
วันที่ 30 มิ.ย. 69 ที่สถานเอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทย ถ.สาทร H.E. Ms. Julide Kayıhan น.ส.จูลีแด คายือฮัน เอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ตุรกีอยากพัฒนาความสัมพันธ์ด้านการทหารกับประเทศไทย หลังจากมีการกระชับสัมพันธ์กับอินโดนีเซีย และมาเลเซียแล้ว
โดยอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของตุรกีมีความหลากหลาย ทั้งเรือฟริเกต รถถัง รถหุ้มเกราะ เครื่องบินรบ ระบบป้องกันภัยทางอากาศครบสามมิติ โดรน จรวด ซึ่งผ่านการใช้งานในประเทศมาแล้ว และตุรกีก็เป็นสมาชิกของนาโต้ด้วย โดยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ผลิตก็ผ่านมาตรฐานนาโต้เช่นกัน
ทั้งนี้ ทราบว่ากองทัพเรือไทยอยู่ระหว่างการคัดเลือกแบบเรือฟริเกต ซึ่งทางตุรกีเคารพการตัดสินใจและไม่ได้กดดัน โดยหวังเพียงผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคนไทย และคาดหวังว่าบริษัทของตุรกีจะมีโอกาสร่วมมือกับกองทัพไทยในอนาคต
ขณะที่ บริษัท ASFAT 1 ในบริษัทสัญชาติตุรกีที่ยื่นประมูลโครงการเรือฟริเกต ได้เสนอเรื่องการต่อเรือภายในประเทศไทย 100% โดยให้ลิขสิทธิ์การออกแบบเรือซึ่งเป็นการถ่ายทอดในระดับสูงสุดในการต่อเรือฟริเกตรุ่นต่อไปได้อย่างอิสระ รวมถึงโปรแกรมการชดเชยการลงทุน พร้อมคาดหวัง ว่าจะมีโอกาสได้รับการคัดเลือก
ส่วนบริษัท TAIS ที่เสนอแบบเรือ I Class Frigate ให้กองทัพเรือไทย ซึ่งมีใช้ในกองทัพเรือตุรกีด้วย และล่าสุดทางอินโดนีเซียได้สั่งต่อเรือรุ่นนี้ 2 ลำ
Advertisement