Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"อนุทิน" นำทัพ ครม.-เหล่าทัพ ฟังข้อเสนอ วปอ.68 "Resilient Thailand"

"อนุทิน" นำทัพ ครม.-เหล่าทัพ ฟังข้อเสนอ วปอ.68 "Resilient Thailand"

7 ก.ย. 69
12:52 น.
แชร์

"อนุทิน" นำทัพ ครม.-เหล่าทัพ ฟังข้อเสนอ วปอ.68 "Resilient Thailand" บอก เป็นครม. แรก นำคนถูกคัดออกกลับมาใหม่

(7 ก.ย. 2569) ที่​วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร​ นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ ​นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​มหาดไทย​ และในฐานะนักเรียน​วปอ.รุ่น​ 61 เป็นประธานการรับฟังข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ของนักศึกษา หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 68 ในหัวข้อ "Resilient Thailand" พลิกฟื้นประเทศไทย สู่อนาคตที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยมี​ พล.ท.อดุลย์​ บุญธรรม​เจริญ​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​กลาโหม​ นายเอกนัฏ​ พร้อม​พันธุ์​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​พลังงาน​ พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ​ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อุกฤษฏ์​ บุญ​ตา​นนท์​ ผบ.ทสส.​ พล.อ.พนา​ แคล้ว​ปลอด​ทุกข์​ ผบ.ทบ. ​พล.ต.อ.กิตติ​์รัฐ ​พันธุ์​เพ็ชร์​ ผบ.ตร. พล.อ.สิทธา มหาสันทนะ ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พร้อมด้วย พล.ท.อรรคเดช ประทีปอุษานนท์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ให้การต้อนรับ ณ อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เขตดินแดง กรุงเทพฯ

โดยทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงได้รับมอบหนังสือ​จากหุ่นยนต์​กู้ภัย "โอลิเวอร์" ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ก่อนเยี่ยม เยี่ยมชมนิทรรศการงานวิจัย​ ถ่ายรูปร่วมกัน​กับนักเรียนวปอ.รุ่นที่​ 68 และการรับฟังข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ​ อาทิ​ การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ​ ที่ต้องชัดเจนและเหมาะสมกับศักยภาพ​ พร้อมกับพัฒนาทักษะของบุคลากรไปพร้อมกัน​

นายกรัฐมนตรี​ ระบุว่า​ ตนยินดีและดีใจมากที่ได้กลับมาวปอ.ในอีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะเกือบไม่ได้มาเพราะกำหนดการช่วงนี้เดินทางมาก​ วปอ.รุ่นที่ 68 ถือว่าเป็นเพราะรุ่นแรกที่คณะรัฐมนตรีชุดตนเป็นผู้ลงนาม และเป็นวปอ.ชุดแรกที่นำคนออกไปแล้วกลับเข้ามา ไม่ให้มีเรื่องของการเมือง​ หรือเรื่องของอารมณ์ใดๆที่จะมาทำให้เกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีของ วปอ. ได้ถูกกระทบ พอๆเป็นเรื่องของความมั่นคง​ คือเรื่องที่คณะกรรมการ กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม ได้คัดกรองมาเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องใดๆ ก็ตาม ที่นอกเหนือจากนี้ คนนอกไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องเพราะเราต้องให้เกียรติกับผู้ที่ทำการกลั่นกรองมา​ สิ่งที่เราได้จากการศึกษาที่นี้นอกจากความรู้ในห้องเรียนหรือการที่ได้เห็นประเทศไทยจากหลายมุม ได้รู้จักและเข้าใจคนจากหลายภาคส่วน หรือแม้กระทั่งว่าการที่เรามีเพื่อนในวัยที่เรากำลังจะ เติบโตมาแล้วมากมายทำให้รู้สึกว่าความสัมพันธ์ของการมีเพื่อน ในอายุขนาดนี้ มีความหมาย

นายกรัฐมนตรี​ ยังกล่าวว่า​ "Resilient Thailand" ภายใต้แนวคิดนี้​ ตนดีใจว่าโจทย์ที่ตั้งตรงกับโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลกำลังทำงานอยู่ คือในวันที่โลกจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยอยู่รอด และสามารถก้าวหน้าต่อไปได้ด้วยความมั่นคง แข็งแกร่ง​ คำว่า​ Resilient ไม่มีสปีชของผู้นำ​ ซึ่งได้วางกรอบไว้ "Resilient" ก็คือไม่ใช่แค่ล้มแล้วลุก​ แต่เมื่อลุกแล้วจะต้องวิ่ง วิ่งไปข้างหน้าด้วยความแข็งแกร่งกว่าเดิม ตนอยากให้ใส่วงเล็บ "Moving Forward" หลังจากที่มีปัญหามีการล้ม หยุดนิ่ง อะไรก็ตามที่ทำให้เกิดการชะงักงัน ของความก้าวหน้าต่างๆ ซึ่งเกิดได้ตลอดเวลาเนื่องจากมี สิ่งต่างๆเข้ามาเสียบ จะต้องเดินหน้าไปข้างหน้า แต่เมื่อเราผ่านอุปสรรคเหล่านั้นไปแล้ว เราต้องเอาอุปสรรคเหล่านั้นเปลี่ยนมาเป็นเชื้อเพลิง ทำให้เราขับเคลื่อน ไปด้วยความรวดเร็ว ที่สูงขึ้น และด้วยประสบการณ์ที่แข็งแกร่งด้วยความรอบรู้ที่เราได้ผ่านมา ภาษานักบินกองทัพอากาศเขาสอนขับเครื่องบิน​ไม่ใช่มองไปข้างหน้า​เฉยๆ​ มองซ้ายมองขวา​ มองความสวยงามของท้องฟ้าเท่านั้น​ แต่คุณต้องมองทางพื้นดิน​ ข้างหน้า​ ข้างบน​ ว่ามันมีเมฆอยู่หรือไม่และต้องมองข้างล่างว่าทำอย่างไรให้เห็นเมฆที่ทำให้เครื่องบิน ลดประสิทธิภาพ ทำให้เกิดอันตราย

เพราะฉะนั้นคำว่า​ Resilient รวมหลายๆอย่างเอาไว้เมื่อเรามีปัญหาแล้วจะต้องเดินหน้าด้วยการปรับตัวบทเรียนต่างๆถอดบทเรียน และนำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นพลังขับเคลื่อนไปข้างหน้า ด้วยความรอบรู้ และเป็นสิ่งที่จะทำให้เรา รู้จักคำว่า​ "รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง" Resilient ของนักศึกษาวปอ. 68 จะมีความหมายมากที่จะทำให้การขับเคลื่อนประเทศไทย ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของพวกท่าน​ ขับเคลื่อนไปด้วยความมั่นคงแข็งแกร่ง รอบรู้และด้วยประสบการณ์และบทเรียนที่เราได้ประสบมา​ ขณะเดียวกันวิธีคิดสะท้อนปัญหาว่าบางปัญหาไม่สามารถแก้ได้ด้วยวิธีคิด​เดิม​ แต่ต้องกล้าคิดใหม่และหลายเรื่องจะต้องกล้าปรับระบบเดิม ผ่านการสร้างระบบใหม่ขึ้นมา

นายก​รัฐมนตรี​ ย้ำว่า​ ประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ​ เพราะโลกไม่ได้กำลังเปลี่ยนแปลงในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง​ แต่เปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์​ นี่คืออีกหนึ่งคำ ที่ทุกอาเจนด้าที่มีการพูดคุย ในวงนานาชาติ จะมีคำนี้ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา Geopolitics กติกาการค้า AI พลังงานโครงสร้างประชากร ทำให้สามารถสรุปได้ว่าในบริบทของนโยบายรัฐบาล และการรับทราบรับรู้ได้ของนักศึกษาวปอ.รุ่น 68 มีทิศทางที่ตรงกัน

สำหรับตนความมั่นคงในโลก.วันนี้ไม่ใช่แค่การป้องกันภัยจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศที่จะมาคุกคามประเทศเรา ความมั่นคงสำหรับประเทศไทยคือการสร้างประเทศที่แข็งแกร่งมีความพร้อมจากภายใน ไม่พึ่งพาปัจจัยภายนอก ปัจจัยจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับเรา และเราต้องพร้อมที่จะรับการรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงและทุกอิทธิพลจากภายนอก ที่ไม่ใช่ล้มแล้วลุกให้เร็วหรือรอให้เกิดขึ้นก่อนแล้วมาแก้ปัญหา แต่ก็ต้องทำให้ประเทศแข็งแรงพอ​ ที่จะเปลี่ยนแปลงมีการเตรียมตัวอย่างเนิ่นๆ และทั่วโลกได้เปลี่ยนไปแล้วเราก็สามารถเปลี่ยนความท้าทายทั้งหลาย ให้เป็นโอกาสของประเทศไทยได้

หากถามถึงการสร้างความเปลี่ยนแปลงภายในของรัฐบาลอย่างไรนั้น เรามองอยู่ 3 อย่าง คือเปลี่ยนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ ปฏิรูประบบราชการ และ พัฒนา คุณภาพชีวิตของประชาชน​ ซึ่งเราเห็นตรงกัน โดยการเปลี่ยนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยราย 10 ปีที่ผ่านมา เติบโตจากการผลิต การส่งออก การท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งเครื่องยนต์เหล่านี้ ปัจจุบันก็ยังมีความสำคัญ แต่ก็ต้องหาคนไกลที่ทำให้เกิดความแข็งแรงขึ้น แต่ครึ่งเดือนนี้พาเราไปถึงโลกอนาคตไม่ได้ ต้องส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตดิจิทัล AI เซมิคอนดักเตอร์ หาดดูในอนาคตพลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ​ อาหารและการแพทย์ ไปจนถึงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

พร้อมกับระบุว่า​ ในอดีตที่เราพูดถึงความมั่นคงเราจะพูดถึงการจัดหาหรือซื้ออาวุธอะไรให้ประเทศมีความพร้อม วันนี้หลายประเทศผลิตอาวุธได้ แต่ก็ไม่ทราบว่าวันไหน เขาจะอยู่ข้างไหน หรือเขาจะเลือกว่าจะขายให้อาวุธนี้กับใคร เราไม่ต้องการที่จะอยู่ภายใต้จมูกของใคร​ แต่เราต้องหายใจด้วยตัวเอง ซึ่งทุกวันนี้นักศึกษาวปอ.​หลายคน ที่อยู่ในแวดวงความมั่นคง คงจะได้เห็นว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศมีการพัฒนาไปมากพอสมควร แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่ คือการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของรัฐบาลไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้พยายามสร้างความมั่นใจให้กับตน ว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในประเทศไทยเรา ถือว่าสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในระดับหนึ่ง และจะเป็นสิ่งที่ทำให้ได้รับความยำเกรง จากผู้ที่คิดจะมาต่อกร​กับเราได้ในระดับที่เรียกว่าวางใจได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ตนได้รับการป้อนมา เนื่องจากรัฐบาลที่ตนเข้ามาในช่วงที่ทุกท่านก็คงทราบว่า มีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ค่อนข้างรุนแรง แต่สิ่งที่ทำให้เรามีความมั่นใจมาตลอดเวลา ก็คือความพรั่งพร้อม ของกองทัพ ตนต้องเปลี่ยนบริบทความคิด ว่า ทุกวันนี้จะไปรบกับใคร​ ต้องพึ่งพาระบบเศรษฐกิจ เพราะเรามีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและจะเกิดสงครามน้อยมาก การที่จะต้องทุ่มเทงบประมาณมหาศาลไปเพื่อการเตรียมความพร้อมของยุทโธปกรณ์ต่างๆ​ ไม่น่าสำคัญเท่ากับการที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเรามีความแข็งแกร่ง และยั่งยืน ซึ่งเคยคิดอย่างนั้น และ​ ณ ตอนนั้นก็ยังคิดว่าถูกต้อง ถึงตอนนี้ลึกๆ ก็ยังคิดว่าถูกต้อง แต่เมื่อเจอกับของจริงหรือสถานการณ์จริง และเข้ามาในจังหวะที่ต้องมีส่วนร่วมการคิดและตัดสินใจกับผู้นำกองทัพในขณะที่มีความขัดแย้ง สิ่งที่การันตีชัยชนะของเราคือความพรั่งพร้อมของกองทัพ ซึ่งนี่ต้องยอมรับจริงๆ สิ่งเหล่านี้จะทำให้แม้แต่ความตั้งสงบต้องเตรียมรบให้พร้อมสรรพ​ กลับขึ้นมา ที่จะต้องมาเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล ในการป้องกันประเทศ ซึ่งตนและผู้นำเหล่าทัพก็ได้หารือกันตลอด และเห็นพร้องต้องการว่าเราไม่มีทางเลือกอื่น​ นอกจากที่จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในประเทศให้รู้สึกปลอดภัย นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด​ แต่ต้องทำให้เขาเห็นว่าอย่าทำอีก​ ถ้าเขาทำอีก​ เราก็ต้องตอบสนอง และเขาตัดสินใจผิดที่จะมาวุ่นวาย​ หรือรุกรานประเทศไทย

นายก​รัฐมนตรี​ ย้ำว่า​ ตนขอให้ความมั่นใจ กับนักศึกษาวปอ.​68 สิ่งที่ก่อนทำและรัฐบาลได้ร่วมกันปกป้องประเทศมาโดยตลอด​ เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและเป็นสิ่งที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ ทั้งสิ้น แล้วเราก็ยังคงต้องเตรียมความพร้อมเช่นนี้ ตราบใดที่ความสัมพันธ์ทางการทูตยังไม่ถูกสถาปนากลับมาอีกครั้ง และความพร้อมเหล่านี้มีอยู่แล้วเรียบร้อยแล้ว และทุกคนก็สามารถที่จะใช้ชีวิตได้ตามปกติ วางแผนทุกอย่าง ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ​ ประเทศไทยของเราทุกวันนี้พร้อมที่จะเดินหน้า ด้วยพลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งและมั่นคง รอยเท้าที่ประทับไปแต่ละรอย จะไม่เป๋ หรือความมั่นใจบางๆ ทุกกระทำที่ย่อมไปจะต้องย่ำด้วยความมั่นคง ดูคนต้องดูที่รอยเท้า ว่าเขาเดินอย่างไร

นายก​รัฐมนตรี​ ยังกล่าวว่า​ ตนไม่อยากเห็นประเทศไทยเป็นเพียวสถานที่ตั้งโรงงานหรือที่ตั้ง ดาต้าเซน​เตอร์​ แต่อยากเห็นประเทศไทยเป็นที่ดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูงและเห็นบริษัทไทยเข้าไปอยู่ในซัพพลายเชน และวิศวกรไทยออกแบบพัฒนาเทคโนโลยี หรือสร้างธุรกิจบนโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ และอยากเห็นประเทศไทยยกระดับจากประเทศอะไรได้ปานกลางสู่เป็นประเทศรายได้สูงซึ่งเราตั้งเป้าไว้แล้ว และต้องดูว่าการลงทุนจำนวนมหาศาลนั้นทิ้งอะไรไว้กับประเทศไทย เป็นคนไทยเก่งขึ้นและมีรายได้ดีขึ้น

ขณะที่การปฏิรูประบบราชการ หลายคนคิดถึงว่าหมายถึงการลดจำนวนข้าราชการ ตนเขาย้ำว่าไม่ใช่ การปฏิรูประบบราชการไม่เพียงแต่เป็นการลดคนแต่เป็นการเปลี่ยนที่คิดและการทำงาน ไม่เปลี่ยนบทบาทของรัฐเรื่องใดที่ประชาชนและเอกชนทำได้รัฐก็ไม่จำเป็นต้องสร้างขั้นตอนหรือภาระให้กับเขา​ พร้อมกับมองว่า​ ประเทศที่แข็งแรงจากภายใน​ ไม่ใช่ประเทศที่ปิด​ ประเทศแต่ต้องเชื่อมโลกดึงองค์ความรู้ แต่หากโลกภายนอกมีความผันผวนมากเพียงใดฐานภายในจะต้องแข็งแรงแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

นายก​รัฐมนตรี​ ยังย้ำว่า​ ในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลขอรับผลการศึกษาของนักศึกษาวปอ.รุ่น 68 มีไว้แล้วจะให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณาอย่างจริงจัง ว่าเรื่องใดสามารถต่อยอดเป็นนโยบายได้หรือเรื่องใดทำได้ พร้อมกับขอแรงให้ทุกท่านร่วมมือกัน รัฐบาลจะทำหน้าที่ของรัฐบาลในการเปลี่ยนประเทศไทย เพราะเป็นเรื่องของคนไทยทุกคนหลายเรื่องที่เรากำลังจะทำเป็นเรื่องใหม่และการเปลี่ยนแปลง​ ย่อมมาพร้อมกับความกังวลและบางครั้งก็มาพร้อมกับความเข้าใจผิดหน้าที่ของรัฐบาล ไม่ใช่เพียงบอกประชาชนว่าอย่ากังวล​ เราทำอยู่​ แต่ต้องตอบให้ได้ว่าเรากำลังทำอะไร​ มีเป้าหมายอะไร หรือประเทศได้อะไร​ ความเสี่ยงอยู่ตรงไหน และเราจะบริหารจัดการความเสี่ยงตรงไหน​ นี่คือสิ่งที่ตนอยากฝากวปอ.ทุกคน และยังขอแรงในการสื่อสารรับฟังและสื่อสารประเภทไทยของเรากำลังจะเดินทางไปในทิศทางใด ทำไมจะต้องเปลี่ยนและคนไทยจะมีที่ยืนอยู่ตรงไหนในอนาคต และอยากให้เครือข่ายของวปอ.​เป็นมากกว่าเครือข่ายของผู้นำ อยากให้เครือข่ายวปอ. เป็นเครือข่ายความเข้าใจการลงมือทำเพราะการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าประชาชนไม่รู้ว่ารัฐบาลกำลังจะเดินทางไปในทิศทางใด เราต้องเห็นปลายทางเดียวกัน เข้าใจวิธีการที่จะเดินทางไปถึงและนำประชาชนให้แดงไปด้วยกันด้วยความมั่นคงและมั่นใจ ตนเชื่อวาประเทศไทยไม่ใช่เพียงแต่รับมือกับภูมิ รัฐศาสตร์ใหม่ของโลกแต่ต้องกำหนด อนาคตประเทศไทยโดยปราศจากแรงกดดันจากภายนอก

นายก​รัฐมนตรี​ ยังกล่าวว่า​ คนที่ได้คัดเลือกมาเป็นนักเรียนวปอ.ถือว่าเป็นพวกเดียวกัน ท่านไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากต้องรักชาติเท่านั้น​ แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของการปกป้อง ประเทศไทยของเราอย่างเต็มที่ สุดความสามารถด้วย​ชีวิตด้วยวิญญาณ และด้วยทุกสิ่งที่เรามี นี่คือสิ่งที่วปอ. ต้องขอจากท่าน หลังจากที่ท่านได้สำเร็จการศึกษา เพราะท่านคือคนที่จะเข้าใจบริบทของความเป็นประเทศไทยในทุกบริบททุกสังคม และทุกๆด้าน รัฐบาลจึงเห็นความสำคัญของหลักสูตรนี้ พยายามที่จะให้มีหลักสูตรนี้ อยู่คู่กับประเทศไทย ให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตนยังคิดถึงช่วงปี 61 ที่ทำให้สิ่งเดียวที่ทำให้ตนตื่นตี 5 ได้ แล้วมาถึงสถานที่แห่งนี้ 6 โมงครึ่ง 7 โมง เพื่อมากินข้าวที่ไม่อร่อยแต่อยากกิน เพราะการอยู่ท่ามกลางคนที่เรารัก หรือชอบ ทำให้อาหารทุกอย่างอร่อยหมด แล้วอยากจะใช้เวลาตรงนี้ให้นานที่สุด

Advertisement

แชร์
"อนุทิน" นำทัพ ครม.-เหล่าทัพ ฟังข้อเสนอ วปอ.68 "Resilient Thailand"