
วันที่ 22 ส.ค. 69 นาย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และคณะทำงาน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการฟื้นฟูเส้นทางในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน หลังเกิดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก และน้ำกัดเซาะ ส่งผลให้ถนน และสะพานหลายจุดได้รับความเสียหาย และประชาชนบางชุมชนถูกตัดขาดจากเส้นทางสัญจรเป็นเวลาหลายวัน
บริเวณทางเชื่อมต่อบ้านมอญ อำเภอปัว ขณะนี้การก่อสร้างสะพานแบริ่ง หรือสะพานชั่วคราว ดำเนินการแล้วเสร็จและสามารถเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรได้แล้ว หลังชาวบ้านในพื้นที่ถูกตัดขาดจากเส้นทางหลักนานถึง 4 วัน
ขณะเดียวกัน อีกจุดหนึ่งซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตั้งสะพานชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยชาวบ้านต้องใช้วิธีเดินไต่ท่อนซุงและเกาะเชือกสลิงข้ามฝั่งเพื่อมารับสิ่งของบรรเทาทุกข์ เนื่องจากถนนและสะพานถูกตัดขาด
ล่าสุดการติดตั้งสะพานมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก และคาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรได้ในช่วงเย็นของวันที่ 23 ส.ค. 69 เพื่อเร่งคืนเส้นทางการเดินทางและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด
นายสุศักดิ์ ดาวลาม ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงน่านที่ 2 เปิดเผยว่า ได้เร่งดำเนินการก่อสร้างสะพานแบริ่งในจุดสำคัญ ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 1371 ตอน ตีนตก–บ้านมอน บริเวณ กม.0+500 บ้านฝาย ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว และทางหลวงหมายเลข 1256 ตอน ปัว–อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ช่วง กม.6+000 สะพานบ้านมอญ ถึง กม.9+325 บ้านห้วยขว้าง โดยทั้งสองจุดถือเป็นพื้นที่เร่งด่วนที่สุด
นอกจากนี้ ศูนย์สร้างทางลำปาง กรมทางหลวง ได้เร่งเคลียร์พื้นที่เพื่อเปิดเส้นทางทางหลวงหมายเลข 1256 ตอน ปัว–อุทยานแห่งชาติดอยภูคา–บ่อเกลือ โดยมุ่งแก้ไขจุดวิกฤตทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ถนน เส้นทางคมนาคม และระบบสาธารณูปโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ให้กลับมาใช้ชีวิตและเดินทางได้ตามปกติโดยเร็ว
ทั้งนี้ คณะทำงานขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก น้ำกัดเซาะ และพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการซ่อมแซม พร้อมปฏิบัติตามป้ายเตือนและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัดที่ให้ความร่วมมือและเร่งดำเนินการตามการประสานงานอย่างเต็มที่ เพื่อแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว ตรงจุด และเร่งคืนเส้นทางการคมนาคมให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
Advertisement