
(17 ก.ย. 2569) ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายในห้องประชุม ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงมหาดไทย โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ส่วนเรื่องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติจะบูรณาการการทำงาน ระหว่างฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า โดยให้นายอำเภอเป็นหัวหน้าทีม ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทย รับทราบเรื่องนี้แล้ว และจะต้องมีการปรับจำนวนบุคลากรให้สอดรับกับสถานการณ์ ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ขอให้มีการจัดตั้ง มท. ส่วนหน้าด้วย เพื่อบริหารสถานการณ์ในพื้นที่อย่างทันท่วงที ขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย เร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพราะ สมช. มีมติไปแล้ว ขณะที่แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ ก็ยืนยันกับตน ว่าพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
ส่วนเรื่องการทำงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) ก็ขอชื่นชมเช่นเดียวกัน ช่วงนี้มีเหตุการณ์มากมายแต่ ปภ. และผู้ว่าฯ เรื่องพื้นที่ประสบเหตุ สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ด้วยความรวดเร็ว ไม่มีสิ่งที่เกินความคาดหมายเกิดขึ้น ต้องขอขอบคุณที่มีแผนเผชิญเหตุ ตามที่ตนได้มอบนโยบายไว้ ขอให้เพิ่มศักยภาพ และการเฝ้าระวังในช่วงนี้ เพราะมีฝนตกหนักไปจนถึงเดือนธันวาคม ซึ่งได้มีการแบ่งงานทั้งในระดับรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย รวมถึงรองนายกรัฐมนตรีแต่ละคน สามารถใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี ดำเนินการได้เลย
ส่วนเรื่องกรุงเทพมหานคร ตนขอยืนยัน ที่ผู้ว่าราชการ ได้ให้นโยบาย ว่าข้อมูลข่าวสารของกรุงเทพมหานคร เป็นข้อมูลที่เปิดเผย ของรัฐบาลก็เช่นกัน เราพร้อมที่จะเปิดเผย ซึ่งวิธีการทำงานของตน โดยอุปนิสัยเป็นคนเปิดเผยอยู่แล้ว ไม่มีอะไรปิดบัง ข้างหน้าอย่างไร ข้างหลังก็อย่างนั้น เราก็ใช้มาตรการทำให้เป็นตัวอย่าง ว่าในกระทรวงมหาดไทยทุกอย่างต้องเปิดเผยตรงไปตรงมา ใครจะมาขอดูสเป็กอะไร ไม่ยอมเปิดเผยกัน ใช้วิธีการช่วยเหลือผู้รับจ้างตามอำเภอใจ ใครวิ่งเก่งก็ได้รับการช่วยเหลือ แต่คนเหล่านั้น ก็ไปหมดแล้ว อย่าให้โลกเก่ากลับมาอีก โลกนั้น เป็นโลกที่แย่ รับไม่ได้ ใช้ไม่ได้ เราอยู่ตรงนี้ต้องอำนวยความเป็นธรรมให้คน ถ้ากระทรวงมหาดไทยไม่บำบัดทุกข์บำรุงสุข กับทุกคน ตนดีใจตั้งแต่พวกเราเข้ามาทำงานด้วยกัน 3 ปีที่ผ่านมาทำไมไม่มีเรื่องสเป็กเลย ไม่เห็นมีผู้รับเหมาที่เสนอราคาสูงกว่าคนอื่น และวิ่งผู้ว่าฯ ได้ และได้งานไป ตรงนี้ไม่อยากให้เป็นเรื่องชั่วคราว ดังนั้น ต้องฝากไปยังประธานรัฐวิสาหกิจทั้งหลายด้วย ต้องตั้งเป็นกฎเกณฑ์ให้มีความเรียบร้อย เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องน่ารังเกียจ เรามาถึงจุดนี้มาทำงานกับรัฐมนตรี ที่เป็นไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ หลอกกันไม่ได้หรอก ดังนั้น ต้องทำเต็มที่เรื่องพวกนี้ ใครที่ผิดก็ดำเนินการ ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งนั้น
Advertisement