
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 5/2569 โดยมีนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม และประชุมออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting
ภายหลังการประชุม นายภราดร กล่าวว่า ได้รับข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี กรณีเกิดเหตุกราดยิงในสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี จึงได้แจ้งให้สำนักนายกรัฐมนตรีเร่งรัดนัดประชุมกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย เป็นการเร่งด่วน เพื่อหาแนวทางและมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ
ที่ประชุมได้นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในลักษณะคล้ายกัน 4 เหตุการณ์ มาพิจารณา ได้แก่ เหตุกราดยิงที่ศูนย์การค้าเทอมินอล 21 ในจังหวัดนครราชสีมา กรณียิงศูนย์เด็กเล็ก ที่จังหวัดหนองบัวลำภู กรณีเยาวชนก่อเหตุยิงในศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร และกรณียิงในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาที่เห็นว่าเป็นเหตุการณ์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน จึงเห็นควรอนุมัติเงินช่วยเหลือในอัตราที่เทียบเคียงกับทั้ง 4 เหตุการณ์ที่ผ่านมา
โดยผู้เสียชีวิตได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 1 ล้านบาท ผู้ทุพพลภาพรายละ 7 แสนบาท ผู้บาดเจ็บสาหัสรายละ 2 แสนบาท และผู้บาดเจ็บเล็กน้อยรายละ 1 แสนบาท รวม 4 กรณี เพื่อดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน
นายภราดร กล่าวว่า รัฐบาลขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะดำเนินการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้ย้ำถึงแนวทางของกระทรวงมหาดไทยมาโดยตลอดว่าไม่อนุญาตให้ครอบครองหรือพกพาอาวุธปืนไปในพื้นที่สาธารณะในทุกรูปแบบ และทุกกรณี ยกเว้นเจ้าหน้าที่ของรัฐในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมาตรการดังกล่าวจะถูกนำมาบังคับใช้อย่างเข้มข้น ส่วนสภาผู้แทนราษฎรจะมีการเสนอกฎหมาย เพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืนใหม่ด้วย
สำหรับการอนุมัติเงินช่วยเหลือ นายภราดร กล่าวว่า จะดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดว่าจะใช้เวลาไม่กี่วัน ส่วนจำนวนเงินช่วยเหลือทั้งหมด ขอรอตัวเลขสรุปสุดท้ายจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่จะมีงบประมาณจากหน่วยงานอื่นเพิ่มเติมหรือไม่นั้น จะต้องตรวจสอบว่าสำนักนายกรัฐมนตรีมีกองทุนสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยในลักษณะนี้หรือไม่ โดยจะเร่งรัดดำเนินการในส่วนของกองทุนที่อยู่ในความดูแลต่อไป
Advertisement