
ช่วงหนึ่งระหว่างการมอบยโยบาย สำคัญของกระทรวงมหาดไทย ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า เมื่อวานนี้ (14 มิ.ย. 2569) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รายงานถึงสถานการณ์ผู้คนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรีกล่าวถามผ่านการประชุมทางไกลว่า "ไหนใครจะปลดท่านอ่ะ" ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตตอบกลับเพียงว่า "มีท่านนายกรัฐมนตรีย้ายผมได้คนเดียวครับ"
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเสริมว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด เสมือนเป็นนายกรัฐมนตรีในพื้นที่นั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นท่านต้องแก้ไขให้ได้ ยิ่งมีการโพสต์ในที่สาธารณะที่กระทบถึงรัฐบาล ว่าไม่บริหารจัดการปัญหากลุ่มเทา ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงต้องรีบออกมาเทคแอ็คชั่น ต้องใส่ใจ บารมีรอบตัว แก้ข่าวเพื่อไม่ให้กระทบกับรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี และหากคิดว่าการบริหารงานต่างจังหวัด การเติบโตมาเป็นผู้ว่าฯ ก็ต้องสร้างทีมงานให้ได้ หากอะไรที่เป็นอุปสรรคก็แจ้งเข้ามาได้ที่กระทรวง
ขณะที่ นายกรัฐมนตรี ได้อ่านโพสต์ดังกล่าวจากหลายบัญชีผู้ใช้ ที่ระบุข้อความต่างๆ ว่า "ที่หลังโรงพักเชิงทะเล มีคนสนินรองผู้ว่าฯ บุกรุก" "ถึงว่าทำไมหวงอำนาจ เหมือนหมาหวงชามข้าว ถูกทีมงานรองฯ บุกรุก" "ตั้งคำถาม คนสนิทรองผู้ว่าฯ บุกรุกหาด คิดหรือว่าประชาชนจะไม่รู้ผลประโยชน์" หรือกระทั่ง "รองซีฟู๊ดขี้โม้จะย้ายผู้ว่าฯภูเก็ต วัดพลังผู้ว่าฯภูเก็ต กับรองฯซีฟู๊ดใครไปก่อนกัน แบ็คใครใหญ่กว่ากัน" ที่ซึ่งตนไม่ได้เชื่อแต่ถือว่าที่ควันมีคนที่ที่นั่นต้องมีไฟ ซึ่งได้มอบนโยบายปราบผู้มีอิทธิพลไปแล้ว หากมีคนเหล่านั้นในองค์กรของเราจะทำอย่างไร นิ้วหนึ่งชี้ไปที่คนอื่น 3 นิ้วชี้ทิ่มเข้าตัว แบบนี้อายเขา
จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เอ่ยถามหารองฯซีฟู๊ดว่าอยู่ที่ประชุมหรือไม่ เคยเห็นหน้ากันหรือเปล่า ตนไม่รู้จัก ต่อมาปลัดระทรวงมหาดไทย ย้ำถามหาถึงรองฯซีฟู๊ดอีกครั้ง พร้อมถามในที่ประชุมว่า มันมีข่าวทุกครั้งท่านรู้สึกอย่างไร ผลกระทบเกิดกับจังหวัด หากไม่เคยทำท่านก็ชี้แจงมา ท่านนายกฯ ก็พร้อมฟังอยู่ โดยปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สอบถามหารองฯซีฟู้ด อยู่หลายครั้ง พร้อมถามผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ว่ารองผู้ว่าราชการจังหวัด เข้าประชุมครบหรือไม่ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ตอบว่า "เข้าครบครับ" ก่อนที่จะขอให้ปลัดกระทรวงตั้งคณะกรรมการระดับกระทรวงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อคงามเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวเสริมว่า พร้อมรับฝาก ตอนนี้ไม่ได้บอกว่ารองฯซีฟู๊ดผิด เรารับข้อมูลมาเพื่อดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ก่อนที่จะเอ่ยถามรองฯซีฟู๊ด ว่าจะไปขอใครให้ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะต้องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
จากนั้น ปลัดกระทรวง ได้ถามย้ำหารองผู้ว่าฯ ที่ชื่อเป็นสัตว์ทะเล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแทรกเข้ามาว่า "ชื่อกุ้งใช่ไหม" ก่อนที่รองผู้ว่าฯกุ้ง จะชี้แจงในที่ประชุมว่า ตนชื่อกุ้งเหมือนกับรองผู้ว่าฯ อีกคนหนึ่ง ซึ่งกระแสข่าวที่เกิดขึ้นตนขออนุญาตนำเรียนข้อมูลเป็นเอกสารให้นายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องหลายบุคคล
โดย นายกรัฐมนตรี ขอให้รองฯกุ้ง ส่งหนังสือถึงปลัดกระทรวง โดยยังคงย้ำว่ารองผู้ว่าฯ จะใช้สิ่งใดไปปลดผู้ว่าฯ การพูดถึงสิ่งแบบนี้เหมือนเป็นอากาศธาตุ
"คนที่พูดก็ปัญญาอ่อนเต็มทน จะเอาอะไรไปปลดผู้ว่าราชการจังหวัด มท.1 นั่งหัวโด่ตรงนี้ จะปลดยังไงผมอยากจะรู้ หรือจะปลด มท.1 ของแบบนี้พูดไปอายเขาด้วย เราเป็นข้าราชการ นี่ถือเป็นความผิดพลาดในการบริหารบุคคล เดี๋ยวผมจะสอบท่านปลัดด้วยเอง"
พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือการที่เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนร่วม สนับสนุนให้มีการกระทำผิดกฎหมาย และต้องไม่เกิดในกระทรวงมหาดไทย
จากนั้น ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น นายอนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์กรณีดังกล่าว ว่า ไม่ได้มีบรรยากาศตึงเครียดในการประชุมที่ผ่านมา แต่ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปราบปรามกลุ่มอันธพาล และผู้มีอิทธิพลอย่างเด็ดขาดและเข้มงวด หลังได้รับรายงานว่ามีการดำเนินคดีไปแล้วในระดับหนึ่ง แต่ปัญหายังไม่หมดไป อีกทั้งยังมีการข่มขู่พยาน จนบางรายกลับคำให้การเพราะเกรงกลัวอิทธิพลของกลุ่มดังกล่าว จึงได้ย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่
ส่วนกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกับรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา และปลัดกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการทุกอย่างตามความเหมาะสม โดยไม่ปล่อยให้การทำงานติดขัดเพราะปัญหาของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
นายอนุทิน ยังระบุว่า ข่าวที่ระบุว่ารองผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถข่มขู่ว่าจะย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดได้นั้นไม่เป็นความจริง เพราะผู้มีอำนาจเสนอการย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดคือปลัดกระทรวงมหาดไทย และต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี จึงขออย่าให้ความเชื่อถือหรือให้น้ำหนักกับข่าวลักษณะดังกล่าว พร้อมระบุว่า หากมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดคนใดไปกล่าวอ้างว่าตนมีอำนาจเหนือผู้ว่าราชการจังหวัดหรือสามารถย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดได้ ก็ถือว่า "ดูตลกเชิญยิ้ม"
สำหรับความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีแชทหลุด "ช่วยน้ำเงินด้วย" ของอธิบดีกรมการปกครอง นายอนุทินกล่าว เพียงว่า ทุกอย่างยังเป็นไปตามขั้นตอน
Advertisement