
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น จะมีการ แอคชั่น อะไรหรือไม่ หลังจากนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีรายงาน ผลการสอบข้อเท็จจริง นายอนุทิน ย้อนกลับทันทีว่า ได้ติดตามข่าวบ้างหรือไม่ตอนนี้มีการ แอคชั่น หลายอย่าง
แอคชั่น ที่ 1 ย้ายผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไปยังสำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย
แอคชั่น ที่ 2 ตั้งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย สอบสวนข้อเท็จจริง ก่อนจะพบว่าใบประกาศผลคะแนนและใบคำตอบ คะแนนไม่ตรงกัน
แอคชั่น ที่ 3 ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง กับผู้ที่คาดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต
แอคชั่น ที่ 4 ตั้งนายปกรณ์ มาตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนี้
แอคชั่น ที่ 5 ให้ความร่วมมือกับตำรวจและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีการติดตามออกหมายเรียกออกหมายจับ และจับกุมผู้ที่ถูกกล่าวหา ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับประกันตัวและดำเนินคดีต่อไป
แอคชั่น ที่ 6 คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือ ก.สถ.เตรียมยกเลิกบัญชีข้าราชการท้องถิ่น 5,924 คน แล้วส่งให้จังหวัดดำเนินการตามกฎหมาย
แอคชั่น ที่ 7 ขอให้รอดูการออกหมายเรียกการออกหมายจับ มีการขยายผลไปถึงที่พบทั้งเส้นเงิน และความเชื่อมโยง แล้วแบบนี้ทำไมถึงบอกว่าไม่ทำอะไร
เมื่อถามว่า ถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีได้มีการท้วงติงให้ชะลอการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นก่อนแต่คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก กลาง ต้องรับผิดชอบอะไรหรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า เลยไปแล้ว ตอนแรกมีการท้วงติงไปแล้ว แต่คณะกรรมการมีอำนาจออกมติเองได้ ถามว่าขัดนโยบายนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ก็ต้องยืนยันกลับไปว่า "เขามีอำนาจ" แต่สุดท้ายเมื่อข้อเท็จจริงหลายอย่างออกมา เขาก็ไปดู ขณะเดียวกัน กสถ.มีคณะกรรมการ คนในกรม ตัวแทนท้องถิ่นและผู้ทรงคุณวุฒิ
"สุดท้ายก็เป็นไปตามที่ผมท้วงติงไว้ ซึ่งแสดงว่าเซ้นส์ของผมถูก แต่ของพวกเขา ก็ใช้ดุลพินิจ ไม่เกี่ยวกับผม ซึ่งพอไม่สนแล้วเกิดอะไรขึ้น ก็บอกแล้วให้เชื่อนายกรัฐมนตรีดีกว่า"
เมื่อถามว่าเป็นบทเรียนที่อันตรายหรือไม่นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคนก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ไม่ว่าจะอันตรายหรือไม่อันตราย เพราะในเมื่อตนเองบอกแล้ว ว่า ไม่น่าจะใช่ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งอย่างน้อย ซึ่งอย่างน้อยคนที่อยู่ใน กสถ. 6 คน ที่เป็นข้าราชการประจำในกระทรวงที่ตนเองดูแล ก็ถูกดำเนินการเดินตามนโยบายของตนเอง
เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้ารัฐบาล การยกเลิกบัญชีข้าราชการท้องถิ่น ถือว่าเพียงพอแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนนั้นก็เป็นการดำเนินการตามหน้าที่ ส่วนเรื่องการดำเนินคดี มีตำรวจ ป.ป.ช. และคณะทำงานของนายปกรณ์ ที่มีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมตรวจสอบ ดังนั้น ไม่มีทางที่จะหลุดออกไปได้เลย
Advertisement