
(1 ส.ค. 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีที่ สภ.ห้วยใหญ่ นานกว่า 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ก็เปิดเผยว่าหลักฐานที่มีตอนนี้ค่อนข้างแน่นหนา สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน และมีผู้ให้การสนับสนุนอีก 3-4 คน ซึ่งเป็นเครือข่ายที่เคยติดคุกด้วยกันมากับผู้ต้องหา โดยคนกลุ่มนี้ก่อเหตุมาแล้ว 2-3 คดี ทั้งคดีของ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย, คดีของครอบครัวชาวไทย 3 พ่อแม่ลูก และเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพิ่มเติม เพราะอาจมีเหยื่อเพิ่มอีก 1-2 คน
หลังจากนี้ได้กำชับให้ตำรวจขยายผลไปยังขบวนการค้ายาเสพติดและการทำผิดกฎหมายอื่นๆ ที่ผู้ต้องหาอาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติม
พร้อมย้ำว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว แต่ผู้เสียชีวิตเป็นชาวรัสเซียที่อยู่ในประเทศไทยกับครอบครัวมานาน 7 ปีแล้ว อาชญากรรมสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกประเทศ เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนตี 4 ในพื้นที่ที่ห่างไกลผู้คน ซึ่งก็อาจเกิดเหตุเช่นนี้ได้ แต่ไม่ใช่เหตุที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ไม่ใช่อาชญากรรมประเภทล้วงกระเป๋า หรือการปล้นทรัพย์ตามท้องถนน อาชญากรตั้งใจที่จะเพ่งเล็งทำร้ายเด็กทั้งสองคนนี้ เพราะขาดแคลนเงิน เหลือเงินติดตัวเพียงพันกว่าบาท ผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองคนบังเอิญผ่านมา และคนร้ายจึงตัดสินใจทำร้ายในทันที เพื่อนำรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตไปแยกชิ้นส่วนขาย แต่พ่อค้าไม่รับซื้อ ซึ่งนายป๋องมีคอนเนกชันกับกลุ่มเพื่อนที่เคยติดคุกร่วมกันมา มีการติดต่อให้โอนเงิน 3,000 บาทมาช่วยเหลือในการหลบหนี โดยใช้บัญชีของเพื่อนที่เคยติดคุกรับโอนเงินสดแทน เนื่องจากนายป๋องไม่มีบัญชีธนาคาร กลุ่มผู้ต้องหานี้อยู่ในกลุ่มที่เคยติดคุกและเคยค้ายาเสพติดด้วยกันมา ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 คนจะถูกดำเนินคดีอย่างหนัก เพราะมีประวัติพยายามฆ่าและคดีฆาตกรรมติดตัวมาก่อนหน้านี้ด้วย
ทั้งนี้ต้องขอโทษพี่น้องชาวรัสเซียที่เกิดเหตุเหล่านี้ขึ้นกับประชาชนชาวรัสเซีย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในประเทศไทยมา 7 ปีแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ซึ่งตำรวจจะทำทุกวิถีทางที่จะดำเนินคดีลงโทษผู้กระทำผิด ตอนนี้เราจับตัวผู้กระทำผิดทุกคนได้แล้ว ซึ่งศาลไม่ให้ประกันตัวแน่นอน และตำรวจก็จะทำสำนวนให้รัดกุม ปิดช่องโหว่ทุกทางที่จะทำให้คดีลดความเข้มข้นลง
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรียังทิ้งท้ายด้วยว่า รู้สึกเซ็งที่เกิดคดีนี้ขึ้น เพราะนายป๋องและนายธง เพิ่งออกจากคุก มีจิตใจที่เหี้ยมโหดผิดมนุษย์ คนแบบนี้ไม่ควรที่จะออกมาเพ่นพ่าน ทำลายชื่อเสียงประเทศไทย อย่างไรก็ตามพฤติกรรมยังไม่ถึงขั้นระดับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตำรวจกำลังขยายผลว่ามีเหยื่อเพิ่มเติมอีกหรือไม่ โดยได้เชิญตัวบุคคลใกล้ชิดของนายป๋องมาสอบสวนเพิ่มเติมแล้ว และจะมีการตรวจสอบข้อมูลการแจ้งบุคคลสูญหายในพื้นที่เพิ่มเติมมาประกอบด้วย
สำหรับมูลเหตุจูงใจคดีฆาตกรรม 2 พี่น้องชาวรัสเซียนั้น เป็นการสบโอกาสของคนร้าย เนื่องจากผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ในยามดึกบนเส้นทางเปลี่ยวที่ไม่มีรถสัญจรตามปกติ คนร้ายบังเอิญมาพบ จึงพุ่งเป้าประสงค์ต่อทรัพย์สิน คือ โทรศัพท์มือถือและรถจักรยานยนต์ อีกทั้งยังแอบอ้างตนเองเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อลวงผู้เสียชีวิตไปสังหาร ซึ่งถือเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อนอย่างชัดเจน
ส่วนมูลเหตุจูงใจในคดีฆาตกรรมครอบครัวชาวไทย 3 พ่อแม่ลูก นั้น ตำรวจยังอยู่ระหว่างการขยายผลอย่างละเอียด โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดและหนี้ยาเสพติด ซึ่งมีจุดที่น่าสังเกตคือ ในวันที่ครอบครัวนี้หายตัวไป แต่ไฟบ้านยังเปิดปกติ และมีคนมาให้อาหารสุนัขตามปกติ ถ้าหากทั้ง 3 คนเสียชีวิตไปแล้ว ก็เท่ากับว่ากลุ่มคนร้ายวางแผนไว้เป็นที่เรียบร้อย มีการคิดและไตร่ตรองไว้ก่อนแล้ว
ซึ่งข้อสงสัยเรื่องการถูกล่วงละเมิดทางเพศนั้น จากการตรวจสอบสภาพร่างกายผู้เสียชีวิตเบื้องต้น ยังไม่พบร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศแต่อย่างใด แต่ได้ส่งร่างผู้เสียชีวิตให้สถาบันนิติเวชตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดแล้ว พร้อมสั่งการให้พนักงานสอบสวนเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เสื้อผ้า อาวุธ และอุปกรณ์ต่างๆ ให้แน่นหนา เพื่อไม่ให้มีช่องโหว่ทางกฎหมาย
ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ตำรวจตรวจยึดมาได้ทั้งหมดแล้วและกำลังขยายผลเส้นทางการซื้อขายต่อไป รวมถึงประเด็นที่นายป๋องชอบแต่งกายแอบอ้างเป็นตำรวจหรือประวัติทางจิตเวชด้วย แต่ในส่วนของข่าวลือที่ว่าพ่อของ นายบอล หนึ่งในแก๊งนายป๋อง เป็นตำรวจ หรือตัวนายป๋องเองเป็นเด็กส่งยาเสพติดให้ตำรวจ เรื่องนี้ยังไม่มีข้อมูลในประเด็นดังกล่าว
Advertisement