
วันที่ 29 พ.ค. ในการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาวาระญัตติด่วนเรื่อง ขออนุญาตจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้ารับทราบข้อกล่าวหา และสอบสวนปากคำระหว่างสมัยประชุม ตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีหนังสือถึงสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียก นายชนนพัฒน์ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และสอบสวนปากคำตามข้อสั่งการของอัยการสูงสุด ทั้งนี้รัฐธรรมนูญมาตรา 125 วรรคหนึ่ง กำหนดห้ามมิให้มีการเรียกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปทำการสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญาระหว่างสมัยประชุม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร
หลังที่สมาชิกได้อภิปราย นายชนนพัฒฐ์ ได้ลุกขึ้นกล่าวเปิดใจต่อที่ประชุมว่า ทุกคำแนะนำ และคำติที่เกิดขึ้น ตนได้ตั้งใจรับฟังคำติทุกคน ตนพร้อมที่จะรับผลการโหวตในวันนี้ ซึ่งตนเป็นคนหนึ่ง ที่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยขอยืนยันกับเพื่อนสมาชิกที่คัดค้านการโหวตส่งตัวว่า ตนพร้อม และยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการ แต่ตนก็ยังต้องยึดตามหลักการ เพราะการเข้าสู่กระบวนการ หากปิดสมัยประชุมแล้ว ตนเองก็หนีไม่พ้น และตนพร้อม แต่หลักการของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราต้องยึดตามหลักการในประเด็นนี้ ซึ่งตนขอพูดเพียงเท่านี้
จากนั้นประธานในที่ประชุมได้ให้ที่ประชุมลงมติ ซึ่งมีจำนวนผู้เข้าประชุม 432 คน โดยมีผู้เห็นด้วย 126 คน ไม่เห็นด้วย 308 คน งดออกเสียง 2 คน ไม่ลงคะแนนเสียง 3 คน เป็นอันว่า ที่ประชุม มีมติไม่อนุญาตให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษทำการออกหมายเรียกนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ไปรับทราบข้อกล่าวหา และการทำการสอบสวน ในระหว่างสมัยประชุมตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ
ภายหลังนาย ชนนพัฒฐ์ ยกมือไหว้ขอบคุณสภาฯจากนั้นได้เดินออกจากสภาโดยไม่รอฟังมติ
Advertisement