
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (แบบ ร.ร. 2) เลขที่ 144/2559 ลงวันที่ 27 กันยายน 2559 ให้แก่บริษัท เทวา เอสเตท จำกัด ประกอบธุรกิจโรงแรม ยู เซนมายา (U ZENMAYA) โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่าเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2557 บริษัท เทวา เอสเตทจำกัด ได้ยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมต่ออำเภอกะทู้ ใช้ชื่อทางการค้าว่า “โรงแรมยู เซนมายา” (U ZENMAYA) โดยมีที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ 1 พื้นที่ที่ห่างจากแนวชายฝั่งทะเลรอบเกาะภูเก็ตเข้าไปในแผ่นดินเป็นระยะ 50 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่มีความลาดชันระหว่างร้อยละ 35–50 และพื้นที่อีกส่วนหนึ่งอยู่ในบริเวณที่ 2 พื้นที่ส่วนใหญ่มีความลาดชันระหว่างร้อยละ 20– 35 ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (EIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่อง กำหนดพื้นที่ และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2553แต่ปรากฏว่าบริษัท เทวา เอสเตท จำกัด ไม่ได้ยื่นเอกสารใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารและรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ประกอบคำขออำเภอกะทู้จึงได้มีหนังสือติดตามให้บริษัท เทวาเอสเตท จำกัด ยื่นเอกสารเพิ่มเติม จำนวน 3 ครั้ง ปรากฏว่าบริษัทได้ยื่นเพียงใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคาร โดยไม่ได้ยื่นรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แต่อย่างใด
ต่อมาวันที่ 27 กันยายน 2559 ก่อนที่นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา จะย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการเร่งรัดให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอเรื่องที่ค้างดำเนินการอยู่ทั้งหมดให้ตนพิจารณา เจ้าหน้าที่จึงได้จัดทำบันทึกข้อความเสนอเรื่องราวรายละเอียดข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยรายงานว่าคำขออนุญาตประกอบกิจการโรงแรมรายนี้ ยังไม่มีหนังสือให้ความเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แต่นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา กลับลงนามอนุญาตพร้อมลงลายมือชื่อในฐานะนายทะเบียนออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม เลขที่ 144/2559 ลงวันที่ 27 กันยายน 2559 ให้แก่บริษัทเทวา เอสเตท จำกัด ทั้งที่ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 ประกอบประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาการขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจโรงแรมลงวันที่ 14 ตุลาคม 2552 และประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดพื้นที่ และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ.2553 จึงเป็นการออกใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท เทวา เอสเตท จำกัด เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้ การกระทำของนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1)และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
Advertisement