
ที่ห้องนิทรรศการ ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นประธานเปิดนิทรรศการศิลปะสะท้อนปัญหาผู้บริโภค "SPEAK UP : เราต้องไม่ยอมจำนน" ซึ่งสภาองค์กรของผู้บริโภคในฐานะตัวแทนภาคประชาชนจัดขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยมี นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้แทนจาก สคบ. พร้อมด้วย รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค และนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมเปิดงาน
การเปิดนิทรรศการครั้งนี้เป็นการสานต่อนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ห่วงใยความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากการถูกเอารัดเอาเปรียบในชีวิตประจำวัน และได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเปิดช่องทางรับฟังเสียงประชาชนให้มากที่สุด นางสาวศุภมาสจึงกำหนดให้การทำงานร่วมกับภาคประชาชนเป็นแนวทางหลักของ สคบ. โดยแปลงเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคมาเป็นมาตรการที่บังคับใช้ได้จริง พร้อมทำงานแบบบูรณาการเชิงรุก แทนการรอให้เกิดความเสียหายแล้วค่อยตามแก้เป็นรายกรณี
สำหรับนิทรรศการครั้งนี้จัดแสดงผลงานกว่า 200 ภาพ ที่กลั่นจากเรื่องจริงของผู้บริโภค โดย นายบุญเชิด เข็มเงิน ศิลปินผู้รังสรรค์ผลงาน นำ 4 ประเด็นนโยบายมาตีความเป็นภาพเล่าเรื่อง ขณะที่ นางสาวจาริณี เมธีกุล ศิลปินผู้รังสรรค์ผลงาน ลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนมากกว่า 100 คน แล้วนำถ้อยคำและประสบการณ์จริงมาถ่ายทอดเป็นผลงานอีกชุดหนึ่ง ทั้งหมดเชื่อมโยงกับ 4 ประเด็นนโยบายที่ภาคประชาชนขับเคลื่อนในปี 2569 ได้แก่ การยืนยันตัวตนผู้ขายออนไลน์ การจัดระเบียบสายสื่อสาร การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะท้องถิ่น
และความเป็นธรรมของสัญญาห้องเช่าและหอพัก โดยประเด็นที่อยู่ในอำนาจของ สคบ. โดยตรงมีความคืบหน้าแล้ว ทั้งประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาที่ควบคุมสัญญาธุรกิจให้เช่าที่พักอาศัย พ.ศ. 2568 ซึ่งกำหนดเงื่อนไขค่าน้ำ ค่าไฟ และเงินประกันให้เป็นธรรมกับผู้เช่า และข้อเสนอเรื่องการยืนยันตัวตนผู้ขายออนไลน์ที่ สคบ. รับไปดำเนินการร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ส่วนประเด็นสายสื่อสารและขนส่งสาธารณะ สคบ. จะประสานหน่วยงานผู้มีอำนาจหน้าที่เพื่อผลักดันร่วมกันต่อไป
"ศิลปะทำให้คนหยุดมองและรู้สึกกับปัญหาที่สังคมเคยชินจนมองข้าม เรื่องร้องเรียนหนึ่งเรื่องไม่ใช่ปัญหาของคนคนเดียว แต่คือสัญญาณว่ายังมีคนอีกจำนวนมากเจอเรื่องเดียวกันแล้วเลือกที่จะเงียบ ดิฉันอยากให้คนที่เดินเข้ามาในนิทรรศการนี้กลับออกไปพร้อมความมั่นใจว่า การส่งเสียงไม่ใช่เรื่องยาก แต่คือสิทธิของทุกคน" นางสาวศุภมาสกล่าว
นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้มอบหมายให้ สคบ. นำ 4 ประเด็นจากนิทรรศการไปจัดลำดับความเร่งด่วน และรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ โดยเฉพาะเรื่องสัญญาที่พักอาศัยที่ต้องติดตามการบังคับใช้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากพบว่าผู้ประกอบการบางส่วนเลี่ยงข้อกำหนดด้วยการปรับขึ้นค่าเช่าแทน พร้อมกำชับให้เปิดช่องทางรับเรื่องจากภาคประชาชนให้เร็วขึ้น
ขณะที่ นางสาวบุญยืน ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่า พลังของผู้บริโภคคือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง คนตัวเล็กคนเดียวอาจไม่มีแรงพอ แต่เมื่อรวมเสียงกันจะกลายเป็นพลังที่มองข้ามไม่ได้ ด้าน รศ.ดร.ชัชชาติ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า เสียงของประชาชนไม่ใช่การสร้างปัญหาให้เมือง แต่เป็นข้อมูลที่บอกว่าเมืองยังมีจุดใดที่ต้องทำให้ดีขึ้น
"ขอขอบคุณสภาองค์กรของผู้บริโภคที่นำเสียงของพี่น้องประชาชนมาสะท้อนให้ภาครัฐได้เห็นชัดขึ้น การคุ้มครองผู้บริโภคไม่ได้เริ่มต้นในวันที่ความเสียหายเกิดขึ้น แต่จะเริ่มในวันที่ประชาชนกล้าตั้งคำถาม ดิฉันขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมชมนิทรรศการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 18 ถึง 30 สิงหาคม 2569 ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และหากพบการถูกเอาเปรียบ ขอให้ร้องเรียนมาที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด ทุกเรื่องที่ส่งเข้ามาคือหลักฐานที่ทำให้เราแก้ปัญหาได้ตรงจุดขึ้น" นางสาวศุภมาสกล่าว
Advertisement