
วันที่ 19 ก.ย. 69 ที่โรงแรมแบงค็อก มิดทาวน์ ราชเทวี กทม. ในงานเสวนา “โกง สว.จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ“ นาย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวว่า จากผู้ต้องหาทั้งหมด 229 คน คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. สั่งไม่ฟ้องจำนวนมาก แม้ว่า กกต.จะไม่ฟ้องผู้บริหาร หรือกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย แต่ที่สั่งฟ้องไปก็มีคนจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย ทั้งนาย สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สส.สุโขทัย พรรคภูมิใจไทย, นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีต สส.นครพนม และอดีตผู้สมัคร สส.รวมถึงญาติพี่น้องของ สส. และแกนนำของพรรคภูมิใจไทย
นายยิ่งชีพ ได้ยกตัวอย่างถึงกรณี ข้อมูลเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้สมัคร สว. จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นผู้ช่วย สส. สุราษฎร์ธานี โอนเงินให้กับผู้สมัคร สว. เพื่อให้เลือกบุคคลที่จะเป็น สว. โดยได้นำเงินมาเสมียนพรรคภูมิใจไทย รวมทั้งหมด 38,000 บาท ได้โอนเงินต่อ 2 ครั้ง รวมแล้ว 38,000 บาทพอดี โดย กกต. เชื่อว่า กระบวนการนี้คือ การโกง จึงส่งฟ้อง แต่ไม่ฟ้องอีกคน
การที่ กกต. ฟ้องแค่นี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่า พยายามตัดให้เหลือแค่ตัวเล็กๆ จะได้ไม่ต้องฟ้องพรรคภูมิใจไทย
ตนได้ฟังนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต. อธิบายเกี่ยวกับพยานที่เกี่ยวข้องภูมิใจไทย ซึ่งมีทั้งหมด 4 คน ระบุว่า เป็นพยานที่ไม่น่าเชื่อถือ และกลับคำให้การ ตนจึงขอนำรายละเอียดคำให้การของพยานทั้ง 4 คนมาเปิดเผย
นายยิ่งชีพ ยังได้เล่าถึงไทม์ไลน์ การเข้ามาให้การของพยานทั้ง 4 คน หากจะบอกว่า มีการปั้นพยาน เพื่อปรักปรำพรรคภูมิใจไทย เป็นเรื่องที่ไม่ชัดเจน เพราะทั้ง 3 พรรคร่วมรัฐบาลกันอยู่ ดังนั้นแรงจูงใจในการข่มขู่พยาน เป็นสิ่งที่มองเห็นไม่ชัด
Advertisement