Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
นายกฯ เสนอ พ.ร.บ.โอนงบปี 69 ดึงงบโครงการยังไม่เดินหน้า 1.03 หมื่นล้าน

นายกฯ เสนอ พ.ร.บ.โอนงบปี 69 ดึงงบโครงการยังไม่เดินหน้า 1.03 หมื่นล้าน

25 มิ.ย. 69
11:44 น.
แชร์

นายกฯ เสนอ พ.ร.บ.โอนงบปี 69 ต่อสภาฯ ดึงงบโครงการยังไม่เดินหน้า 1.03 หมื่นล้านบาท แจงเหตุโอนงบ รายการล่าช้า-ชะลอได้ เติมงบกลาง รองรับวิกฤตและสาธารณภัย

(25 มิ.ย. 2569) ที่อาคารัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่ายพ.ศ. 2569 ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอวงเงิน 10,328 ล้านบาท ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสนอร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ…. ต่อสภาผู้แทนราษฎร ว่า ในนามของคณะรัฟบมนตรี ขอนำเสนอร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ….. โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้

สำหรับหลักการให้โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของหน่วยรับงบประมาณเป็นบางรายการไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เป็นจำนวน 10,328,065,100 บาท เหตุผลด้วยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเทศไทยเผชิญวิกฤตการด้านเศรษฐกิจ และสังคมจากปัจจัยทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและระบบระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม รัฐบาลจึงมีภารกิจเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤตดังกล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้งบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นที่ตั้งไว้ จำนวน 99,000,000,000 บาท มีไม่เพียงพอ รวมทั้งอาจมีเหตุฉุกเฉินจำเป็นจากสถานการณ์หรือสาธารณภัยอื่นที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ที่เหลือของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จึงมีความจำเป็นต้องโอนงบประมาณรายจ่ายบางรายการที่หน่วยรับงบประมาณได้รับจัดสรรตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ 2569 ไปตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว รวมทั้งกรณีมีเหตุฉุกเฉินอื่นๆ หรือความจำเป็นเร่งด่วนอื่นๆ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการโอนงบฯ ครั้งนี้ ว่า มี 2 ประการ คือ 1. เพื่อนำงบประมาณรายจ่ายฯ ปี 2569 ของหน่วยรับงบประมาณที่คาดว่าไม่สามารถดำเนินการได้ทันในปีงบประมาณ หรือสามารถชะลอการดำเนินการได้ จำนวนทั้งสิ้น 10,328,065,100 บาท ไปตั้งเป็นงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 2. เพื่อให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินให้ทันต่อสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า รัฐบาลเห็นว่ากฎหมายการโอนงบประมาณรายจ่ายฯ ปี 2569 มีความสอดคล้องกับวินัยการเงินการคลังของรัฐ รวมทั้งจะทำให้การบริหารงบประมาณรายจ่ายฯ ปี 2569 มีประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการแก้ไขปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายฯ ดังกล่าว มีความสอดคล้องกับ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 35 วรรค 1 ที่กำหนดให้งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ ที่กำหนดไว้ตามกฏหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย จะโอนหรือนำไปใช้สำหรับหน่วยรับงบประมาณอื่นไม่ได้ เว้นแต่จะมี พ.ร.บ. ให้โอนหรือนำไปใช้ได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เป็นการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ซึ่งได้พิจารณาดำเนินการตามหลักเกณฑ์และแนวทางการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยงบประมาณและรายการที่นำมาจัดทำร่าง พ.ร.บ.นี้ ประกอบด้วย

1. รายจ่ายประจำในทุกรายจ่ายที่ยังไม่มีการเบิกจ่าย และไม่มีข้อผูกพันหรือสามารถชะลอข้อผูกพันได้ ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 อาทิ ค่าใช้จ่ายในการสัมมนา การฝึกอบรม การประชาสัมพันธ์ และการเดินทางไปราชการต่างประเทศ

2. รายจ่ายลงทุนในทุกงบรายจ่าย อาทิ รายการปีเดียว และรายการผูกพันข้ามปีงบประมาณ ที่ยังยังไม่สามารถประกวดราคาหรือจัดซื้อจัดจ้างได้ ภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2569 หรือรายการที่หน่วยรับงบประมาณพิจารณาแล้วเห็นว่าหมดความจำเป็นและต้องการยกเลิก หรือสามารถชะลอการดำเนินการได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการหรือไม่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ในปีงบประมาณ พ.ศ.2569

ทั้งนี้ รัฐบาลได้คำนึงถึงการบริหารงบประมาณรายจ่ายในไตรมาสที่ 3-4 ของปีงบประมาณ ตามแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐที่จำเป็นในการให้บริการสาธารณะภาครัฐ การสนับสนุน ค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์และสวัสดิการ เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม รวมทั้งการสร้างงานและรายได้ในระดับพื้นที่ตลอดจนรายจ่ายตามข้อผูกพันต่างๆ ที่ยังสามารถดำเนินการต่อได้บนพื้นฐานที่มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

โดยงบประมาณที่นำมาจัดทำโอนงบประมาณรายจ่ายฯ จำนวน 10,328,056,100 บาท จำแนกเป็น

1. งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ จำนวน 9,039,794,900 บาท

2. งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ จำนวน 1,288,270,200 บาท

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เมื่อร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายฯ พ.ศ. มีผลใช้บังคับ หน่วยรับงบประมาณ จะสามารถขอจัดสรรงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น นำไปดำเนินภารกิจที่มีความเร่งด่วน ฉุกเฉิน หรือจำเป็น ได้ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายจ่าย เงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ.2562

นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวตามที่ได้แถลงมา มีรายรายละเอียดปรากฎตามเอกสารประกอบร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ที่ได้นำเสนอต่อท่านประธานฯ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติแล้ว รัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะให้การสนับสนุนและการแห่งร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อให้รัฐบาลได้นำงบประมาณแผ่นดินไปดำเนินการในเรื่องที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน ด้วยความคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประเทศชาติสืบไป

Advertisement

แชร์
นายกฯ เสนอ พ.ร.บ.โอนงบปี 69 ดึงงบโครงการยังไม่เดินหน้า 1.03 หมื่นล้าน