกิดผล”
Advertisement