
ณ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ เดินทางปฏิบัติภารกิจ ณ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อร่วมหารือกับคณะผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจาก Moscow Metro แลกเปลี่ยนเรียนรู้การบริหารจัดการระบบรถไฟใต้ดินขนาดใหญ่ ตั้งแต่โครงสร้างสถานี ระบบการเดินรถ การบริหารจัดการขบวนรถ ไปจนถึงระบบซ่อมบำรุง เพื่อนำแนวทางและเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของประเทศไทย
นายพิพัฒน์ เปิดเผยภายหลังการเข้าเยี่ยมชมสถานี Maryina Roshcha ในสาย Big Circle Line ว่า สถานีแห่งนี้มีการประยุกต์ใช้แนวคิด Digital Station และ Passenger-Centric Service โดยมุ่งเน้นผู้โดยสารเป็นศูนย์กลางอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการใช้นวัตกรรมระบบข้อมูลผู้โดยสารแบบ Real-Time และระบบการชำระค่าโดยสารที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งบัตรธนาคาร, QR Code ไปจนถึงระบบสแกนใบหน้า (Biometric) ส่งผลให้ปัจจุบันผู้โดยสารของ Moscow Metro สูงถึง 93% เลือกชำระค่าโดยสารแบบไร้เงินสด ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วและลดความหนาแน่นในสถานีได้อย่างมีประสิทธิภาพในด้านประสิทธิภาพการเดินรถ Moscow Metro ถือเป็นหนึ่งในระบบที่บริหารจัดการได้ยอดเยี่ยมระดับโลก โดยในช่วงเวลาเร่งด่วนสามารถทำระยะห่างระหว่างขบวน (Headway) ได้กระชับเพียงประมาณ 90 วินาที ซึ่งเป็นผลจากการบูรณาการระบบควบคุมการเดินรถ ความพร้อมของขบวนรถ และระบบการบำรุงรักษา (Maintenance) เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
นอกจากนี้ คณะกระทรวงคมนาคมยังได้เข้าหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการ Fleet รถไฟฟ้าและการซ่อมบำรุง ณ Aminevskoye Electric Depot ซึ่งปัจจุบัน Moscow Metro มีตู้รถไฟให้บริการรวมเกือบ 7,000 ตู้ โดยศูนย์ซ่อมบำรุงแห่งนี้รับผิดชอบรถไฟฟ้า 31 ขบวน (ขบวนละ 8 ตู้) ในช่วงเวลาเร่งด่วนสามารถปล่อยรถออกให้บริการได้ถึง 28 ขบวน ขณะที่อีก 3 ขบวนจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและบำรุงรักษา เพื่อรักษาความพร้อมและมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดตลอดเวลา
รมว.คมนาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ไทยให้ความสนใจคือ แนวคิด Preventive Maintenance หรือ "การซ่อมก่อนเสีย" ซึ่งวิเคราะห์จากระยะทางสะสม (Mileage) ควบคู่กับข้อมูลความน่าเชื่อถือของอุปกรณ์มาใช้วางแผนซ่อมบำรุงล่วงหน้า รวมถึงรูปแบบสัญญา Life-Cycle Contract ที่กำหนดให้ผู้ผลิตหรือผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบตั้งแต่การจัดหาขบวนรถ ไปจนถึงการบำรุงรักษาตลอดวงจรชีวิตของรถไฟฟ้า
"เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศไทยครับ เพราะการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานทางราง เราจะมองแค่ราคาจัดหาในตอนแรกไม่ได้ แต่ต้องพิจารณาถึง Life-Cycle Cost หรือต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน ความพร้อมในการให้บริการ และความน่าเชื่อถือของขบวนรถด้วย เพื่อให้ทุกบาททุกสตางค์จากเงินลงทุนของประเทศและภาษีของประชาชน เกิดความคุ้มค่าสูงสุดในระยะยาว" นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับการเยือนกรุงมอสโกในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของกระทรวงคมนาคมในการนำโมเดลความสำเร็จระดับสากล มาปรับใช้ยกระดับการให้บริการรถไฟฟ้าในประเทศไทย ทั้งในแง่ความสะดวกสบายของผู้โดยสาร และประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณอย่างยั่งยืน
Advertisement