
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการจับกุม ดำเนินคดี และยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์)
"การปราบปราบการหลอกลวงทางออนไลน์ต้องดำเนินควบคู่ไปกับการลงโทษเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนสมรู้ร่วมคิด และการไล่ออกสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่ง" สมเด็จเตโช ฮุน เซน กล่าวในแถลงการณ์พิเศษ โดยระบุเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องถูกส่งตัวไปยังศาลเพื่อดำเนินคดีและยึดทรัพย์ พร้อมย้ำว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการสารวัตรทหาร (ตำรวจทหาร) และผู้บัญชาการตำรวจในพื้นที่ใดก็ตามที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จะต้องถูกปลดออกจากตำแหน่ง
"คุณไม่มีทางประสบความสำเร็จได้เลย หากปราบปรามเฉพาะมิจฉาชีพทางออนไลน์ โดยไม่จัดการกับเจ้าหน้าที่ที่สมรู้ร่วมคิดและผู้ที่ละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง" เขากล่าว
นอกจากนี้ ฮุน เซน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานพรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการสอบสวนผู้ต้องสงสัยคดีหลอกลวงทางออนไลน์ที่ถูกจับกุม ว่าพวกเขาสามารถเดินทางเข้าประเทศกัมพูชาได้อย่างไรโดยไม่มีหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ที่ผ่านมา ประเทศกัมพูชาได้แสดงความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการถอนรากถอนโคนศูนย์เครือข่ายหลอกลวงทางออนไลน์ทั้งหมด
จากรายงานแถลงการณ์ของรัฐบาลระบุว่า นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 ถึงกลางเดือนเมษายน 2026 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ได้เข้าบุกค้นศูนย์หลอกลวงทางออนไลน์ไปแล้วมากกว่า 250 แห่ง ซึ่งรวมถึงบ่อนคาสิโน 91 แห่ง ที่เปิดบังหน้าเพื่อดำเนินกิจการหลอกลวงออนไลน์
นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินกระบวนการผลักดันและเนรเทศชาวต่างชาติที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางออนไลน์ออกนอกประเทศไปแล้วรวมทั้งสิ้น 13,039 ราย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา ราชอาณาจักรกัมพูชาได้ประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ ซึ่งมีบทลงโทษสูงสุดแก่ระดับหัวหน้าขบวนการ (บอส) จำคุกตั้งแต่ 30 ปี ไปจนถึงจำคุกตลอดชีวิต
Advertisement