
วันนี้ (8 ก.ค.69) นางสาวลัดดา เดือนสว่าง ผู้อำนวยการสำนักมาตรการป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยถึงแนวทางป้องกันการทุจริตกรณีการสอบคัดเลือกเข้ารับราชการ หลังเกิดคดีทุจริตสอบท้องถิ่นว่า ป.ป.ช. มีการเฝ้าระวังการทุจริตเกี่ยวกับการสอบมาอย่างต่อเนื่องในทุกปี โดยเฉพาะกระบวนการรับสมัครและคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการ
สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นล่าสุด ป.ป.ช. จะนำข้อมูลจากการเฝ้าระวังและผลการไต่สวนมาถอดบทเรียน เพื่อวิเคราะห์ว่ากระบวนการสอบมีช่องว่างหรือจุดเสี่ยงในขั้นตอนใด ก่อนจัดทำมาตรการป้องกันและเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เพื่อยกระดับระบบการสอบให้มีความรัดกุมและลดโอกาสการทุจริตในอนาคต โดยเฉพาะการคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ
ส่วนข้อสงสัยว่าคดีล่าสุดเกิดช่องโหว่ในจุดใดนั้น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ระบุว่า ยังต้องรอผลการสอบสวนและไต่สวนให้ข้อเท็จจริงยุติก่อน จึงจะสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าการทุจริตเกิดขึ้นในขั้นตอนใด แม้ข้อมูลที่ปรากฏตามสื่อขณะนี้จะมุ่งไปที่ประเด็นเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้าง (TOR) หรือการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก แต่ ป.ป.ช. จะยึดข้อเท็จจริงจากสำนวนเป็นหลัก ก่อนนำมาวิเคราะห์เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันที่เหมาะสม
สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีผู้สอบกว่า 5,000 คน ที่คะแนนประกาศไม่สอดคล้องกับคำตอบ รวมถึงข้อมูลที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ส่งให้ ป.ป.ช. นั้น เจ้าหน้าที่ระบุว่า เป็นประเด็นในชั้นการตรวจสอบและไต่สวน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของคณะทำงานด้านสืบสวนสอบสวน โดย ป.ป.ช. จะทยอยแถลงความคืบหน้าเป็นระยะ
ทั้งนี้ ป.ป.ช. ยืนยันว่าจะพยายามดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก แต่ยอมรับว่าการออกแบบระบบให้รัดกุมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยุติการทุจริตได้ทั้งหมด เพราะปัจจัยสำคัญยังอยู่ที่ความซื่อสัตย์สุจริตและจิตสำนึกของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ซึ่งต้องยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสควบคู่กับมาตรการป้องกันที่เข้มแข็ง
Advertisement