
วันที่ 7 ก.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นาย ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลของนิด้าโพล สำรวจความนิยมทางการเมืองชี้ว่าความนิยมของรัฐบาลลดลงว่า ในฐานะหนึ่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอขอบคุณประชาชนที่แสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรี และ ครม.เห็นถึงความจริงทำหน้าที่เป็นคันฉ่อง (กระจก) สะท้อนให้เห็นว่าระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลเจอความท้าทายหลายเรื่อง ทั้งปัญหาเฉพาะหน้า เช่น สงครามตะวันออกกลาง ซึ่งรัฐบาลพยายามแก้ไขอย่างเต็มที่ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่สั่งสมมานาน อาทิ ราคาพลังงาน น้ำมัน ไฟ ที่ประชาชนต้องเจอปัญหาโดยตลอด อีกทั้งเรื่องการเปิดเผยค่าไฟแฝงจากไฟทางหลวง ก็เป็นรัฐบาลนี้เองที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้
ส่วนเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นที่เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย และตนเชื่อว่าไม่มีใครไม่คิดว่าจะเพิ่งมาเกิดในรัฐบาลนี้ แต่เป็นปัญหาสั่งสม เกิดข่าวมาหลายยุคหลายสมัย ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ก็เร่งแก้ไขปัญหาไม่ใช่แค่การแตะที่ผิวปัญหา นอกจากนี้ตนยังเป็นส่วนหนึ่งที่นำงบประมาณรายจ่ายของประเทศออกมาให้กับประชาชนได้ดูแบบตรงไปตรงมา
สำหรับกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าให้มีการปรับเรื่องการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์นั้น นายภราดร ระบุว่า เรื่องนี้ต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชน บางครั้งก็อาจจะเป็นเรื่องที่ทางตัวรัฐมนตรีเองควรจะต้องพยายามสื่อสารกับพี่น้องประชาชนในประเด็นทางสังคมต่างๆ ที่ต้องให้ละเอียด และสร้างความเข้าใจ กับประชาชนให้มากขึ้น
เมื่อถามว่า ตัวของนายภราดรเองก็เป็นหนึ่งในลูกเทพ มองการถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการทำงานอย่างไร นายภราดร กล่าวว่า “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน” เรื่องนี้คงต้องใช้เวลา ซึ่งสามเดือนที่ผ่านมาตนมองว่าทุกคนในรัฐบาลชุดนี้ก็พยายามที่จะทำงานอย่างเต็มที่แต่ผลที่ออกมาในปลายทางสุดท้ายต้องมาวัดกันอีกครั้งว่าประสบความสําเร็จมากน้อยแค่ไหน
เมื่อถามว่า คะแนนนิยมของรัฐบาลที่ลดลงมองว่าเกิดจากอะไร นายภราดร มองว่า รัฐบาลนี้เกิดขึ้นบนความคาดหวังของประชาชน ในทุกเรื่องที่ได้สัญญาไว้กับประชาชนทั้งในเรื่องของนโยบายพรรค หรือปัญหาอย่างที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นมา รัฐบาลเผชิญกับปัญหาแบบไหนและแก้ปัญหาแบบไหน รวมถึงเรื่องของโครงสร้าง รัฐบาลพยายามที่จะไปแตะโครงสร้างแก้ไขปัญหาให้เห็นผลในระยะยาวกันแบบไหน
ส่วนที่บางส่วนมองว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองภายในนั้น นายภราดร ปฏิเสธว่าการเมืองภายในพรรคไม่มีแน่นอน พร้อมยืนยันว่า ในพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรค และนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคเป็นเบอร์หนึ่งกับเบอร์สองของพรรคอยู่แล้ว หรือแม้กระทั่ง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำใหญ่ของพรรคก็ได้ออกมาให้ข่าวแล้วว่าพรรคมีความเป็นปึกแผ่นไม่มีรอยร้าวใดๆ
ในช่วงท้าย นายภราดร ยังกล่าวขอบคุณประชาชนสำหรับความคิดเห็นตนในฐานะตัวแทนรัฐบาลขอให้คำมั่นสัญญาว่าทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทุกคนก็จะทําหน้าที่ของตัวเองให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อตอบโจทย์ประชาชน
เมื่อถามว่า เป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่นายกฯเรียกไปคุยหรือไม่ นานภราดร หัวเราะพร้อมแซวตัวเองว่า “ไม่ได้เรียก แต่จะเดินไป” ก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ไปพบนายกรัฐมนตรี
Advertisement