
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 31 ส.ค. ที่ประตูระบายน้ำหน้าควน คลองภูมินาถดำริ หรือ คลอง ร.1 บริเวณด้านหลังโรงแรมอัลฟาฮัจย์ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม , นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ , นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ , นายวัชรพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ , นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย , นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย , นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม , นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่รับฟังการบรรยายสรุปจากอธิบดีกรมชลประทาน สำนักงานชลประทานที่ 16 พร้อมพบปะประชาชน
โดยนายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางจากสนามบินหาดใหญ่มาบริเวณประตูระบายน้ำหน้าควน ด้วยรถรถบัสไฟฟ้าทดลอง ทะเบียน QC 1005 กรุงเทพมหานคร ทันทีที่นายกฯมาถึงได้รับฟังบรรยายสรุปการเตรียมความพร้อมรับมือ และป้องกันน้ำท่วมพื้นที่หาดใหญ่ จากนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน โดยนายกฯได้สอบถามเรื่องงบประมาณในแผนแผนพัฒนาแหล่งน้ำ และแก้ไขปัญหาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ซึ่งได้รับรายงานว่าอยู่ในร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งได้งบไปหมดแล้ว โดยอธิบดีกรมชลประทาน ยืนยันว่า มีความพร้อมแล้วสำหรับโครงสร้างรองรับน้ำหลาก เชื่อว่า จะแล้วเสร็จตามเป้าหมาย
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ตรวจดูความคืบหน้า การเร่งดำเนินการขุดลอกตะกอนดินบริเวณหน้าประตูระบายน้ำคลองภูมินาถดำริ พร้อมจัดเก็บวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และเตรียมความพร้อมของระบบบริหารจัดการน้ำ สร้างความมั่นใจในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยนายพิพัฒน์ นายสุริยะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และอธิบดีกรมชลประทาน ได้ไปดูบริเวณประตูระบายน้ำ โดยนายกรัฐมนตรีจับแขนนายพิพัฒน์ และชี้ว่านี่คือจุดกระโดดหากแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่สำเร็จ ลงเลยเดี๋ยวจะเชือด ขณะที่ นายพิพัฒน์ บอกว่า ไม่ๆ พร้อมจับแขนนายสุริยะ นายสุริยะ จึงบอกว่าตนว่ายน้ำไม่เป็น พร้อมกับหัวเราะ
จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกับประชาชนในพื้นที่ ว่า ในรัฐบาลที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีได้เลือก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ครั้งแรก ขอให้พี่พี่น้องชาวสงขลาเข้าใจว่ารัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะต้องการให้ จ.สงขลา และจังหวัดใกล้เคียงซึ่งเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจ และพื้นที่แห่งโอกาสของประชาชนให้มีความปลอดภัยจากอุทกภัย ตลอดจนความปลอดภัยในทุกๆด้าน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลอยากมาดูเรื่องน้ำ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ามีระบบบริหารจัดการที่มั่นคงแข็งแรงเพียงพอ ซึ่งรัฐบาลมาติดตามทั้งเรื่องน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ รัฐมนตรีทุกคนจะได้เห็นสภาพความเป็นจริงว่าเป็นอย่างไร ขณะที่ช่วงบ่ายจะพบปะเครือข่ายมวลชนจากพรรคส่วนต่างๆ เพื่อรับฟังความเห็น และคำวิพากษ์วิจารณ์ นำมารวบรวมพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (1 ก.ย.)
ส่วนการติดตามความพร้อมของระบบระบายน้ำ ซึ่งเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา รัฐมนตรีทุกคนลงมาพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ได้เห็นความทุกข์ยากของประชาชนชาวสงขลา และทุกคนที่อาศัยในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ทั้ง จ.สตูลพัทลุง รวมถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าเราบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จ.สงขลาได้จะบรรเทาทุกข์ภัยในจังหวัดอื่นๆได้ด้วย ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสามารถช่วยเหลือเยียวยาประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น วันนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณอย่างเต็มที่ให้เพียงพอต่อการสร้างความมั่นใจ และความปลอดภัยให้กับประชาชน มีการฟื้นฟูระบบชลประทาน ระบบการจัดการน้ำในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยเมื่อปีที่แล้ว วันนี้รัฐมนตรีทุกคนมาดูว่างบประมาณที่ได้อนุมัติ และมีข้อสั่งการไปมีความคืบหน้าแค่ไหน
“เรายึดหลักว่าต้องเตรียมการล่วงหน้าให้พร้อมที่สุด ถอดบทเรียนทุกบทเรียนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา จุดไหนที่มีสิ่งกีดขวางทางทางน้ำมีผลต่อการระบายน้ำ ทุกหน่วยงานราชการจะต้องเร่งดำเนินการให้เส้นทางทางน้ำมีความพร้อมใช้งาน จะโยนให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่กรมโยธาธิการ จังหวัด อำเภอ เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ต้องร่วมมือกันเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าทุกอันตรายที่เกิดขึ้นในปีปีที่ผ่านมาจะไม่เกิดขึ้นอีกในปีนี้“ นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ในส่วนของข้อมูลจะต้องมีการบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งปริมาณฝน และสภาพอากาศ เพื่อให้การประเมินสถานการณ์มีความรวดเร็ว โดยเฉพาะเรื่องการแจ้งเตือนประชาชนให้ทันท่วงที การเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรเส้นทางอพยพศูนย์พักพิงต้องมีความพร้อม เมื่อเกิดเหตุทุกฝ่ายต้องช่วยเหลือประชาชนได้ทันที อย่างที่ตนเคยบอกว่าเราชนะธรรมชาติไม่ได้ แต่ต้องก่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และหากเกิดเหตุขึ้นมาจะต้องเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาความทุกข์เหล่านั้นให้กับประชาชนได้ด้วยความรวดเร็ว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ประชาชนมีความเดือดร้อน ตนกำชับทุกหน่วยงานให้ทำงานลดขั้นตอนด้านเอกสาร และใช้ข้อมูลที่ภาครัฐมีอยู่แล้วดำเนินการให้มากที่สุด เรื่องใดที่ประชาชนยังไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือตกหล่นให้แจ้งเข้ามารัฐบาลจะติดตามให้ครบ ขอให้ประชาชนชาวสงขลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวหาดใหญ่ ได้มั่นใจว่า วันนี้รัฐบาลมุ่งมั่นแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้า และพร้อมผลักดันศักยภาพของสงขลา และพื้นที่ภาคใต้ให้เดินหน้าไปพร้อมกัน ย้ำว่าเรื่องน้ำจะต้องลดความเสี่ยง และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ขณะที่เรื่องโครงสร้างพื้นฐานต้องเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง และเชื่อมโยงพื้นที่ เรื่องเศรษฐกิจต้องทำให้การค้าการลงทุนการท่องเที่ยวการสร้างโอกาสของประชาชน การจ้างงานสร้างรายได้ ให้กลับคืน เราต้องทำให้สงขลาที่เป็นเมืองเก่าเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรม ต้องดียิ่งขึ้นมีการพัฒนามีการยกระดับการเพิ่มอำนวยความสะดวกในทุกๆด้าน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการย้ายสถานที่จากกรุงเทพมหานครมายังสงขลา แต่ต้องทำให้พื้นที่ที่มีปัญหาได้รับการแก้ไข และสร้างศักยภาพทุกมิติให้กับพื้นที่ อ.หากใหญ่ จ.สงขลา ได้รับการผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม พรุ่งนี้ (1 ก.ย.) คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติหลักการเรื่องการทำประกันอุทกภัยให้กับประชาชนทุกหลังคาเรือน เมื่อเกิดเหตุประชาชนจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องการพิสูจน์ว่าอยู่ที่ไหนอย่างไร เป็นผู้เช่าหรือเป็นเจ้าของเคหสถานบ้านเรือน ถ้าประชาชนลงทะเบียนอยู่ที่นี่ไม่ว่าจะมาจากไหนรัฐบาลจะให้การดูแลคุ้มครอง ซึ่งในรายละเอียดพรุ่งนี้ (1 ก.ย.) จะออกมาเป็นขั้นตอนเป็นวิธีการการดำเนินการ และกำหนดคุณสมบัติต่างๆ ของผู้ที่จะได้รับเงินประกันส่วนนี้ หากมีสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ทั้งอุทกภัย และภัยธรรมชาติต่างๆเกิดขึ้น
“ประชาชนบอกรัฐบาลช้าเราก็ไปหาวิธีการในการเร่งให้เกิดความสะดวกสบาย และเกิดการเยียวยาให้กับประชาชนได้เร็วที่สุด โดยวันนี้จะลงพื้นที่หลายจุด เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นจากพี่น้องชาวสงขลา เราจะรับโจทย์ทุกอย่างที่เป็นปัญหากวนใจของประชาชนเพื่อแก้ไขโดยเร็วที่สุด มีการปรับสภาพคลองระบายน้ำ ซ่อมแซม เพื่อเปิดทางน้ำไหล เรากำลังทำเส้นทางเดินของน้ำให้ไปตามที่เรากำหนด เพื่อที่จะไม่เข้าไปทำความเสียหายให้กับบ้านบ้านเรือนประชาชน ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งไม่ได้เพิกเฉย แต่รัฐบาลใช้ทุกเวลาทุกนาทีเพื่อแก้ปัญหาให้กับชาวสงขลา และอีก 4 จังหวัดภาคใต้ และจะทำไปยังทุกๆจังหวัดทุกๆเขต ขอให้ทุกหน่วยงานให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ วันนี้ไม่ใช่ข้อสั่งการของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นข้อสั่งการของรัฐบาลที่ท่านต้องให้ความร่วมมือ ในส่วนที่ปฏิบัติรัฐบาลก็จะปฏิบัติให้ ในส่วนที่ท่านต้องให้ความร่วมมือท่านก็ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อพี่น้องประชาชน“ นายกรัฐมนตรี กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้แนะนำรัฐมนตรีบนเวที โดยช่วงที่แนะนำตัวนายไชยชนก นายกฯได้เชิญชวนประชาชนให้ลงทะเบียน TH-AI Passport พร้อมระบุว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ และระหว่างแนะนำตัวผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายกรัฐมนตรี ได้บอกกับประชาชนว่า ตนได้ชี้จุดกระโดดน้ำให้กับผู้ว่าฯดูแล้ว ถ้าปีนี้มีปัญหาอีก เราจะมาดูเขาอยู่ตรงนี้ พร้อมชี้ไปที่ประตูระบายน้ำ และถามว่า “จะลงไปเองหรือจะใช้เชือกห้อย มีอยู่แค่นั้น” ซึ่งตนคิดว่า เขาไม่ให้เกิดปัญหาแน่นอน และเขาก็มาบอกตนว่า ได้เตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อม แม้จะชนะธรรมชาติไม่ได้ แต่ต้องชนะในเรื่องการดูแลประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีได้กล่าวบนเวทีช่วงหนึ่ง โดยแนะนำนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ หรือ นายกฯแป้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้โอบไหล่ และตบไหล่ พร้อมระบุว่า จริงๆตอนที่เกิดน้ำท่วมหาดใหญ่ ตนมาเจอคืนแรกที่ลงพื้นที่ก็คือนายกฯแป้น ตนก็งง ทำไมมีคนชอบนินทาว่าเขาไม่ทำงาน แต่ไม่เป็นไรตนคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ตนและนายกฯแป้นมีความใกล้ชิด และสนับสนุนกันมากขึ้น ตนมาจากไหนต่างกันอย่างไรไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่เรามาเจอกันปัญหาของประชาชน เราแยกไม่ออก วันนี้เชื่อว่านายกฯแป้นจะทำงานกับตน
ก่อนที่จะยื่นไมค์ไปถามว่าจะทำงานกับตนหรือไม่ ซึ่งนายกฯแป้นตอบว่า "ได้ครับ ทำครับ" จากนั้นนายกฯ พูดว่า “วันนี้แป้นกับหนูอยู่ด้วยกันแล้วครับ ทำงานให้กับพี่น้องประชาชนหาดใหญ่ ไปไหนไม่ได้แล้ว ถ้าหลบไปที่บ้าน ผมก็จะตามที่บ้านแล้วขับรถพาออกมาเอง” นายอนุทิน กล่าว
Advertisement