Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
“พิพัฒน์”เอาจริง! สั่งตรวจสารเสพติด-แอลกอฮอล์ พนง.ขับรถทุกวัน

“พิพัฒน์”เอาจริง! สั่งตรวจสารเสพติด-แอลกอฮอล์ พนง.ขับรถทุกวัน

18 พ.ค. 69
19:07 น.
แชร์

“พิพัฒน์”เอาจริง! สั่งตรวจสารเสพติด-แอลกอฮอล์ พนง.ขับรถทุกวัน เซ่นปมรถไฟชนรถเมล์-ตรวจเจอฉี่ม่วง

วันที่ 18 พ.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงผู้บริหารจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมแถลงข่าวชี้แจงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารบริเวณมักกะสัน พร้อมสรุปแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาว

นายพิพัฒน์ กล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมระบุว่า เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว. มหาดไทย ได้กำชับให้กระทรวงคมนาคมเร่งตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงวางแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

ด้านมาตรการแก้ปัญหา กระทรวงคมนาคมเตรียมให้ รฟท. ศึกษาภายใน 3 เดือน ถึงความเป็นไปได้ในการลดหรือยกเลิกรถไฟที่วิ่งเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ผ่านจุดตัดถนนต่างระดับ โดยเฉพาะเส้นทางสายตะวันออก สายใต้ และสายตะวันตก ซึ่งรวมแล้วมีจุดตัดประมาณ 27 จุดเบื้องต้นมีแนวคิดให้รถไฟจากสายตะวันออกสิ้นสุดที่สถานีลาดกระบัง ส่วนสายใต้ให้สิ้นสุดที่ตลิ่งชัน จากนั้นเชื่อมต่อการเดินทางด้วย ขสมก. รถไฟฟ้าสายสีแดง หรือ Airport Rail Link แทน

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะพิจารณามาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น การช่วยเหลือค่าโดยสารผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือนโยบายตั๋วร่วม เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับภาระเพิ่มขึ้น

และหากสามารถลดหรือยกเลิกการเดินรถไฟผ่านจุดตัดในกรุงเทพฯ ชั้นในได้ จะช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุได้ แต่หากผลศึกษายังไม่สามารถดำเนินการได้ภายใน 3 เดือน จะมีการหารือแนวทางเพิ่มเติมอีกครั้ง

นายพิพัฒน์ ยังชี้แจงประเด็นเรื่องใบอนุญาตของพนักงานขับรถไฟว่า ปัจจุบันมีทั้งใบอนุญาตที่ออกโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย และใบอนุญาตตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางราง ซึ่งกรณีนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการส่งเอกสารระหว่างหน่วยงาน ทำให้กรมรางยังออกใบอนุญาตอีกฉบับไม่แล้วเสร็จ ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจำนวน 14 คน โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน เพื่อเร่งตรวจสอบสาเหตุและข้อบกพร่องที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายสิริพงศ์ กล่าวถึงความคืบหน้ารายละเอียดที่จะเยียวยาผู้เสียหาย ว่า กรณีการเยียวยาให้กับผู้ที่เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนเงินที่จะใช้ในการเยียวยามียอดเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เนื่องจากนายกรัฐมนตรีสั่งการในระดมทุกภาคส่วน สำหรับยอดเยียวยาในครั้งนี้ ยังไม่รวมกับยอดกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยของสำนักนายกฯรัฐมนตรี ซึ่งจะมีการเพิ่มเติมมา ในเบื้องต้นสำหรับผู้ที่เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยา 2,390,000 บาท ส่วนกรณีค่าปลงศพผู้เสียชีวิตสามารถเบิกจ่ายได้จริงทุกบาท และจะทำการจัดเงินสนับสนุนไปให้ โดยย้ำว่าจ่ายจริงตามที่ทายาทผู้จัดงานมีค่าใช่จ่าย ส่วนที่เหลือจะจ่ายให้เมื่อมีการจัดส่งรายชื่อผู้เป็นทายาทโดยธรรมให้เรียบร้อย สำหรับกรณีที่ได้รับบาดเจ็บทั้งบาดเจ็บเล็กน้อยและบาดเจ็บสาหัสในเบื้องต้นเริ่มต้น 130,000 บาท ส่วนบาดเจ็บถึงขั้นที่ต้องผ่าตัดอยู่ที่ 1,000,000 บาท ขณะที่คนที่ยังได้รับการรักษาพยาบาลอยู่ในตอนนี้ทางกระทรวงจะดูแลค่าใช้จ่ายให้ ส่วนผู้บาดเจ็บที่กลับบ้านจะมีการติดต่อเพื่อให้เงินเยียวยา

นายสิริพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงประเด็นที่รัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในเรื่องของการดำเนินผลของการสืบสวนและการดำเนินคดี ให้พี่น้องประชาชนได้มีความสบายใจ ในส่วนของการดำเนินการเรื่องเกี่ยวกับความรับผิดชอบจะมียู่ 3 ส่วนหลัก ส่วนที่ 1 คือความรับผิดทางอาญา ในเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดจากการกระทำผิดของพนักงานขับรถไฟ ซึ่งการรถไฟจะดำเนินตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และการรถไฟจะเป็นเจ้าทุกข์ในการฟ้องร้องคดีกับพนักงานขับรถไฟรายนี้ทันที ความรับผิดชอบทางด้านวินัย ทาง รฟท. และ ขสมก. ก็จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัยตั้งแต่ระดับผู้ปฏิบัติงานไปจนถึงผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น หากผู้บังคับบัญชาละเลยหรือเซ็นรับรองพนักงานที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จะต้องถูกสั่งพักงานได้รับโทษทางวินัยด้วย นอกจากนั้นมาตรการเรื่องความปลอดภัยตาม พ.ร.บ.ราง ได้มีข้อสั่งการให้ตรวจสารเสพติด ในอดีตที่ผ่านมาอาจจะเป็นการตรวจแบบสุ่ม แต่ในปัจจุบันนี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีข้อสั่งการให้มีการตรวจสารเสพติดแบบปูพรม สำหรับพนักงานขับรถไม่ว่าจะเป็นของ รฟท., ขสมก., บขส. และจะต้องมีการตรวจแอลกอฮอล์ทุกวัน และเพื่อให้เกิดความโปร่งใส

ทั้งนี้มีกรรมการที่เป็นกรรมการในหน่วยงานแล้ว นายพิพัฒน์ยังได้ตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีก ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนสบายใจได้ในกรณีของการดำเนินการครั้งนี้ กระทรวงคมนาคมเอาจริงเอาจังอย่างเต็มที่ เพื่อจะให้พี่น้องประชาชนได้ให้ความไว้วางใจและให้ความเชื่อมั่นกับการขนส่งสาธารณะที่จัดโดยกระทรวงคมนาคมอีกครั้ง

ขณะที่นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาราชการแทนผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย แถลงถึงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ ว่า ตนขอแสดงความเสียใจและกราบขอโทษไปที่ครอบครัวผู้สูญเสียทั้งหมด ในส่วนของนายกรัฐมนตรีผู้บริหารกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย ขสมก. ลงไปดูแลในการช่วยเหลือตามที่ได้ให้ข้อมูลไว้

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของใบอนุญาตที่ใช้อยู่ พนักงานของการรถไฟจะมีตำแหน่งที่เรียกว่าเป็นพนักงานขับรถ ซึ่งจะต้องเป็นช่างเครื่องปฏิบัติงานและคุ้นเคยพื้นที่เส้นทางต่างๆ จำนวนเครื่องกั้นสถานีไม่น้อยกว่า 7 ปี จนถึงขั้นมาสอบในการเลื่อนตำแหน่งเป็นพนักงานขับรถ และจะทดสอบเรื่องสุขภาพและสารเสพติด โดยพนักงานทุกคนต้องผ่านกระบวนการนี้ ซึ่งปัจจุบันเรามีพนักงานในอัตราของการรถไฟอยู่ประมาณ 1,200 อัตรา และมีจำนวนพนักงานขับอยู่ 951 อัตรา หลังจากที่มี พ.ร.บ.รางแล้วและมีผลบังคับใข้ วันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา และการรถไฟได้ยื่นเรื่องที่ส่งรายชื่อพนักงานขับรถทั้ง 591 รายชื่อส่งไปที่กรมการขนส่งทางราง ปัจจุบันนี้อยู่ระหว่างการระบุตัวตนผ่านระบบเครือข่ายของกรมการขนส่งทางราง ซึ่งมี 200 กว่ารายที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ส่วนที่เหลือรวมถึงพนักงานผู้ที่เป็นคนขับรถรถไฟที่เกิดอุบัติเหตุ อยู่ระหว่างการรับรอง ซึ่งขบวนการรับรองทั้งหมดต้องเสร็จภายในเดือน ก.ค.69 พนักงานขับรถของการรถไฟ จะเป็นพนักงานที่ได้รับการอนุมัติที่เป็นตำแหน่งการขับรถไฟมีความชำนาญในการใช้เส้นทางต่างๆ

ส่วนกรณีที่พนักงานขับรถไฟที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาเรื่องของคดีอาญา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับพนักงานการรถไฟจำนวน 2 ราย คือพนักงานขับและพนักงานควบคุมเครื่องกั้นถนนหน้าจุดเกิดเหตุดังกล่าว ด้านของพนักงานขับรถตรวจพบเพิ่มเติมกับทางโรงพยาบาลพบว่ามีสารแอมเฟตามีนและสารกัญชาในปัสสาวะ ทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีคำสั่งให้ออกจากงานไว้เพื่อรอการสอบสวนในการพิจารณา โดยทั้ง 2 คน การรถไฟได้ย้ายไปปฏิบัติงานที่อื่น ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเดินรถเพื่อให้พี่น้องสบายใจในเรื่องของการปฎิบัติการ

ทั้งนี้การรถไฟจะจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปเสริมช่วยงานในเครื่องกั้นถนนดังกล่าว เนื่องจากตัวเครื่องกั้นถนนดังกล่าวทำงานค่อนข้างยาก เพราะมีจำนวนรถค่อนข้างเยอะทางการรถไฟได้ส่งเจ้าหน้าที่พนักงานควบคุมเครื่องกั้นไปเพิ่มเติมในการดูแลเรื่องของการทำไม้กั้นลงให้มีความเรียบร้อย และ การดำเนินการตามมาตราการที่กระทรวงคมนาคมได้สั่งการมาการรถไฟจะนำแผนที่เกี่ยวข้อง ทั้งรถขนสินค้าที่จะไม่เข้ามาเดินรถในเขตกรุงเทพชั้นในช่วงเวลา 22.00-04.00 น. รวมถึงการปรับแผนรถโดยสารให้บูรณาการร่วมกับทาง ขสมก. และระบบตั๋วร่วมต่อไป

ด้านนายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุลผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ระบุว่า ขสมก. พร้อมให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามกรอบที่กระทรวงคมนาคมกำหนดไว้ เบื้องต้นได้ดำเนินมาตรการดูแลความปลอดภัยของพนักงานขับรถอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจวัดแอลกอฮอล์เป็นประจำทุกวัน และการตรวจสารเสพติดเป็นระยะ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่นอกจากนี้ ยังได้ออกมาตรการระยะสั้นเพิ่มเติม โดยจัดส่งสายตรวจพิเศษและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประจำจุดเสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณที่รถโดยสารต้องผ่านหรือคร่อมทางรถไฟ เพื่อเพิ่มการกำกับดูแลและลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุซ้ำ ส่วนการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ ขสมก. ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการเขตทั้ง 8 เขต รวมถึงหัวหน้างานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมผู้บาดเจ็บและอำนวยความสะดวกให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 15 ราย และมี 2 รายที่สามารถกลับบ้านได้แล้ว ส่วนการดูแลงานศพและการเยียวยา กระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยผู้อำนวยการ ขสมก. ย้ำว่า ขสมก. รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก และพร้อมให้ความร่วมมือในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบทุกด้าน

ทั้งนี้นายพิพัฒน์ ได้กล่าวถึงประเด็นความรับผิดชอบทางการเมืองว่า ที่ผ่านมาได้มอบนโยบายอย่างชัดเจนว่าความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับที่ 1 มีการกวดขันเรื่องการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์และสารเสพติดของผู้ขับขี่พนักงานควบคุมทั้งรถ เรือ และรถไฟอย่างเคร่งครัด อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริงเชิงลึกว่าเป็นความละเลยของบุคคลใดและต้องมีผู้รับผิดชอบตามลำดับขั้น ซึ่งหากผลการสอบสวนชี้ชัดว่าความผิดพลาดหรือความละเลยนั้นมาถึงตัวตนเอง ในฐานะรัฐมนตรีก็พร้อมที่จะแสดงความรับผิดชอบตามขั้นอย่างตรงไปตรงมาแน่นอน.

Advertisement

แชร์
“พิพัฒน์”เอาจริง! สั่งตรวจสารเสพติด-แอลกอฮอล์ พนง.ขับรถทุกวัน