
(13 ก.ค. 2569) พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้โพสต์รูปภาพ หมายศาล จ.บุรีรัมย์ พร้อมกับบอกว่า "หมายศาลคุณเนวินมาถึงผม ก็ดี จะได้ถือโอกาสนี้ขอศาลออกหมายเรียกเอกสารสิทธิ์ของคุณเนวินฯและครอบครัวทุกแปลง ทะเบียนบริษัททั้งหมดมาพิสูจน์กันในศาลว่า บุกรุกที่ดินของการรถไฟจริงหรือไม่ ได้รับอนุญาตก่อสร้างถูกต้องหรือไม่ ปิดถนนและถมคลองสาธารณะจริงหรือไม่ ภาพถ่ายทางอากาศผมมีครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว เป็นโอกาสได้ติดตามทวงคืนที่ดินกลับคืนเป็นของแผ่นดินให้ประชาชนได้ใช้ร่วมกันต่อไป"
เมื่อวานนี้ (12 ก.ค. 2569) ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ได้ส่งคำฟ้องคดีหมายเลขดำที่ อ. 1459/2569 ระหว่างผู้ยิ่งใหญ่แห่งจังหวัดบุรีรัมย์เป็นโจทก์ ผมได้รับเกียรติเป็นจำเลย ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และแจ้งความเท็จ โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น.
30 ปีเต็มแล้วที่ไม่ได้พบกัน (คงเห็นแต่ข่าวตามหน้าสื่อ) หลังจากเมื่อปี พ.ศ. 2538 ผมได้จับกุมหัวคะแนนของคุณเนวิน ชิดชอบ คุณประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล และคุณทรงศักดิ์ ทองศรี พร้อมเงินสดจำนวน 11.4 ล้านบาท และบัตรโฆษณาหาเสียงของบุคคลทั้งสาม ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้เลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้สมัคร ด้วยวิธีการจัดทำ ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด ซึ่งในที่สุดศาลฎีกาตัดสินจำคุกหัวคะแนนทั้งสองคนๆละ 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษ
หลังการจับกุม หัวคะแนนทั้งสองคนของคุณเนวินฯได้ฟ้องผมต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เหตุเพราะเงินจำนวน 11.4 ล้านบาทที่ผมยึดดำเนินคดีนั้น เขาเตรียมจะนำไปซื้อที่ดิน เมื่อถูกผมจับกุมและยึดเงินดังกล่าวทำให้ไม่มีเงินไปซื้อที่ดิน จึงถูกยึดเงินมัดจำ ผมไปศาลเพื่อต่อสู้คดีนะครับ แต่หัวคะแนนทั้งสองคนซึ่งเป็นโจทก์ไม่ยอมมาศาลอ้างว่าป่วย 2 ครั้ง ผมจึงขอศาลเผชิญสืบว่าป่วยจริงหรือไม่ ในที่สุดก็ต้องขอถอนฟ้องไป ผมจึงฟ้องกลับข้อหาฟ้องเท็จ ศาลพิพากษาจำคุกหัวคะแนนทั้งสองคนอีกคนละ 1 ปี รวมคดีแรกเป็น 2 ปี
ระหว่างถูกจำคุก 2 ปีดังกล่าว ด้วยเล่ห์เหลี่ยมกำลังภายในดี และมีอำนาจทางการเมือง ปรากฏว่าขณะถูกจำคุกตามคำพิพากษาข้างต้น นักโทษกลับออกจากคุกมานั่งดื่มเบียร์หน้าบ้านเฉยเลย มีผู้หวังดีถ่ายรูปส่งมาให้ผม เลยถูกจำคุกอีก 1 ปี รวมเป็น 3 ปี
กลับมาเรื่องคดีที่บุรีรัมย์ที่ผมถูกฟ้อง คุณเนวินฯ อ้างว่าที่ดินที่ตนภรรยาและครอบครัวครอบครองนั้น มีเอกสารสิทธิ์ออกโดยเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์โดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อยังไม่มีคำพิพากษาให้เพิกถอนตนก็ยังมีสิทธิ์ครอบครอง การที่ผมให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนและไปร้องทุกข์แจ้งความดำเนินคดีที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์เป็นความเท็จ จึงเป็นการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน
ดีครับ ผมจะได้ถือโอกาสนี้ขอให้ศาลออกหมายเรียกเอกสารสิทธิ์ของคุณเนวินฯและครอบครัวทุกแปลง ตลอดจนบริษัทต่างๆที่จดทะเบียนนิติบุคคลไว้มาพิสูจน์กันในศาลว่าผู้ที่ครอบครองที่ดินเหล่านั้น บุกรุกที่ดินของการรถไฟจริงหรือไม่ บริษัทและอาคารต่างๆขออนุญาตและได้รับอนุญาตก่อสร้างถูกต้องหรือไม่ ทั้งสนามฟุตบอลและสนามแข่งรถได้ก่อสร้างโดยปิดถนนและถมคลองสาธารณะจริงอย่างที่กล่าวขานกันหรือไม่ ไม่ต้องแก้ไขนะครับ ช้าไป ผมมีภาพถ่ายทางอากาศอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
ก็ขอกราบเรียนพี่น้องประชาชนเจ้าของที่ดินเพียงเท่านี้ก่อน ผมจะติดตามทวงคืนที่ดินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 กลับคืนมาให้ท่านให้ได้ครับ
Advertisement