Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
นายกฯ เสียงหายแต่ใจสู้! สั่งข้าราชการเป็น "คู่จิ้น" บำบัดทุกข์

นายกฯ เสียงหายแต่ใจสู้! สั่งข้าราชการเป็น "คู่จิ้น" บำบัดทุกข์

13 ส.ค. 69
12:13 น.
แชร์

"นายกฯอนุทิน" เสียงหายแต่ใจสู้ มอบนโยบายความมั่นคง สั่งผู้ว่าฯ จับมือผู้การฯ เป็น "คู่จิ้น" ปราบ 9 ปัญหาหลักประเทศ

ที่รอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี วันนี้ ( 13 ส.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 1 (ภาคกลางและภาคตะวันออก)​ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569​ นายเจ​เศรษฐ์​ ไทย​เศรษฐ์​ รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวงมหาดไทย​ นายวรศิษฎ์​ เลียง​ประสิทธิ์​รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวง​มหาดไทย​ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร​ นายอำเภอ​ในพื้นที่ภาคกลางและตะวันออก​เข้าร่วม

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าต้องขออภัยอยู่ดีๆ เสียงหาย ไปไหนไม่รู้ แต่ไม่ได้เป็นหวัด พูดแล้วอาจจะไม่มีแอ็คชั่นเหมือนปกติ งานวันนี้เกิดขึ้นจากสองเดือนที่แล้ว ที่มีการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธร ซึ่งมีไม่กี่ประเด็นที่จะต้องเร่งแก้ไขให้กับประชาชน ทั้งเรื่องบุกรุกที่ดิน อาชญากรรมทางไซเบอร์ นอมินี่ ฟอกเงิน และปัญหาผู้มีอิทธิพล หนี้นอกระบบ ซึ่งปัญหาผู้มีอิทธิพล จากเชื่อมโยงฐานข้อมูล ไปถึงเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และการป้องกันปราบปรามยาเสพติด ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่เราต้อง บริหารจัดการ เพื่อความสงบสุข ความมั่นคงในประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งจะทำให้ชีวิตของประชาชนในเรื่องอื่นๆดีขึ้นด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร จะต้องดำเนินการ ในการพิทักษ์สันติราษ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ตามปกติอยู่แล้ว เพราะปัญหาราษฎรคือปัญหาของเรา เราต้องจัดการกับ 9 ปัญหานี้ ซึ่งเป็นปัญหาหลักของประเทศ

วันนี้ถ้าทำโพลถามประชาชน เรื่องเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจ และกังวลระดับต้นๆ เราปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อเกิดเหตุแล้ว ย่อมเป็นความรับผิดชอบของรัฐ โดยตรง สะท้อนถึงการดูแลประชาชนไม่ทั่วถึง

ปัจจุบันปัญหาความมั่นคง ไม่ได้มารูปแบบเดิม แต่อาชญากรรมเกิดขึ้นได้ทุกระดับ ทั้งระดับครอบครัว ชุมชน และระดับชาติ เราต้องปรับตัวให้เท่าทัน ประสานงานกัน ทำงานแยกส่วนกันได้ ด้วยความโชคดี โชคร้ายอะไรก็แล้วแต่ ตนได้มีโอกาสทำงานด้านความมั่นคงและสังคมหลายปี ตั้งแต่สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่พบกับชาวบ้านและผู้ว่าฯ ผู้การฯ อยู่ตลอดเวลา จึงเป็นมิตรภาพที่มีกับพวกท่าน ผู้บังคับบัญชาตำรวจหลายคนก็เรียนหลักสูตรร่วมกัน ทำให้ตนได้พูดคุยทั้งทางการและไม่ทางการ จนถึงบทสรุปว่าการบริหาร ประเทศที่ตนต้องมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำให้เชื่อมั่นว่าผู้ว่าฯ จับมือกับผู้การฯ นายอำเภอจับมือกับผู้กำกับฯ ปลัดจับมือกับสารวัตร จะทำให้บ้านเมืองสงบสุข นี่คือความเชื่อของตน เป็นคู่จิ้น คู่ดูโอ้ในการทำงาน

“เหมือนพี่ต๋อง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ( พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ) ท่านล้อชื่อพ่อผม ยุคเราก็ล้อชื่อพ่อประจำ ผมไม่มีใครเรียกไอ้หนู เพื่อนเรียกแต่ไอ้จิ้น ( พ่อนายกฯ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ชื่อเล่นชื่อจิ้น ) วันนี้มีคำว่าคู่จิ้นขึ้นมา ถามว่าผมกับท่านวัฒนา เคยคุยกันก่อนไหม ไม่เคยคุยเรื่องนี้ แต่ท่านก็นำเสนอสอดคล้องกับสิ่งที่ผมบอก คู่นี้เป็นคู่ที่แยกขาดกันไม่ได้ ในการสร้างความสงบสุขให้กับประเทศ ในส่วนของผมมหาดไทย คือ การบำบัดทุกข์บำรุงสุข ในส่วนของท่านคือพิทักษ์สันติราษ ซึ่งเป็นหลักการทำงานของพวกเรา คือบำบัดทุกข์บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า พวกท่านคงรู้ว่าพื้นที่เสี่ยงอยู่ตรงไหน ปัญหาหลักคืออะไร บางอำเภอมีปัญหาเรื่องยาเสพติด บางพื้นที่เป็นเรื่องผู้มีอิทธิพล อาชญากรออนไลน์ ดังนั้นจะต้องหาวิธีและจัดลำดับความสำคัญในการแก้ปัญหาให้ได้ ส่วนเรื่องยาเสพติดที่รัฐบาลออกแอ็กชั่นว่าต้องแก้ไขให้ได้ภายใน 90 วัน จะไม่เป็นอุปสรรคต่อผู้ที่จากเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน เพราะเราต้องทำให้เสร็จในห้วงระยะเวลาที่มีหน้าที่รับผิดชอบ

นายอนุทิน​ กล่าวว่า ​ในช่วงที่ผ่านมามีเรื่องอาวุธปืนที่เราต้องให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วน ฝากทุกท่านด้วยว่าตอนนี้ต้องเข้มงวดกวดขันเป็นพิเศษ อย่าให้มีพฤติกรรมลอกเลียนแบบและส่งผลให้เกิด สิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ในส่วนของกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยตนได้สั่งการไปแล้ว ช่วงนี้ปิดระบบการออกใบอนุญาต ป. 3 ดังนั้นการซื้อขายการครอบครองอาวุธปืนของคนทั่วไปไม่มี และตนได้ให้นโยบายในเมื่อเรา ถือว่าอาวุธปืนเป็นสิ่งที่ร้ายแรง ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ใช้​ ถ้าผู้ใช้นั้นไม่มีหน้าที่ในทางกฎหมาย ปกติเราจะมีการมอบปืนให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้าน ทั่วประเทศตอนนี้มีอยู่ 10 กว่าล้านกระบอกเท่าที่เห็นอยู่และที่ไม่เห็นอีกไม่รู้เท่าไหร่ เท่ากับประชากร 6-7 คน มีอาวุธปืน 1 กระบอก อันนี้ไม่ไหว​ นี่แดนคาวบอยแล้ว และหากตัดหัวตัดท้ายพวกเด็กและผู้สูงอายุออกไปพบว่า​ 3-4 คนมีอาวุธปืน 1 กระบอก​ แม้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่​ แต่จะกลายเป็นบ้านเมืองที่มีความสุ่มเสี่ยง เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงได้ตลอดเวลา

ดังนั้นทางกรมการปกครอง นำเสนอมาว่าจะต้องมีการพิจารณาในเรื่องการมอบรางวัลให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยมเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ที่จะทำให้เขามีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลสารทุกข์สุขดิบของประชาชนได้

ในส่วนของเพื่อนข้าราชการตำรวจเอง รวมถึงฝ่ายปกครอง นายอำเภอ ช่วงนี้ขอให้มีการร่วมกัน ตั้งด่านตรวจค้นอาวุธปืน ยาเสพติดเป็นหลัก เพราะฉะนั้นด่านเหล่านี้จะต้องมีความพร้อมและเข้มข้นเนื่องจากเราต้องรักษาความปลอดภัยให้ตัวเองเช่นกัน เพราะมุ่งเป้าไปที่การตรวจค้นอาวุธร้ายแรง อย่างที่บอก คนที่ถูกตรวจค้นไปกระทำความผิดอะไรมา อาจคิดต่อสู้ได้

ดังนั้นตรงนี้จึงขอให้เพิ่มความระมัดระวังเพิ่มขึ้น แต่ก็ขอให้เน้นเรื่องการตรวจสอบการพกพาอาวุธปืนผิดกฎหมายและดำเนินคดีอย่างเต็มที่ในส่วนของรัฐบาลกำลังมอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ทำการยกร่าง สังคายนา ออก พ.ร.บ ว่าด้วยอาวุธปืนใหม่ขึ้นมา

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ขอให้ท่านทั้งหลายได้เข้มงวดในการปราบปราม อันธพาลเหล่านี้ องค์กรอาชญากรรม ผู้บงการ ผู้สนับสนุนและผลประโยชน์ต่างๆที่อยู่เบื้องหลังในภารกิจทั้งหมด อบายมุข สถานบันเทิงผิดกฎหมาย ยาเสพติด ค้ามนุษย์ อาชญากรรมทางไซเบอร์ ผู้มีอิทธิพล นอมินี หนี้นอกระบบ และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ขอให้ใช้หลักที่ตนได้มอบหมาย มีความเป็นอิสระอย่างสูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่ ปิดชื่อถือพฤติกรรม ไม่ต้องสนใจโทรศัพท์ใครที่จะโทรเข้ามา เพราะถ้าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่โทรเข้ามา หรือผู้บังคับบัญชาตามสายงานของท่านไม่โทรเข้ามาท่านไม่ต้องปฏิบัติ เพราะไม่ใช่คำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย

“ผมไม่มีวันโทรอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง หากมีใครโทรเข้ามาบอกว่าน้อง นี่นายกหรือพี่หนูนะ ขอให้มั่นใจได้เลย ว่านั่นตัวปลอมเพราะตัวจริงไม่โทร โทรไม่ได้ติดง่ายๆหากท่านบันทึกเสียงก็ตายแล้ว ผมไม่รักคนอื่นมากกว่าตัวของผมเอง​ หากมีโทรศัพท์เข้าไปขอให้อัดเสียง แล้วส่งมาให้ผม ตรวจสอบได้ไม่ยาก และหากเป็นเสียงของใครคนใดคนหนึ่งในคณะรัฐมนตรี ผมพูดได้เลยว่านั่นเป็นวันสุดท้าย ของการทำงานของเขา เราทำงานกันแบบนี้ เอากันตรงไปตรงมา แบบนี้ไม่ต้องมีความสงสัยใดๆทั้งสิ้น” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน ยังกล่าวว่า รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย​ ตนคิดว่าผู้ว่าราชการจังหวัด มีความสบายใจมาก เพราะไม่เคยได้รับการร้องขอใดๆ ที่ให้ท่านปฏิบัติต่อคนที่ทำผิดกฎหมายจากระดับผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทย เพราะฉะนั้นเราได้ตั้งแนวทางและหลักของการทำงานอย่างชัดเจนแล้ว ซึ่งจะทำให้ท่านมีความสบายใจ ระดับผู้ว่าฯ ผู้การฯ ท่านสามารถปฏิเสธการร้องขอเหล่านี้ได้ ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่หลังจากนี้เป็นต้นไปถ้ารัฐบาลชุดนี้ยังมีนโยบายเช่นนี้อยู่ ท่านก็ต้องทำตาม ระเบียบและข้อกฎหมาย ตนให้คำยืนยัน ไม่มีใครจะทำให้ท่าน ต้องประสบอุปสรรคในการในหน้าที่ราชการ หากทำตามที่ตนได้พูดแนวทาง

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ไม่ได้พูดว่า ไม่ให้เกิดเคส และให้เกิดน้อยที่สุด แต่ขอให้ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ยกตัวอย่างในช่วงที่มีการปราบปรามอย่างเข้มงวด ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์จนถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา มีตัวชี้วัดว่ากราฟลดลง วันนี้ไม่ได้รับมอบนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่ให้เป็นจุดเริ่มต้นในการทำงานร่วมกัน วิเคราะห์ปัญหาให้แม่นยำ ทำงานเป็นทีม บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา และปรับปรุงแผนงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ถ้าทำสิ่งเหล่านี้ได้แม้แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เข้ามาใช้ชีวิตในไทย ก็จะมีความปลอดภัยทั่วไปเหนือกว่ามาตรฐานทั่วไป

นายกฯ ยังกล่าวถึงเหตที่เปิดขึ้นที่พัทยา ซึ่งไม่ใช่นักท่องเที่ยว แต่เป็นคนที่อยู่ในประเทศไทยมานานแล้ว แต่รายงานไปยังต่างประเทศเป็นนักท่องเที่ยว ทำให้เสียบรรยากาศในการท่องเที่ยว สิ่งสำคัญที่สุด ต้องแถลงชี้แจงถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นอาชญากรรมในประเทศไทย เหมือนกับการปล้น การจี้ ต้องไปแก้ไข เหมือนกับเดินทางไปยุโรป ถ้าใส่ของมีค่าไปอาจจะเหลือแขนเพียงข้างเดียว ตรงนั้นมันกระจายไปหมด จนเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาไม่รับคดี ถ้าเกิดเหตุต้องรับผิดชอบเอง แต่ประเทศไทยไม่มีสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่น่ายินดี ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินช้อปปิ้ง ท่องเที่ยวในภาพรวมอย่างปลอดภัย

นายกฯ ยังกล่าวว่า หากพบใครพกปืนไปไหน วันนี้​ ป.12 ไม่มีมาเกือบ 3 ปีแล้ว​ ดังนั้นเดินออกไปตรงไหนหากเห็นคนพกปืน ถือปืน ถือว่าผิดกฎหมาย พื้นที่ไหนเกิดเหตุบ่อยๆ จะเป็นเคพีไอ ชี้วัดประสิทธิภาพการทำงาน ปัญหาทุกอย่างต้องจบภายในพื้นที่ ถ้าปัญหาจบก็จะไม่มีปัญหาข้ามพื้นที่กัน บ้านเมืองก็จะสงบสุข พร้อมยกตัวอย่างกรณีปัญหากลุ่มพีมูฟ ว่าควรจะแก้ปัญหาในระดับพื้นที่ เพื่อไม่ให้มาชุมนุมในกรุงเทพฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการกล่าวมอบนโยบายนายกฯมีอาการเสียงแหบ ไอและกระแอมตลอดเวลา จนต้องมีการจิบอุ่นเป็นระยะ

Advertisement

แชร์
นายกฯ เสียงหายแต่ใจสู้! สั่งข้าราชการเป็น "คู่จิ้น" บำบัดทุกข์