
วันนี้ (25 พฤษภาคม 2569) นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข แถลงข่าวเปิดตัวลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “HUMAN INNOVATION” ชูวิสัยทัศน์ “กล้าเปลี่ยน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า” พร้อมย้ำอุดมการณ์สร้างสังคมยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และอิสระทางความคิด เพื่อให้กรุงเทพมหานครก้าวทันโลกอนาคต
นางมัลลิกา กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ตัดสินใจลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เนื่องจากมองเห็นปัญหาสุขอนามัยของคนเมือง โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมาก จึงต้องการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
โดยแนวคิด “มนุษย์ทันกาลเวลา” คือการทำให้ประชาชนก้าวทันยุคสมัยและอนาคตไปพร้อมกัน ไม่ต้องรอการเปลี่ยนแปลงนาน 4-8 ปี หรือรอจนแก่ชราแล้วจึงมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ต้อง “ดีวันนี้ อยู่สบายวันนี้”
นอกจากนี้ ยังเตรียมนำระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาประยุกต์ใช้กับการบริหารเมืองในหลายด้าน ทั้งระบบจราจร กล้องวงจรปิด ระบบสัญญาณไฟ และการบริหารจัดการเมืองแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
หนึ่งในนโยบายหลัก คือการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 ผ่านระบบนวัตกรรมล้างฝุ่น และการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ โดยอาศัยประสบการณ์การทำงานร่วมกับ 3 กระทรวงที่ผ่านมา เพื่อเชื่อมต่อการทำงานกับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดผลสำเร็จอย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน ยังมีแผนติดตั้งระบบเรดาร์ตรวจจับฝนและน้ำท่วมตั้งแต่การก่อตัวของเมฆ เพื่อวางแผนระบายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยย้ำว่าจะใช้ระบบบริหารจัดการแบบมืออาชีพ ไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
ด้านความปลอดภัย เตรียมผลักดัน “เมืองปลอดภัย 24 ชั่วโมง” ให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยสามารถใช้ชีวิต ทำงาน หรือเดินทางในกรุงเทพมหานครได้อย่างมั่นใจ ผ่านระบบกล้อง AI อัจฉริยะ ที่สามารถตรวจจับเหตุผิดปกติ เช่น มีผู้ล้มหมดสติ หรือเกิดเหตุอันตราย พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้ทันที
ส่วนด้านเศรษฐกิจ เตรียมเดินหน้าโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และสตาร์ทอัพ ผ่านโมเดลจับคู่แหล่งทุน ร่วมมือกับสถาบันการเงิน เพื่อผลักดันเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ให้เข้มแข็ง รวมถึงสร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซภายใต้การสนับสนุนของ กทม. เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและสร้างตำแหน่งงานใหม่ให้คนกรุงเทพฯ
นางมัลลิกา ยังกล่าวถึงแนวคิดส่งเสริม “สตรีทฟู้ด” ให้เป็นเสน่ห์และซอฟต์พาวเวอร์สำคัญของกรุงเทพฯ โดยจะผลักดันให้เป็นเมืองแห่งอาหารที่สามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
พร้อมกันนี้ ยังมีแผนยกระดับสาธารณสุขใกล้บ้านให้มีมาตรฐานเทียบเท่าโรงพยาบาล เพื่อลดความแออัด ลดการเดินทาง และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ประชาชน รวมถึงเพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ และสวนดอกไม้ในทุกเขตของกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างเมืองน่าอยู่ในอนาคต
ทั้งนี้ นางมัลลิกา ระบุว่า นโยบายทั้งหมดที่ประกาศยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น และจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในลำดับต่อไป หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน กรุงเทพมหานครจะสามารถก้าวสู่การเป็นมหานครทันสมัยระดับโลกได้อย่างแน่นอน
Advertisement