
ที่ โรงแรมดิเอ็มเพรส จ.เชียงใหม่ นาย เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 2 (ภาคเหนือ) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 69
โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ปลัดจังหวัด ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง ตลอดจนนายอำเภอและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วม
ในการนี้ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง มอบหมายให้ นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดประชุม ซึ่งเป็นการต่อยอดการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้หลัก “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” มุ่งถ่ายทอดนโยบายสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่าง “นายอำเภอ” และ “ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร” ในลักษณะ “ทีมอำเภอ” ภายใต้หลัก “คิดร่วมกัน วางแผนพร้อมกัน และทำไปด้วยกัน”
การประชุมครั้งนี้มีกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ นายอำเภอ 196 คน และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร 306 คน รวม 502 คน จาก 17 จังหวัดภาคเหนือ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ปลัดจังหวัด และผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับมอบนโยบาย ระดมความคิดเห็น และกำหนดแนวทางการปฏิบัติที่สามารถนำไปขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ภัยคุกคามด้านความมั่นคงในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การบริหารจัดการจึงไม่สามารถต่างหน่วยต่างปฏิบัติ หรือรอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าแก้ไข แต่ต้องปรับไปสู่ “การบริหารความมั่นคงเชิงรุก” ด้วยการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร วิเคราะห์สถานการณ์ ประเมินความเสี่ยง และระดมสรรพกำลังทุกหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อป้องกัน ระงับ และแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ รัฐบาลกำหนดภารกิจด้านความมั่นคง 9 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การบุกรุกที่ดินสาธารณะ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Cybercrime) ธุรกิจนอมินี การฟอกเงิน ผู้มีอิทธิพล หนี้นอกระบบ ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การเชื่อมโยงข้อมูลด้านความมั่นคง และยาเสพติด โดยกระทรวงมหาดไทยมุ่งขยายผลลงสู่ระดับ “อำเภอ” ซึ่งเป็นหน่วยการปกครองที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด
รมช.มหาดไทย เน้นย้ำให้นายอำเภอและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทำงานร่วมกันเป็น “ทีมอำเภอ” ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน (One Data) และบูรณาการงานข่าวผ่านกลไก “โต๊ะข่าว” เพื่อร่วมวิเคราะห์สถานการณ์ วางแผน และกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหา พร้อมเพิ่มความถี่ในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง เพื่อสกัดกั้นอาวุธปืน ยาเสพติด และการกระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
ด้านยาเสพติด ให้เดินหน้า Operation 90 Days “ผ่านพ้นยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” ครอบคลุมทั้งการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดฟื้นฟู โดยบูรณาการฝ่ายปกครอง ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และภาคประชาชน พร้อม Re-X-ray ปรับปรุงข้อมูลผู้ค้าและผู้เสพให้เป็นปัจจุบัน และเร่งนำผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติด โดยเฉพาะกลุ่มสีแดง เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟู
ขณะเดียวกัน ให้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมอาวุธปืน ทั้งการออกใบอนุญาต การซื้อขายปืนและเครื่องกระสุน การกำกับดูแลสนามยิงปืน และเดินหน้าปราบปราม “ปืนเถื่อน” อย่างจริงจัง รวมถึงบูรณาการติดตามเฝ้าระวังผู้กระทำความผิดคดีทางเพศ เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ
สำหรับพื้นที่ภาคเหนือซึ่งมีแนวชายแดนติดต่อประเทศเพื่อนบ้าน นายเจเศรษฐ์กำชับให้ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานด้านความมั่นคง บูรณาการ “Seal ชายแดน” อย่างเข้มงวด สกัดกั้นการลักลอบนำเข้า–ส่งออกยาเสพติด บุคคล และสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนร่วมเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส และติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด
“การประชุมในวันนี้ไม่ใช่เพียงการรับมอบนโยบาย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณาการระหว่าง ‘นายอำเภอ’ และ ‘ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร’ ในฐานะผู้นำด้านความมั่นคงของพื้นที่ ขอให้ทุกฝ่ายยึดหลัก ‘คิดร่วมกัน วางแผนพร้อมกัน และทำไปด้วยกัน’ โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ทำให้ประชาชนมีความปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความเชื่อมั่นต่อรัฐ” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุมได้ร่วมระดมความคิดเห็น วิเคราะห์สภาพปัญหา และแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงาน เพื่อนำไปสู่แผนปฏิบัติการร่วมระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และภาคีเครือข่าย ให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดผลต่อประชาชน
Advertisement