
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ โดยมีวาระสำคัญในการพิจารณาหลายเรื่อง ได้แก่ การพิจารณาขยายระยะเวลาบังคับใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ออกไปอีก 3 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. - 19 ต.ค. 2569) ตามมติของ กบฉ.
นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอ ครม. ให้ยกเลิกเกณฑ์ตัดสิทธิบางประการ ยกเลิกการตัดสิทธิผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในกรณีที่บุตรนำไปใช้เป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา จะไม่นำ "สินเชื่อภาคการเกษตร" ที่มีวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท มารวมกับเกณฑ์พิจารณา เนื่องจากเป็นสินเชื่อตามฤดูกาลเพาะปลูก หรือเป็นสินเชื่อเยียวยาจากภัยพิบัติ ซึ่งแตกต่างจากสินเชื่ออุปโภคบริโภคทั่วไป
โดยกระทรวงการคลัง จะนำรายชื่อผู้ลงทะเบียนทั้งหมดกว่า 19 ล้านคน เข้าสู่ระบบคัดกรอง Data Lake ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานรัฐ 40 แห่ง และ เตรียมประกาศผลผู้ผ่านคุณสมบัติรับสิทธิในวันที่ 17 กรกฎาคม นี้
สำหรับวาระอื่นๆที่น่าสนใจ อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอความเห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งมาเลเซียว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร และกระทรวงกลาโหม ขอความเห็นชอบต่อร่างข้อตกลงขั้นตอนระหว่างกองทัพอากาศ และกองทัพอากาศออสเตรเลีย ว่าด้วยการเติมเชื้อเพลิงในอากาศ ซึ่งจะมีการลงนามร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนมาเลเซีย อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค.69
ขณะที่กระทรวงการคลัง จะเสนอการปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ สำหรับรอบการนำส่งเงินในปี 2569
เงินกู้จากธนาคารโลกสำหรับโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ตำบลเกาะกลาง - ตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และโครงการสะพาน ข้ามทะเลสาบสงขลา อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา - อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ของกรมทางหลวงชนบท
กระทรวงการคลัง และกระทรวงพลังงาน นำเสนอแนวทางการปรับโครงสร้างพลังงานหมุนเวียนของประเทศโดยเน้นไปที่ การส่งเสริมการใช้โซลาร์เซลล์และการพัฒนา Smart Grid
มาตรการรองรับและกระตุ้นยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงกลุ่มรถยนต์ที่ใช้ไบโอดีเซลและพลังงานชีวภาพ เพื่อลดต้นทุนพลังงานในประเทศและแก้ปัญหานำเข้าน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อดุลบัญชีเดินสะพัด
และกระทรวงกลาโหม จะเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพิ่มเติม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรองรับสถานการณ์ชายแดนด้านตะวันออก อีกด้วย
Advertisement