
เวลา 21.30 ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึง การเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ว่าวันนี้ ที่ประชุมมีการหารือถึงสถานการณ์ ในภูมิภาค และสถานการณ์ของโลก ขณะที่ตนได้กล่าวในที่ประชุม ว่า ต้องมีการยกระดับความร่วมมือในภูมิภาค ด้วยความที่อาเซียนเป็นแกนกลางของสันติภาพ และ ความมั่นคงของโลก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องเริ่มที่ภูมิภาคของเราก่อน โดยสถานการณ์ในเมียนมายังเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง ซึ่งนโยบายของไทย เน้นการพูดคุยและปฏิสัมพันธ์ แต่ไม่ได้ละทิ้งฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน แต่อยู่ที่ว่า จะนำทั้ง 5 ข้อมาปฏิบัติอย่างไร
ซึ่งไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเมียนมา จึงต้องมองสถานการณ์ด้วยความเป็นจริง แน่นอนว่า ประเทศไทยมีผลประโยชน์ ในเรื่องความมั่นคงชายแดน ซึ่งมีประเด็นต่างๆ มากกมาย ทั้งการค้าชายแดน ขบวนการอาชญกรรมข้ามชาติ ยาเสพติด มลพิษ ซึ่งไทยก็ต้องพูดคุยกับรัฐบาลเมียนมา ในเรื่องเหล่านี้ โดยไม่ทิ้งฉันทามติของอาเซียน ด้วยการเดินไปอย่างคู่ขนาน คือการพูดคุยกับเมียนโดยตรง ยึดผลประโยชน์ของไทยเป็นตัวตั้ง ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในเมียนมา ได้เรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ของเมียนมาเดินหน้ากระบวนการพูดคุย เดินหน้าสู่สันติภาพ และความปรองดอง และ ไทยก็ได้แสดงความพร้อมอำนวยความสะดวกให้มีการพูดคุย ทั้งที่ กรุงเทพฯ และ ที่พัทยา ทั้งชนกลุ่มน้อย และ ผู้แทนรัฐบาลเมียนมา แม้ครั้งนี้อาจจะยังพูดคุยกันไม่ได้ แต่ฝ่ายชนกลุ่มน้อยต้องพูดคุยกันเอง เพื่อสร้างความเป็นเอกภาพ นั่นก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และหากจะวัดความคืบหน้าอย่างไรนั้น เมียนมาก็ต้องมีกระบวนการสร้างความปรองดอง แต่ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียงข้ามคืน ต้องดูว่า มีความคืบหน้าอะไรบ้าง เช่น การย้ายนาง อองซาน ซูจี ออกจากเรือนจำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นความคืบหน้า และ จะขอให้ ผู้แทนพิเศษของอาเซียน ก็คือ รมว.กต. ของฟิลิปปินส์ เข้าพบ นางอองซาน หากรัฐบาลเมียนมายอมให้เข้าพบ ก็ถือเป็นความคืบหน้าได้เช่นกัน
ดังนั้น หากทุกอย่างมีความคืบหน้า อาเซียนก็ต้องสนับสนุนให้ เมียนมาเดินหน้าต่อไป การกลับเข้าสู่อาเซียน ของเมียนมา อาจไม่เหมือนเดิม แต่ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป หากเห็นว่า เมียนมากำลังเดินไปในทางที่ถูกต้อง และทำได้ตามฉันทามติ 5 ข้อ อาเซียนก็ต้องตอบสนองกลับไปยังเมียนมาด้วย เช่น จะให้ รมว.กต. เมียนมา กลับเข้าสู่การประชุม ตามกรอบของอาเซียน โดยอาเซียนต้องมองสถานการณ์อย่างเป็นจริง และ ต้องมีตัวชี้วัดว่า อะไรคือความคืบหน้า จะพูดแค่หลักการอย่างเดียวไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือ ท่าทีของไทย โดยอาเซียน ยังต้องมีการพูดคุยเรื่องสถานการณ์ในเมียนมากันต่อไป
นายสีหศักดิ์ มองว่าหลายประเทศ กำลังไตร่ตรอง ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร และเริ่มมองสถานการณ์ด้วยความเป็นจริง โดยเฉพาะ เมื่อมีการพูดถึงการลดความรุนแรง การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และ การสร้างความปรองดอง อะไรคือความคืบหน้า ก็คงต้องเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป
เมื่อถามว่าประเทศสมาชิกมองอย่างไร ที่จะให้เมียนมากลับเข้าสู่อาเซียน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ทุกคนรู้แล้วว่า เรื่องฉันทามติ 5 ต้องคำนึงถึงบริบทใหม่ แม้เมียนมามีการเลือกตั้งแล้ว แต่ก็เป็นการเลือกตั้งที่ไม่สมบูรณ์ แต่ก็ยังพยายามเดินหน้ากระบวนการพูดคุย ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลเมียนมาต้องทำให้กระบวนการพูดคุยมีความน่าเชื่อถือ ที่สำคัญ อย่างเน้นเรื่องการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม อย่าให้รัฐบาลเมียนมาเปิดพื้นที่รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศมากขึ้น ซึ่ง ผู้แทนพิเศษอาเซียน จะไปเยือนเมียนมา เพื่อผลักดันการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ด้วยการนำศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติ (AHA Centre) ร่วมทั้งบรรดาองค์กรระหว่างประเทศ ที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปด้วย หากรัฐบาลเมียนมาเปิดรับให้ความช่วยเหลือเหล่านี้ เข้าถึงประชาชนก็ถือเป็นความคืบหน้า
“การที่จะปล่อยให้เมียนมาโดดเดี่ยวนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่ดี เพราะเราไม่ต้องการให้เมียนมา เป็นเวที ของการเข้ามาช่วงชิง หรือแข่งขันกันระหว่างมหาอำนาจ ซึ่งเรื่องนี้ อาเซียนก็ต้องคำนึงถึงด้วย สิ่งที่ประเทศไทย พยายามนำเสนอคือการใช้ถนนสองเส้นทาง คือไม่ใช่แค่อาเซียนมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาเพียงอย่างเดียว แต่เมียนมาก็ต้องมีท่าทีตอบสนองข้อกังวลของอาเซียนด้วย ” นายสีหศักดิ์กล่าว
เมื่อถามว่า เมียนมา มีท่าทีไปในทิศทางที่ดีหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ฝ่ายเมียนมาก็ต้องรับฟัง และขึ้นอยู่ด้วยว่า เมียนมาจะมีข้อเสนออะไรที่ตอบสนองข้อกังวลของอาเซียน และ ประชาคมโลก โดยเฉพาะผู้แทยพิเษศษอาเซียนจะเข้าพบนางอองซาน อาเซียนหวังว่าเมียนมาจะตอบสนอง ข้อเสนอดังกล่าว และหลายประเทศเข้าใจ ในสิ่งที่ไทยนำเสนอ โดยยืนยันว่าแนวทางนี้ไม่ได้เป้นการให้ความชอบธรรมกับรัฐบาลเมียนมา แต่เป็นการสนับสนุนให้รัฐบาลเมียนมาเดินหน้า ตอบสนองฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน และนำไปสู่การปฏิบัติ
Advertisement