
วันที่ 22 พ.ค.2569 นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าทีมคนทำงาน กล่าวว่า สำหรับนำทัพผู้สมัคร ส.ก. ลงสนามท้องถิ่นกรุงเทพฯ 2569 ด้วยจุดแข็งความเป็นผู้นำ รากฐานนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์รุ่นใหม่ ควบประสบการณ์การเมืองครบเครื่อง ทั้ง เวทีงานบริหารและเวทีนิติบัญญัติ เข้าใจกลไกโครงสร้างสภา กทม. อย่างลึกซึ้ง ระดมทีมผู้เชี่ยวชาญหลากสาขาพร้อมรื้อและปรับปรุงกติกาเก่า รีเซ็ตมาตรฐานระบบสภาใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาเมืองให้จบที่ต้นตออย่างยั่งยืน
นายดวงฤทธิ์ กล่าวว่า ประกาศวิสัยทัศน์พลิกเมือง มุ่งแก้ข้อบัญญัติ ปลดล็อกข้อจำกัด กทม.หัวหน้าทีมคนทำงาน เน้นย้ำวิสัยทัศน์ใหญ่พลิกโฉมเมือง เชื่อมั่นเต็มเปี่ยม ว่า จุดเริ่มต้นของการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนที่สุด คือการแก้ไขข้อบัญญัติโดยทีมคนทำงาน จึงเตรียมความพร้อมเข้าไปใช้กลไกทางสภาฯ และข้อกฎหมาย เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดเดิมๆ และเปิดทางให้คน กทม. ได้รับผลประโยชน์กลับคืนสูงสุด แก้ข้อบัญญัติล้าหลัง 100 ฉบับ แก้ทันที 15 ฉบับ ครบ 4 ปี แก้ครบ 220 ฉบับ สมการ สร้าง-ปรับปรุง-ยกเลิก เพื่อสนับสนุนฝ่ายบริหาร กทม. มาจากสถานการณ์ปัจจุบันที่กรุงเทพฯ มีข้อบัญญัติเมืองจำนวน 311 ฉบับ แต่มีการบังคับใช้ในปัจจุบันเพียง 220 ฉบับ หลายฉบับคือความล้าหลังที่ฉุดรั้งเมือง หากทีม ส.ก. คนทำงานเข้าไปในสภาปีแรก มีการตั้งเป้าหมายเร่งทบทวนและแก้ไขกติกาที่ล้าหลัง 100 ฉบับ โดยเริ่มต้นแก้ไขทันที 15 ฉบับ และร่างใหม่เพิ่มทันที 5 ฉบับ
โดยข้อบัญญัติจะครอบคลุมปัญหาปากท้อง หาบเร่แผงลอย การเดินทาง พื้นที่จอดรถ หรืออากาศสะอาด เมื่อครบวาระ 4 ปี ทีม ส.ก. คนทำงานจะทบทวน แก้ไขข้อบัญญัติเดิมให้ครบ 220 ฉบับ และออกข้อบัญญัติใหม่ที่จำเป็นกับคนกรุงเทพฯ อีกอย่างน้อย 50 ฉบับ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเมืองที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดจะเป็นโร้ดแมประยะยาวที่จะเป็นการวางรากฐาน 4 ปีต่อจากนี้ ให้อนาคตของกรุงเทพฯ มั่นคง ไม่ว่าใครก็ตามที่จะเข้ามาเป็นผู้ว่าฯ ฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายนิติบัญญัติก็ตาม ระบบที่เป็นมาตรฐานซึ่งคำนึงถึงคุณภาพชีวิตคนกรุงเป็นหลักจะยังคงอยู่ตลอดไป
นายดวงฤทธิ์ กล่าวถึงจุดยืนชัดว่า นอกจากสภา กทม. ต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่พิสูจน์ได้ โปร่งใส พร้อมรับการตรวจสอบจากทุกฝ่าย ยังต้องเป็นสภาที่ทุกคนมีสิทธิ์ออกความเห็นเพื่อสร้างระบบการเมืองที่เป็นของประชาชนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง.
Advertisement