Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"เจเศรษฐ์" ตอบกระทู้สภาฯ รัฐบาลพร้อมรับมือภัยพิบัติ ลุยดัน "ประกันภัย"

"เจเศรษฐ์" ตอบกระทู้สภาฯ รัฐบาลพร้อมรับมือภัยพิบัติ ลุยดัน "ประกันภัย"

3 ก.ย. 69
20:44 น.
แชร์

"เจเศรษฐ์" ตอบกระทู้สภาฯ ยันรัฐบาลพร้อมรับมือภัยพิบัติ วางระบบ-ซ้อมจริง ลุยดัน "ประกันภัย" จ่ายเยียวยาใน 15 วัน

(3 ก.ย. 2569) ที่รัฐสภา นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ได้รับมอบหมายให้ตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในประเด็นการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังเกิดภัย มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก เพื่อให้สามารถลดความสูญเสียและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การบริหารจัดการสาธารณภัยในปัจจุบันไม่สามารถรอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่ต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทั้งการประเมินความเสี่ยง การเฝ้าระวังสถานการณ์ การแจ้งเตือนประชาชน การเตรียมกำลังคน เครื่องมือ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ตลอดจนการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถเข้าปฏิบัติการได้ทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์จริง

ในการตอบกระทู้ดังกล่าว นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต 7 ได้สอบถามเพิ่มเติมถึงความพร้อมและแนวทางการรับมือของภาครัฐ โดยเฉพาะการดูแลระบบสาธารณูปโภคที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน หากเกิดสาธารณภัยหรือภัยพิบัติในวงกว้าง

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของระบบสาธารณูปโภคดังกล่าว และได้เตรียมระบบรองรับไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะ ไฟฟ้า น้ำประปา และน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในภาวะเกิดภัย พร้อมวางระบบการแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน และซักซ้อมการปฏิบัติร่วมกันในทุกระดับ เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถเข้าแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูระบบได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ

"ตราบใดที่รัฐบาลชุดนี้ยังอยู่ และผมยังกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอให้มั่นใจว่าเราได้วางระบบการแก้ไขปัญหาด้านสาธารณูปโภคทั้งไฟฟ้า น้ำประปา และน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างชัดเจน และเรามีการซักซ้อมไว้ในทุกระดับ" นายเจเศรษฐ์กล่าว

นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมต้องครอบคลุมตั้งแต่ระดับส่วนกลาง จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปจนถึงระดับพื้นที่ โดยทุกหน่วยงานต้องรู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง สามารถบูรณาการกำลังและทรัพยากรร่วมกันได้ทันที และมีการซักซ้อมแผนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุจริงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ระดมกำลังจากหลายหน่วยงาน ทั้ง ปภ. ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยมีการระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยกว่า 190 หน่วย เพื่อเร่งฟื้นฟูเส้นทาง ระบบไฟฟ้า ระบบประปา และโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบ จนประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังเร่งดำเนินการด้านการเยียวยา โดยจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 9,000 บาท และกรณีมีผู้เสียชีวิตให้ความช่วยเหลือครอบครัวละ 2 ล้านบาท ขณะที่จังหวัดได้ดำเนินการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือประชาชนแล้วกว่า 4,416 ครัวเรือน รวมกว่า 27 ล้านบาท

นายเจเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลยังเดินหน้าพัฒนาระบบ ประกันภัยพิบัติ เพื่อเพิ่มหลักประกันและสร้างความรวดเร็วในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัย โดยจุดสำคัญคือการทำให้ประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นภายใน 15 วัน เพื่อนำไปใช้ในการซ่อมแซมบ้านเรือน จัดหาสิ่งของจำเป็น และประคับประคองการดำรงชีวิตในช่วงแรกหลังเกิดภัย โดยไม่ต้องรอกระบวนการพิจารณาความเสียหายเป็นเวลานาน

สำหรับวงเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณี น้ำท่วมจะได้รับ 10,000 บาทต่อหลังคาเรือน ส่วนวาตภัยและแผ่นดินไหวได้รับ 5,000 บาทต่อหลังคาเรือน ซึ่งเป็นเงินก้อนแรกที่ประชาชนสามารถนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดภาระในช่วงที่ประชาชนกำลังตั้งหลักหลังเกิดภัย และลดการพึ่งพาเงินสำรองของหน่วยงานท้องถิ่นในการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น

"หัวใจสำคัญของประกันภัยพิบัติคือความเร็ว เมื่อประชาชนประสบภัย เขาไม่สามารถรอได้เป็นเดือน เงินก้อนแรกต้องถึงมือเร็ว เพื่อให้เขาซ่อมบ้าน ซื้อของจำเป็น และตั้งหลักได้ก่อน" นายเจเศรษฐ์ กล่าว

นอกจากการช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่แล้ว นายเจเศรษฐ์ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของ การสื่อสารข้อมูลข่าวสารในช่วงเกิดภัยพิบัติ โดยขอความร่วมมือสื่อมวลชนและทุกภาคส่วนให้นำเสนอข้อมูลอย่างชัดเจนและตรงกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการระบุพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากภัยพิบัติในหลายกรณีเกิดขึ้นเฉพาะบางพื้นที่ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทั้งจังหวัด แต่การนำเสนอภาพรวมโดยไม่ระบุพื้นที่อย่างชัดเจน อาจทำให้เกิดความเข้าใจว่าทั้งจังหวัดได้รับผลกระทบ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและกระทบต่อภาคธุรกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การสื่อสารที่ถูกต้องถือเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูหลังเกิดภัย จึงควรนำเสนอให้ประชาชนเห็นอย่างชัดเจนว่า พื้นที่ใดได้รับผลกระทบ พื้นที่ใดไม่ได้รับผลกระทบ และพื้นที่ใดกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินสถานการณ์และตัดสินใจเดินทางได้อย่างเหมาะสม และไม่ทำให้ผู้ประกอบการที่ยังสามารถเปิดดำเนินการตามปกติต้องได้รับผลกระทบจากความเข้าใจคลาดเคลื่อน

"ขอให้ช่วยกันสื่อสารให้ชัดเจนว่า ภัยเกิดที่ไหน กระทบพื้นที่ไหน และพื้นที่ไหนยังสามารถเดินทางไปได้ เพราะบางพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบ แต่กลับถูกเหมารวมไปด้วย ทำให้ประชาชนยกเลิกการเดินทางและผู้ประกอบการได้รับความเสียหายไปด้วย ทั้งที่สถานที่ท่องเที่ยวและธุรกิจในพื้นที่ยังสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ" นายเจเศรษฐ์กล่าว

พร้อมกันนี้ มท.3 ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวกลับมาเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดและพื้นที่ที่ประสบภัย เมื่อสถานการณ์คลี่คลายและมีความปลอดภัย โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพียงบางส่วนและพื้นที่ที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เพื่อร่วมกันสร้างความเชื่อมั่น ฟื้นฟูรายได้ให้กับผู้ประกอบการ ชุมชน และประชาชนในพื้นที่ และช่วยให้เศรษฐกิจท้องถิ่นกลับมาฟื้นตัวโดยเร็ว

นายเจเศรษฐ์ย้ำว่า การบริหารจัดการสาธารณภัยต้องดำเนินการอย่างครบวงจร ตั้งแต่ การป้องกัน การเตรียมพร้อม การรับมือ การช่วยเหลือ และการฟื้นฟู โดยทุกหน่วยงานต้องทำงานเชิงรุกและบูรณาการร่วมกัน พร้อมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน เพื่อให้การรับมือภัยพิบัติสามารถลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่

Advertisement

แชร์
"เจเศรษฐ์" ตอบกระทู้สภาฯ รัฐบาลพร้อมรับมือภัยพิบัติ ลุยดัน "ประกันภัย"