
วันที่ 6 ก.ค. 69 จากกรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่มีวงเงินการทุจริตสูงถึงราว 4.5 พันล้านบาท ซึ่งมีชื่อของ จ.ส.ต.พิชิต (สงวนนามสกุล) ผอ.กองยุทธศาสตร์ฯ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ว่าอาจเข้าไปเกี่ยวข้อง และเป็นฟันเฟืองสำคัญ
โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่า จ.ส.ต.พิชิต ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการไปแล้ว ขณะที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของจังหวัดก็ยังเรียกสอบผู้เข้าสอบที่ผ่าน และไม่ผ่าน เพื่อหาข้อเท็จจริง
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า นับแต่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้ ยังไม่เคยได้รับการติดต่อใดๆ จาก จ.ส.ต.พิชิต ก็ว่ากันไป ขนาดส่วนกลางยังตามตัวไม่ได้เลย
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความหนักใจหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นข่าวโด่งดัง และมีความเสียหายเป็นวงกว้าง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ไม่หนักใจอะไร เพราะการกระทำผิดเกิดที่ต้นทาง จ.นนทบุรี เราเกี่ยวข้องเพียงแค่เขามารับราชการในพื้นที่ของเราเท่านั้น ก็ต้องว่ากันไปตามเนื้อผ้า ในเบื้องต้นทราบว่า จ.ส.ต.พิชิต เป็นคนวิเชียรบุรี และมีน้องชายเป็นนายกเทศมนตรีเมืองวิเชียรบุรีจริง แต่ ณ ปัจจุบันก็ยังไม่มีอะไรเสียหายพาดพิงไปถึงตัวนายกเทศมนตรีฯ
"ประการหนึ่งเขาเป็นผู้ถูกกล่าวหา ยังไม่ได้ถูกดำเนินคดี ตอนนี้เรื่องดำเนินการหลักอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. และขณะนี้ก็ยังไม่มีหน่วยงานใด โดยเฉพาะ ป.ป.ช.ในระดับจังหวัดฯ เข้ามาขอข้อมูลหรือร่วมสอบสวนด้วย ส่วนตัวเข้าใจว่าเขาคงทำงานร่วมกับส่วนกลาง" ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก 15 วันไปแล้วยังไม่ได้รับการติดต่อจาก จ.ส.ต.พิชิต ทางคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจะดำเนินการต่อไปอย่างไร นายศรัณยู กล่าวว่า การดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงของจังหวัดฯ จะต้องรายงานมาให้ตนทราบในฐานะ ผู้ว่าราชการจังหวัดที่กำกับดูแลเรื่องนี้ ส่วนการดำเนินการเรื่องสอบของทางเทศบาลฯ ก็ต้องส่งมาเช่นกันว่าการสอบสวนวินัยร้ายแรงผลเป็นอย่างไร ในเบื้องต้นนายพิชิต ได้ยื่นใบลาออกทางนายกเทศมนตรีฯ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาเกรงว่าจะเกิดความเสียหายเพิ่มเติมก็เห็นควรให้ลาออก ตรงนี้การลาออกของข้าราชการท้องถิ่นจะสมบูรณ์ได้ก็ต้องเสนอมาที่คณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด (ก.ท.จ.) เพื่อเห็นชอบ คาดว่าคงจะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุม ก.ท.จ.ภายในเดือนนี้ ฉะนั้นสถานะของ จ.ส.ต.พิชิต ขณะนี้ยังเป็นข้าราชอยู่ เพราะยังไม่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ท.จ.ให้ลาออกตามความประสงค์
หากว่าตามข้อเท็จจริง จ.เพชรบูรณ์ มีความเกี่ยวพันน้อยมาก เพราะการกระทำความผิดไม่ได้อยู่ในพื้นที่ของเรา และข้าราชการที่เกี่ยวข้องก็เป็นเจ้าของสถานที่ที่ปรากฏความผิดที่นนทบุรี ส่วนพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ไม่ได้มีพื้นที่ใช้กระทำผิดแต่อย่างใด และยังไม่ปรากฏว่ามีข้าราชการหรือบุคคลใดในเพชรบูรณ์ เข้าไปเกี่ยวข้องหรือร่วมกระทำผิดด้วย" ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ผ่านทางช่องทางสื่อออนไลน์ต่างๆนั้น ก็ถือเป็นความเห็นส่วนตัวที่ทุกคนสามารถทำได้ ยอมรับว่าพื้นที่สื่อเปิดกว้างหลายช่องทาง แต่หลายคนก็ยังขาดความเข้าใจในข้อระเบียบกฎหมาย บางคนว่ารู้ตัวตั้งนานทำไมไม่แจ้งความดำเนินคดี อยากจะบอกว่าเพราะเรื่องนี้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.
Advertisement