
วันที่ 2 ก.ค. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ....ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มีนาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานกมธ. ได้พิจารณาแล้วเสร็จในวาระสอง
โดยนายเอกนิติ นำเสนอรายงานของกมธ. ตอนหนึ่งว่า หลังสภาฯ รับหลักการวาระที่หนึ่งเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 69 กมธ.ได้พิจารณาเสร็จแล้ว ร่วมพิจารณารายละเอียดของการโอนงบของหน่วยรับงบประมาณ จำนวน 118 หน่วย จำนวน 1.03 หมื่นล้านบาท เพื่อจัดสรรให้กับงบกลาง เพื่อสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือ จำเป็น เพื่อให้การบริหารจัดการงบมีประสิทธิภาพและสอดรับกับภาวะที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทาย จากปัจจัยภายใน และภายนอก ในปีงบประมาณ 2569 อาทิ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาความมั่นคงชายแดน ความผันผวนของตลาดเงิน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาภัยพิบัติที่กระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน ราคาพลังงาน และค่าครองชีพของประชาชน
ทั้งนี้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไม่มีการแก้ไข ทำให้นายชูพงศ์ นิลสกุล ที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ เลขานุการที่ประชุม ใช้เวลาเพียง 30 วินาที เพื่ออ่านรายละเอียด มาตรา 1 ถึง มาตรา 5 ที่ไม่มีการแก้ไข จากนั้นได้เข้าสู่การลงมติวาระสาม ว่าจะเห็นชอบหรือไม่ โดยมติพบว่ามีมติเอกฉันท์ 449 คนเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ทั้งนี้มีผู้งดออกเสียง 2 เสียง
จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของกมธ. ด้วยมติ เห็นด้วย 444 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในข้อสังเกตของกมธ. มีสาระสำคัญ อาทิ เสนอแนะให้รัฐบาลคำนึงถึงความคุ้มค่าตามเป้าหมายและให้ดำเนินการตามให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย ขณะที่มีข้อเสนอแนะต่อสำนักงบประมาณด้วยว่า ควรกำหนดมาตรการเชิงระบบเพื่อป้องกันปัญหางบบประมาณพับตกหรือ โอนกลับซ้ำ พ้อมกับให้ทบทวนขั้นตอนที่เกี่ยวข้องทั้งด้านจัดสรรงบปะมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และบริหารโครงการให้สอดคล้องกับภาวการณ์ปัจจุบัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสภาฯ สามารถพิจารณาร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณในวาระสองและวาระสาม โดใช้เวลารวม 15 นาที จากนั้นในขั้นตอนต่อไปต้องส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป
Advertisement