
วันนี้ (2 มิถุนายน 2569) นายสนธิญา สวัสดี เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบจริยธรรมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต กรณีที่มีการแฉแชทข้อความคุยกับ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีข้อความระบุว่า “ให้ช่วยน้ำเงิน”
โดยนายสนธิญา เปิดเผยว่า วันนี้ได้มายื่นหนังสือเพื่อขอให้พิจารณาตรวจสอบพฤติกรรมและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย ว่าขัดต่อวินัยและประมวลจริยธรรมของข้าราชการหรือไม่
พร้อมเน้นย้ำว่าการร้องเรียนครั้งนี้ไม่ได้กล่าวหาใครแต่เพียงเพื่อปกป้องระบบราชการ ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งหรือฝักใฝ่ทางการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ส่วนประเด็นหลักในการร้องเรียนตรวจสอบ มี 5 ประเด็นสำคัญ โดยเรื่องแรกเป็นกรณีที่อดีตปลัดคนดังกล่าวได้มีการออกใบอนุญาตอาวุธปืน ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เมื่อ 2565 ให้กับกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้อง กับสิ่งผิดกฎหมายหรือกลุ่มสีเทา โดยพบว่าปลัดได้มีการลงชื่อในใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) โดยไม่ได้มีการตรวจสอบ ว่าผู้ที่มาขอใบอนุญาตในการครอบครองอาวุธปืนนั้น เป็นบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเครือข่ายที่ถูกหน่วยงานราชการและ ป.ป.ง. ตรวจสอบเกี่ยวกับคดียาเสพติดและการฟอกเงิน เป็นจำนวนกว่า 20 กระบอก แม้ภายหลังจะมีการถอนคืนใบอนุญาต แต่พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายผิดวินัยและจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
ส่วนประเด็นที่ 2 ที่ตนร้องเรียนนั้นเป็นกรณีที่ ศอ.บต. ส่งตัวอดีตปลัดกลับหน่วยงานต้นสังกัดในช่วงที่ไปช่วยราชการในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ต่อมาทางเลขาธิการ ศอ.บต. ได้ส่งตัวกลับมายังกรมการปกครอง โดยมีการระบุใจความสำคัญในหนังสือส่งตัวเกี่ยวกับ "เรื่องคุณธรรมและจริยธรรม" ที่ข้าราชการพึงมีในการปฏิบัติหน้าที่
ประเด็นที่ 3 กรณีที่อดีตปลัดคนดังกล่าวถูกออกหมายจับโดยศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งมีข้อมูลกระทำความผิดในพื้นที่สน.ทุ่งมหาเมฆ แม้เจ้าตัวได้เดินทางเข้ามอบตัวเพื่อสู้คดีเรียบร้อยแล้ว แต่คดีสิ้นสุดแล้วหรือไม่นั้นก็ยังไม่มีความชัดเจน แต่การที่ข้าราชการระดับสูงมีประวัติถูกออกหมายจับในคดีอาญากระทบต่อความเชื่อมั่นขององค์กร
ขณะที่ประเด็นสำคัญที่ตนมาร้องวันนี้นั้น คือกรณีแชตไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ซึ่งนายสนธิญาตั้งข้อสังเกตุว่า มีการคุยแชทกันระหว่าง อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตและอธิบดีกรมการปก เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่ผ่านมาโดยมีข้อความตอบโต้อย่างรวดเร็วภายในเดียวกัน คือ 08.05 น. ส่วนตัวเข้าใจว่า อธิบดีกรมการปกครองต้องดูแลข้าราชการทั่วประเทศ เป็นไปได้ว่าการตอบแชท
ไลน์ของอธิบดีกรมการปกครอง จะมีคนใกล้ชิดอื่นดูแลการตอบไลน์แทนหรือไม่ และตั้งข้อสังเกตว่ามีเหตุผลใดจึงได้มีการนำแชทที่พูดคุยกันมานานถึงหกเดือนออกมาเปิดเผยในช่วงที่มีการโยกย้ายตำแหน่ง เพราะ ที่ผ่านมาอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ก็ถูกโยกย้ายไปในตำแหน่งที่ดี
ทั้งนี้ การนำแชตไลน์ซึ่งเป็นบทสนทนาภายในระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชามาเปิดเผยต่อสาธารณะ ตนรู้สึกว่า การกระทำลักษณะนี้ไม่ต่างจากคลิปเสียงหลุดที่อดีตนายกรัฐมนตรีไปพูดคุยกับฮุนเซน จึงอยากให้มีการตรวจสอบว่าการกระทำในลักษณะดังกล่าวผิดจริยธรรมหรือไม่
ส่วนตัวยอมรับว่า การส่งหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยและเป็นหัวหน้าพรรคสีน้ำเงิน ผู้ที่ตนเองยื่นหนังสือให้ตรวจสอบจะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่นั้น นายสนธิญาเปิดเผยว่า เรื่องนี้เป็นการร้องตามขั้นตอนเนื่องจาก กระทรวงมหาดไทยเป็นต้นสังกัดของผู้ที่ถูกร้องให้ตรวจสอบ แต่หากจะไปร้องหน่วยงานอื่น แต่หากเป็นหน่วยงานใดที่ต้องตรวจสอบเรื่องนี้ก็ต้องตีความให้เหมือนกัน เพราะสิ่งที่ตนร้องในวันนี้มีพยานหลักฐานชัดเจน เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะต้องพิจารณาและวินิจฉัย ขอ ผู้ที่ถูกร้องให้ตรวจสอบ อย่ามาฟ้องตนเอง เพราะตนไม่ได้มาบอกว่าใครผิดหรือถูกวินัย แต่เรื่องทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานชัดเจน และต้องการให้หน่วยงานกลางที่ไม่ใช่แค่กระทรวงมหาดไทยเข้ามาตรวจสอบ เพื่อความโปร่งใส
อย่างไรก็ดี นายสนธิญา ย้ำว่า การออกมาร้องเรียนวันนี้ ผมไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ผมเข้าข้าง 'ระบบราชการ' พรรคการเมืองหรือนายกรัฐมนตรีอยู่แค่ 4 ปีก็เปลี่ยนไปตามระบอบประชาธิปไตย แต่ระบบราชการคือกระดูกสันหลังของประเทศที่จะต้องอยู่ตลอดไป หากข้าราชการระดับสูงไม่มีวินัย ไม่มีจริยธรรม ต่อไปในอนาคตจะไม่มีใครกล้าสั่งงานผ่านระบบแชตหรือทำงานร่วมกันได้ตามปกติ"
Advertisement