
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงปัญหาการล่วงละเมิดหว่างครูและนักนักเรียนในหลายพื้นที่ ว่ามีทั้งคนดีและคนไม่ดี ซึ่งช่วงนี้อาจจะมีจำนวนมาก โดยในทุกกรณีก็มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง รวมถึงการพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีธ ซึ่งเมื่อวานนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับเลขาธิการคุรุสภา เพื่อดำเนินการยึดใบอนุญาตถาวรในกรณีที่ไม่มีรายละเอียดมากแต่เป็นประเด็นในสังคม
เมื่อถามว่าหลายคนมองว่าขณะนี้โรงเรียนไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก นายอัครนันท์ กล่าวขออภัย โดยในยุคปัจจุบันโซเชียลมีความใกล้ชิดกับคนมากขึ้น ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการมีศูนย์พิทักษ์สิทธิ์และเสรีภาพ ที่จะมีการเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้ก่อนลงพื้นที่สร้างความเข้าใจถึงบทบาทหน้าของศูนย์
ซึ่งก็เชื่อได้ว่าน่าจะมีการส่งเรื่องร้องเรียนมาจำนวนมากขึ้น และทางกระทรวงก็จะเร่งดำเนินการแก้ พร้อมกับยังระบุอีกว่า หากศูนย์นี้เดินหน้าก็จะเกิดความโปร่งใสในการตรวจสอบและแก้ปัญหา ดังนั้นวันนี้ในหลายๆ กรณีมีความพยายามติดต่อ ผ่านอินฟูลเอนเซอร์ หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่ยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่มีการร้องผ่านกระบวนการของกระทรวงศึกษาธิการ
เมื่อถามว่าปัจจุบันผู้เสียหายหันไปพึ่งหน่วยอื่นที่ไม่ใช่ภาครัฐ นายอัครนันท์ กล่าวว่า ตนเข้าใจต้องยอมรับว่าในอดีตเมื่อเกิดปัญหาในโรงเรียน ผู้อำนวยการไม่อยากเปิดเผยและพยายามจัดการปัญหากันภายใน ซึ่งตนมองว่าไม่เกิดการแก้ไขปัญหา และมองว่าการพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาเพื่อหาทางออกเป็นเรื่องที่ดี พร้อมยังว่าทางกระทรวงศึกษาธิการพยายามที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้และไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย แต่จะต้องทำอย่างไรให้การบังคับใช้กฎหมาย และใช้บังคับการเข้มข้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
ส่วนจะมีการปกป้องผู้เสียหายอย่างไรที่แจ้งเบาะแสเข้ามา นายอัครนันท์ กล่าวว่า เราใช้แอปพลิเคชัน ทราฟฟี่ฟองดู ซึ่งเมื่อก่อนการแจ้งเนื้อหาบ้างเรื่องก็ไม่ได้มีการบริหารจัดการที่ดี เพราะส่งผลต่อเคพีไอของสถานศึกษานั้นในพื้นที่ ซึ่งข้าราชการเองก็ต้องกระตือรือร้นในการทำงาน ซึ่งเรื่องที่แจ้งเข้ามาจะอยู่ในฐานข้อมูล โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด
Advertisement