Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"ชัยธวัช" ซัด กกต. ทำงานฟ้ากับเหว เทียบคดียุบก้าวไกว - ฮั้ว สว.

"ชัยธวัช" ซัด กกต. ทำงานฟ้ากับเหว เทียบคดียุบก้าวไกว - ฮั้ว สว.

29 ส.ค. 69
17:31 น.
แชร์

"ชัยธวัช" ซัด กกต. ทำงานฟ้ากับเหว เทียบคดียุบก้าวไกว - ฮั้ว สว. ตั้งคำถามองค์กรอิสระถูกออกแบบให้มาตรวจสอบการฉ้อฉล แต่กลับฉ้อฉลเสียเอง เสนอเลิกวุฒิสภา

(29 ส.ค. 2569) ที่อาคารรัฐสภา ในเวทีผู้นำฝ่ายค้าน "การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่นความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ" ช่วงวงเสวนา “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น และผลกระทบต่อกลไกตรวจสอบถ่วงดุล" โดย 3 อดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะอดีตผู้นำฝ่ายค้าน เริ่มต้นพูดถึงความกังวลกลไกสภาในการตรวจสอบถ่วงดุล ซึ่งเรื่องของการล้มล้างความปกครอง ทำให้ตนเองนึกถึงเหตุการณ์ที่ กกต. ร้องยุบพรรคก้าวไกล ว่าล้มล้างการปกครอง กรณีการหาเสียงทำนโยบายเสนอแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ซึ่งเป็นฟ้ากับเหวกับสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ เพราะวันนั้น กกต. ใหญ่ไม่รอความเห็น ไม่รอสำนวน จากคณะไต่สวนและสืบสวนของตนเอง พร้อมอ้างว่า มีความปรากฏแล้ว ไม่ต้องรอกระบวนการตามขั้นตอนก็ได้ กกต. ใหญ่ สามารถพิจารณา และส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้เลย จึงตั้งคำถามว่าเรื่องโกง สว. มีความปรากฏหรือไม่ ซึ่งมีความปรากฏ ตั้งแต่ที่เมืองทองแล้ว ทำไมความปรากฏถึงช้าจัง ซึ่งจะรอดูว่าวันที่ 14 กันยายน จะเป็นอย่างไร

นายชัยธวัช กล่าวย้อนไปถึง การจัดทำรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งขณะนั้นมีความหวังว่า ในการปฏิรูปการเมือง รวมถึงมีกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลเยอะไปหมด ในรูปแบบองค์กรอิสระที่ไม่เคยมีมาก่อนในสังคมไทย ด้วยหลักคิดที่ว่า ปิดทุจริต เปิดประสิทธิภาพ ซึ่งการออกแบบให้มีองค์กรอิสระต่าง ๆ ก็เพื่อนำมาตรวจสอบการใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล แต่มาถึงวันนี้ในภาพรวม ยังพบว่า ยังมีการใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล มีทุจริตคอร์รัปชั่น ซ้ำร้ายไปกว่านั้นกลไกองค์กรอิสระ ที่เราเชื่อมั่นว่า จะมาจัดการการใช้อำนาจฉ้อฉล แต่ดันมาใช้อำนาจฉ้อฉลเสียเอง จึงเกิดคำถามว่าจะตรวจสอบอย่างไร แม้ดูเหมือนว่าจะมีกลไก แต่ก็เป็นเรื่องยาก แม้แต่การที่ประชาชน จะต้องตรวจสอบองค์กรอิสระเหล่านั้น ก็มีมีอำนาจในการตรวจสอบน้อยลงทุกที ถึงเวลาที่ต้องมาทบทวนกัน เพื่อผลักดันให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คดีฮั้ว สว. โกง สว. จะเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้สังคมไทยเห็นว่า เราจำเป็นจะต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เร็วที่สุด

นายชัยธวัช กล่าวอีกว่า ในอดีตสังคมตั้งใจจะตรวจสอบการใช้อำนาจของนักการเมืองอย่างไร แต่ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549 ที่มีการทำรัฐประหาร จนถึงปี พ.ศ. 2557 ที่มีการทำรัฐประหารอีกรอบ และจนถึงปัจจุบัน คิดว่าเราตระหนักได้แล้วว่า ผู้ที่มีอำนาจ และใช้อำนาจ สร้างปัญหาให้กับสังคมไทยนั้น ไม่ได้มีนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ดังนั้น เราต้องตรวจสอบกลไกการใช้อำนาจกับทุกคน และทุกองค์กรที่มีอำนาจ เพราะนักการเมืองที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และผู้มีอำนาจที่อยู่หลังม่าน ปวดหัวเสียจริงๆ

นายชัยธวัช ยอมรับว่า ตนเองมีความกังวลมานานแล้ว กับเรื่องการตรวจสอบการใช้อำนาจ ซึ่งกังวลมาตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อปี 2557 และมีรัฐธรรมนูญ 2560 ยุค คสช. ที่ตั้ง สว. จากการแต่งตั้งครั้งแรก ซึ่งมีอำนาจในการแต่งตั้งองค์กรอิสระเหมือนกัน แถมเลือกนายกรัฐมนตรีได้ด้วย จึงอยากถามกลับว่า ทำไมพึ่งมากังวลเรื่องนี้กัน เพราะก่อนหน้านี้ ไม่ต้องมาโกงให้เหนื่อย ตั้งเอาดื้อๆ เลย ซึ่งวันนี้มีการโกง ทำให้เรารู้สึกร้อนใช่หรือไม่ ทนไม่ได้ แต่ขอทวนความจำ "ไอ่ไม่โกง แต่ตั้งเอาดื้อๆ ไม่กังวลหรือ" ซึ่งตนคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ มันไม่ใช่แค่วิกฤติเรื่องกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลเท่านั้น เพราะคดีโกง สว. เป็นหนึ่งในวิกฤตที่แสดงถึงระบอบประชาธิปไตยของไทยจากภัยคุกคามของระบอบสีน้ำเงิน ที่เป็นพัฒนาการล่าสุดของระบอบการเมือง ตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 และมี รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นต้นมา

นายชัยธวัช กล่าวอีกว่า องค์กรอิสระ รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ และสว. ภายใต้ระบอบการเมือง หลังปี 2557 และมีรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นกลไกตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจ แต่ถูกออกแบบมา เพื่อเป็นกลไกในการกำกับควบคุมสภาผู้แทนราษฎร และฝ่ายบริหารที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกลไกที่ออกมากำกับควบคุม อำนาจที่มาจากประชาชนให้เชื่องต่อผู้มีอำนาจในระบอบสีน้ำเงิน ดังนั้น จึงไม่แปลกว่ากลไกเหล่านี้ จะทำงานบ้างไม่ทำงานบ้าง เช่น ป.ป.ช. จะเลือกฟ้องนักการเมืองคนไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นยอมถูกกวาดต้อนมาอยู่กับผู้มีอำนาจหรือไม่ ซึ่งลองไปถามอดีตสส. พรรคพลังประชารัฐดู ว่าถูกแบล็คเมล์ เรื่องอะไร และพอวันหนึ่งไม่มีอำนาจ หรือ ไม่ได้เป็นพวกเดียวกันแล้ว คดีก็จะกลับมาเดินใหม่

"มันเอาไว้ควบคุมกำกับใช่ไหมครับ ใครเชื่องรอดไป รอไว้ก่อน ใครไม่เชื่องจัดการ ลองดูดูศาลรัฐธรรมนูญใครเชื่องรอด ใครไม่เชื่อตัดสิทธิ์ ยุบพรรค ถูกไหมครับ" นายชัยวัฒน์ กล่าว

นายชัยธวัช กล่าวว่า วันนี้ สว. ที่มาจากการโกง แม้ไม่ได้มีอำนาจในการเลือกนายกฯ แต่ก็ถือว่าเป็นแกนกลางของการกำกับควบรวมอำนาจของระบอบสีน้ำเงิน เพราะ สว. สามารถเลือกองค์กรอิสระได้ ซึ่งถือว่า สว. เป็นหัวใจที่สำคัญมากของกลไกดังกล่าว และอีกหน้าที่ของ สว. คือการไม่ให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ในแบบที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องการ ซึ่งเห็นได้ว่ามีความพยายามทุกวิถีทาง มีการโกงอย่างเป็นระบบและโจ่งแจ้ง เพื่อได้เสียงข้างมากใน สว. เพื่อพิทักษ์ระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งใช้ทุกวิถีทางถึงขั้นบอกว่า "เราทำเพื่อข้างบน" ดังนั้นหากไม่สามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้จะกระทบ ระบอบประชาธิปไตย และกระทบต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ทั้งนี้ นายชัยธวัช กล่าวว่า หากเราผลักดันจนสามารถได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีเหตุผลอะไรที่จะคงวุฒิสภาไว้อีก หากตอบไม่ได้ก็ไม่ควรจะมี เราถูกสอนที่เชื่อว่า สว.เป็นสิ่งที่จำเป็นจำเป็นต้องมีในระบบรัฐสภาของไทย เอาเข้าจริง สว.แบบที่เรารู้จัก เป็นผลผลิตของการรัฐการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญครั้งแรกเมื่อปี 2490 เป็นการตั้งใจทำให้เป็นองค์กรแต่งตั้งตั้งแต่แรก เพื่อไปควบคุมสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง

นายชัยธวัช ฝากคำถามไปยัง กกต.ว่า เป็นเหตุเป็นผลกันอย่างไรว่าจะต้องดำเนินคดีกับคนที่เอาเอกสารสำนวนสอบสวนของ กกต.ออกมาเปิดเผย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับการทำงานของ กกต. เป็นเหตุเป็นผลกันหรือไม่ ตนคิดว่าวันนี้ การที่มีคนกล้าเอาเอกสารพยานหลักฐานมาเปิดเผย เพราะทนไม่ได้ และไม่มีความเชื่อมั่นกับ กกต. ดังนั้นถ้าต้องการไม่ให้มีใครเอาเอกสารหลักฐานหรืออะไรก็แล้วแต่ที่กกตคิดอยู่คิดว่าอยู่ในสำนวนของตัวเองมาเปิดเผยวันที่ 14 กันยายนนี้ ก็ส่งฟ้องทั้ง 229 คน ให้เหตุผลว่าต้องแสวงหาแต่ข้อเท็จจริงคือต้องเพิ่มเติมอีก นายอภิสิทธิ์ก็บอกแล้วว่ายังมีพยานหลักฐานที่ DSI อีกกำหนดไม่น้อยที่ กกต.ไม่ยอมมาขอเอาไปรวมอยู่ในการพิจารณาสำนวนของ กกต.หรือ DSI เสนอไปแล้วก็ไม่เอา 14 วันนี้ขอให้ช่วยเอาไปดูด้วยตนเข้าใจว่ามีเส้นเงินเพิ่มขึ้นอีกหลายเส้น จะได้เข้าใจว่าเหตุผลเป็นเช่นนั้นจริงๆ

นายชัยธวัช กล่าวว่า หลายคนอาจกังวลว่าเดี๋ยว กกต.จะฟ้องแค่ปลาซิวปลาสร้อย ตนไม่แน่ใจ เขาอาจจะไม่ฟ้องเลยก็ได้เอาไม่เอา ตนก็นั่งคิดอยู่ว่า หากเขาไปฟ้องแค่บางคนก็สัก 30 คน แล้วถ้าข้อเท็จจริงในสำนวนจะเอาอย่างไร เผลอๆติดคุกเร็วขึ้น

นอกจากนี้ นายชัยธวัช ยังกล่าวถึงเอกสารของฝ่ายคดีพิเศษ 1 ที่ทำเรื่องถึง DSI ลงวันที่ 16 มกราคมปี 2569 โเยมีข้อความที่น่าสนใจว่า DSI ได้ส่งสำนวนไปฟ้องเรื่องคดี สว.ผ่านไปยังอัยการ​ ซึ่งในสำนวนพบว่ามีการฟ้องเพียง 8 คน สว. ​ปัจจุบัน 2 คนและอีก 6 คนเป็นผู้ร่วมขบวนการ​ และหนังสือฉบับนี้อัยการส่งมาที่ DSI คืนสำนวนสอบสวนที่ส่งฟ้องดำเนินคดี 8 คน เนื่องจากอัยการฝ่ายคดีพิเศษเห็นว่า ขบวนการใหญ่โตขนาดนี้สั่งฟ้องเพียงแค่ 8 คนได้อย่างไร

Advertisement

แชร์
"ชัยธวัช" ซัด กกต. ทำงานฟ้ากับเหว เทียบคดียุบก้าวไกว - ฮั้ว สว.