Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เปิดมติ กกต.โต้ สส.พริษฐ์ แจงปมเหตุยกคำร้อง สว.นันทนา เดินสายแนะนำตัว

เปิดมติ กกต.โต้ สส.พริษฐ์ แจงปมเหตุยกคำร้อง สว.นันทนา เดินสายแนะนำตัว

18 มิ.ย. 69
13:08 น.
แชร์

เปิดมติ กกต.โต้ สส.พริษฐ์ แจงปมเหตุยกคำร้อง สว.นันทนา นันทวโรภาส เดินสายแนะนำตัวขอคะแนน สอบแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติ 

จากกรณีที่นาย พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความ และวิดีโอผ่านเฟซบุ๊ก ถึงคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เจาะลึกคลิปฮั้ว สว. ซึ่งปรากฏภาพของ 1 ใน 7 กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินเก็บโพย และตักเตือนผู้สมัครเกี่ยวกับการดำเนินการที่ไม่สุจริตในวันเลือก สว. ระดับประเทศ พร้อมกับเรียกร้องขอให้กรรมการการเลือกตั้ง รวมถึงเจ้าหน้าที่ กกต.รายดังกล่าว ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าโพยกระดาษที่เห็นนั้นมีลักษณะเกี่ยวกับตัวเลขอย่างไรบ้าง และได้มีการนำไปใช้ขยายผลตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เชื่อมโยงกับขบวนการฮั้ว สว.หรือไม่ 

รายงานข่าวจาก กกต. แจ้งว่า กรณีดังกล่าวนั้น หากพิจารณาจากมติการประชุมคณะกรรมการ กกต. ครั้งที่ 25/2568 วันที่ 17 มี.ค. 2568 ที่ได้พิจารณาคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 113/2568 เรื่อง การเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด กรุงเทพมหานครที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 ให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวันเลือกและวันรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา กำหนดวันเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับประเทศในช่วงเดือน มิ.ย. 2567 

โดยคำวินิจฉัยของ กกต. ที่ 113/2568 คล้ายเหตุการณ์ในคลิปที่นายพริษฐ์นำมาเผยเเพร่ในช่วงนี้ และคล้ายกับการที่ สว.สำรอง น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.อิสระ พรรคประชาชน ภาคสังคมเคลื่อนไหวให้ตรวจสอบการฮั้วสว.หลายวาระ โดยมีสิ่งน่าพิจารณาจากคำวินิจฉัยและมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการกกต.ที่ลงมติข้างต้นในวันที่ 17 มี.ค. 2568 คือ คำร้องของผู้ร้องเกี่ยวกับผลคะเเนนระดับจังหวัด กทม.ของน.ส.นันทนา และนางสาว อ. ผู้สมัครสว.ในกลุ่ม 18 มีคะเเนนใกล้เคียงกัน และคล้ายกับสิ่งที่ น.ส.นันทนากับพวกเคยระบุว่า การลงคะแนนให้คล้าย/เหมือนกันน้้นของผู้สมัครสว.ที่ตอนนี้เป็น138สว.นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้หากไม่มีการฮั้ว ทำโพยกันล่วงหน้า 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากพิจารณามติการประชุมคณะกรรมการกกต.ครั้งที่ 25/2568 วันที่ 17 มี.ค. 2568 ที่ได้พิจารณาคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ 113/2568 เรื่อง การเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด กรุงเทพมหานครที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 ให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวันเลือกและวันรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา กำหนดวันเลือกระดับอำเภอ /ระดับจังหวัด /ระดับประเทศในช่วงเดือ นมิ.ย. 2567 นั้น 

โดยจะพบว่าคำร้องเรียนของผู้ร้องดังกล่าว ระบุว่าโอกาสที่ น.ส.นันทนาเเละนางสาวอ.อาจจะกระทำการล็อบบี้คะเเนนล่วงหน้าตามเเนวคิดที่นายธนพรระบุ นั้นมีความเป็นไปได้ เเต่คณะกรรมการกกต.ไม่เห็นด้วยกับคำร้องเพราะได้ไต่สวนฝ่ายที่เกี่ยวข้องเเล้วเห็นว่าไม่มีมูล จึงมีมติยกคำร้องนี้ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  รายละเอียดของมติดังกล่าวระบุว่า “ก่อนประกาศผลการเลือก  คณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับคำร้องจากผู้ร้องว่า นางสาวนันทนา นันทวโรภาส ผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด กรุงเทพมทานคร กลุ่มที่ 18หมายเลข 23 (ผู้ถูกร้องที่ 1) และ “นางสาว อ.” ผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18 (ผู้ถูกร้องที่ 2) ได้มีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ. 2561มาตรา 77 (1) กล่าวคือผู้ถูกร้องที่ 1และผู้ถูกร้องที่ 2 จัดทำให้ เสนอให้ สัญญาว่าว่าจะให้หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เพื่อจงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด 

คณะกรรมการการเลือกตั้งได้พิจารณารายงานการไต่สวน ตลอดจนพยานหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องประกอบกันแล้ว ได้ความว่า “ผู้ร้องยื่นคำร้องและให้ถ้อยคำว่า ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจับจังหวัดกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16มิถุนายน 2567ผู้ถูกร้องที่1และผู้ถูกร้องที่ 2ซึ่งเป็นผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร “ได้คะแนนมีจำนวนใกล้เคียงกันและมีผู้ผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัดที่ไม่ลงคะแนนให้แก่ตนเองแต่ลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้องที่ 1และผู้ถูกร้องที่ 2” 

นอกจากนี้ผู้ร้องยังเห็นผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัดกรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18จำนวนหลายคน”แสดงความเคารพและทักทายผู้ถูกร้องที่ 1และผู้ถูกร้องที่ 2“ตนจึงสงสัยว่าในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18”มีการตกลงหรือสมยอมกันให้มีผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัดลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้องที่ 1และผู้ถูกร้องที่ 2อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561มาตรา 77(1)” 

มติดังกล่าวระบุว่า จากการไต่สวนผู้ถูกร้องที่ 1และผู้ถูกร้องที่ 2ให้ถ้อยคำทำนองเดียวกันว่า “มิได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา ในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16มิถุนายน2567”การดำเนินการเลือกเป็นไปโดยปกติ ไม่มีผู้ใดทักท้วงเกี่ยวกับการลงคะแนน และตนมิได้จัดทำให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ให้แก่ผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนให้แก่ตนเอง รวมทั้งไม่มีการตกลงกันเพื่อแลกเปลี่ยนคะแนนหรือลงคะแมนให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกคนใด 

มติดังกล่าว ระบุอีกว่า  จากการไต่สวนพยานที่ไต่สวนประกอบ และเป็นกรรมการประจำสถานที่เลือกสมาชิกวุฒิสภาจังหวัด กรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18ให้ถ้อยคำว่า “ในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัดกทม.การดำเนินการเลือกเป็นไปโดยปกติ ไม่มีผู้ใดทักท้วงการลงคะแนน และตนไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนหรือได้รับรายงานว่ามีผู้มีสิทธิ์เลือกระดับจับจังหวัดคนโดกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา” 

ซึ่งจากการตรวจสอบรายงานเหตุการณ์ประจำสถานที่เลือก การลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน กลุ่มที่ 18(สว.จ. 18) กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2567ไม่มีกรณีทักท้วง และ“จากการตรวจสอบกล้องบันทึกภาพและเสียงที่ใช้บันทึกเหตุการณ์ในสถานที่เลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัดกรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2567ไม่ปรากฎพฤติการณ์ของบุคคลใดที่อาจเข้าข่ายหรือมีลักษณะเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิเสภา” 

โดยเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนรับฟังได้ว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องและให้ถ้อยคำว่า ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2567ผู้ถูกร้องที่ 1และผู้ถูกร้องที่ 2ซึ่งเป็นผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร“ ได้คะแนนมีจำนวนใกล้เคียงกันและมีผู้มีมีสิทธิเลือกระดับจังหวัดที่ไม่ลงคะแนนให้แก่ตนเองแต่ลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้องที่ 1และผู้ถูกร้องที่ 2” 

ทั้งนี้คณะกรรมการกกต.ในครั้งน้้นลงมติว่า “เมื่อพิจารณาคำร้องและถ้อยคำของผู้ร้องแล้ว ”เป็นเพียงข้อสงสัยของผู้ร้องโดยไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุน” เพราะผู้ร้องได้แบบเพียงข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด กรุงเทพมหานครกลุ่มที่ 18 เป็นหลักฐานประกอบคำร้องและไม่มีหลักฐานใดประกอบการให้ถ้อยคำจากการไต่ส่วนพยานที่ไต่สวนประกอบซึ่งเป็นกรรมการประจำสถานที่เลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18 ให้ถ้อยคำว่า ในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16มิถุนายน 2567การดำเนินการเลือกเป็นไปโดยปกติ ไม่มีผู้ใดทักท้วงเกี่ยวกับการลงคะแนน และไม่ได้รับเรื่องร้องเรียน หรือได้รับรายงานว่ามีผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัดคนใดกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 

ประกอบกับจากการตรวจสอบรายงานเหตุการณ์ประจำสถานที่เลือก การลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน กลุ่มที่ 18(สว.จ. 18) กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16มิ.ย. 2567 ไม่มีกรณีทักท้วง และจากการตรวจสอบกล้องบันทึกภาพและเสียงที่ไช้บันทึกเหตุการณ์ในสถานที่เลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2567ไม่ปรากฎพฤติการณ์ของบุคคลใดที่อาจเข้าข่ายหรือมีลักษณะเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 

รวมทั้งเมื่อได้พิจารณาข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัดกรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18ซึ่งปรากฏประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครของผู้สมัครแต่ละคนก็ไม่อาจนำมายืนยันได้ว่าจะมีการตกลงกันเพื่อลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้องที่ 1และผู้ถูกร้องที่ 2ดังที่ผู้ร้องได้กล่าวอ้าง และผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัดย่อมสามารถทำความรู้จัก สนทนากัน หรือแนะนำตัวกันได้เท่าที่ไม่เป็นการฝ้าฝืนต่อกฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง 

อีกทั้งไม่ปรากฎพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่า ผู้ถูกร้องที่ 1และผู้ถูกร้องที่ 2กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561มาตรา 77(1) ตามคำร้อง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง(มติเอกฉันท์) 

แหล่งข่าวจาก กกต. กล่าวว่า ทั้งนี้ข้อมูลของผู้ร้องคือ“ตนเห็นผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18 จำนวนหลายคน“แสดงความเคารพและทักทายผู้ถูกร้องที่ 1 และผู้ถูกร้องที่ 2 ”ตนจึงสงสัยว่า“ ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 18มีการตกลงหรือสมยอมกันให้มีผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัดลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้องที่ 1และผู้ถูกร้องที่ 2” เเต่กกต.ไต่สวนพยานหลักฐานเเล้ว ไม่พบสิ่งผิดปกติจึงยกคำร้องนี้”ด้วยมติเอกฉันท์“ 

โดยตามระเบียบ กกต. หากผู้สมัครสว.พบการทุจริตในขณะนั้น ต้องเเจ้งเจ้าหน้าที่กกต.ให้ทราบทันที กรณีนี้ผู้ร้องมาร้องเรียน กกต. ในภายหลังเเละขาดพยานหลักฐาน กกต. จึงยกคำร้อง เเละหากพิจารณาการลงคะเเนน สว.ระดับประเทศวันที่ 26 มิ.ย. 2567 ต่อมาผู้สมัคร สว. ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกออกมาเเถลงข่าวในวันที่ 27 มิ.ย.2567 เเต่ไม่พบว่าผู้สมัคร สว. ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกเเจ้งเจ้าหน้าที่ กกต. ว่าพบการทุจริตในวันดังกล่าว เเละโพยฮั้วสว. 20 กลุ่ม หากปรากฏจริงโพยฮั้วมีขนาดใหญ่ เพราะมีถึง 20 กลุ่มที่ต้องลงคะเเนน กลุ่มละ 10 คน เเต่หลักฐานที่พบเป็นกระดาษขนาดเล็ก-เอ4 ที่พบในถังขยะห้องน้ำ เเละไม่ทราบได้ว่าเป็นของใคร เเต่สันนิษฐานได้ว่า อาจเป็นของผู้สมัครสว.จดไว้เเละพกไปเหมือนการเขียนเพื่อป้องกันอาการหลงลืมในการลงคะเเนนบางกลุ่มเท่านั้น 

ทั้งนี้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จะพบว่า เกิดกรณีที่ผู้สมัคร สว. ที่เข้าสู่รอบระดับประเทศเห็นว่าการเลือก สว. ในระดับประเทศว่า ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม หรือไม่ชอบด้วยกฎหมายเเละมีการร้องเรียน ฟ้องร้องต่อกระบวนการยุติธรรมหลายคดีนั้นเเละรวมทั้งคลิปที่นายพริษฐ์นำมาเผยเเพร่ล่าสุดนั้น ต้องติดตามว่า กกต.จะวินิจฉัยกรณีฮั้ว สว.ระดับประเทศที่อ้างว่ามีโพยลงคะเเนนนั้น ผลจะเป็นเช่นใด เเละจะนำการยกคำร้องกรณีคำร้องคัดค้าน น.ส.นันทนากับ นางสาว อ. ซึ่งมติเอกฉันท์ของกกต.ที่ยกคำร้องนี้ไปแล้วมาร่วมเป็นเเนวทางวินิจฉัยหรือไม่

Advertisement

แชร์
เปิดมติ กกต.โต้ สส.พริษฐ์ แจงปมเหตุยกคำร้อง สว.นันทนา เดินสายแนะนำตัว