
วันที่ 18 พ.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึง การทำหน้าที่ในวันสุดท้ายก่อนใบลาออกจะมีผลในเวลา 17.00 น. ว่า คงเป็นการตามเรื่องปกติ และเป็นอีกวันหนึ่งของการทำงาน ซึ่งไม่ได้มีอะไรแตกต่าง มีบางเรื่องที่ยังคงติดค้างก็พยายามมาเคลียร์ วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการมาศึกษาดูงานระบบแอพฯ Traffy Fondue ซึ่งสามารถจะขยายผลไปทั่วประเทศได้เลย สพฐ. มีถึง 20,000 โรงเรียน กทม.มีแค่ 437 โรงเรียน ถ้าเกิดสิ่งที่เราทำมีประโยชน์ กลับ 20,000 โรงเรียน ก็จะเป็นสิ่งที่มีค่ามากๆ ต้องขอบคุณรัฐมนตรีที่ทำให้วันสุดท้ายมีพลัง มากกว่าปกติ
ส่วนภาระงานตอนนี้ถือว่าหมดแล้วหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่มีหรอก งานกทม. ไม่มีหมด เพราะว่าเป็นงานที่ต่อเนื่องไป ไม่มีทางหมดเพราะเมืองก็จะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ก็ต้องส่งไม้ต่อ แต่ข้าราชการประจำก็ยังคงอยู่
ส่วนเรื่องการศึกษา มีความห่วงใยด้านใดเป็นพิเศษ นายชัชชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเป็นห่วงมากๆ ประเทศไทยมีอยู่ 2 เรื่อง ถ้ายังไม่แก้ คือเรื่องการศึกษาและสาธารณสุข ก็จะไม่มีทางลดความเหลื่อมล้ำได้ การศึกษามันไม่เหมือนการสร้างถนน ที่สร้างหนึ่งกิโลแล้วได้หนึ่งกิโล การศึกษาเหมือนต้องหว่านเมล็ดไป แล้วค่อยออกดอกออกผล ต้องใช้ความอดทนแต่เชื่อว่า 4ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่วันแรก เราทำตามรูปแบบที่สำเร็จได้หลายเรื่อง ทั้งเรื่องห้องเรียนต้นแบบ ไปจนถึงการลดภาระครู จนวันนี้เป็นวันสำคัญที่เปิด หลักสูตรอินเตอร์ ครั้งแรกของกทม. ก็มีความก้าวหน้าแต่ก็ต้องเอาจริงเอาจัง และเชื่อว่าจะเป็นตัวสำคัญที่จะลดความเหลื่อมล้ำ ของเมืองของประเทศได้
เมื่อถามย้ำว่า ภายใน 17.00 น. คิดว่าจะสามารถเคลียร์งานจบหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่จบหรอกครับ เดี๋ยวก็กลับแล้ว เพราะ 5 โมงก็อยู่ไม่ได้แล้ว เราไม่ใช่ผู้ว่าฯแล้ว
ช่วงท้ายนายชัชชาติ เปิดเผยว่า หลังจากบินไปต่างประเทศก็น่าจะกลับมาไทยช่วงวันที่ 25-26 พ.ค.
ส่วนจะแถลงข่าวเรื่องนโยบายเลือกตั้งเลยหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า “เดี๋ยวต้องสมัครก่อน”
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวพยายามขอให้เปิดห้องทำงานของผู้ว่าฯ ให้ดู นายชัชชาติ หันมาบอกว่า ไม่มีอะไรแล้ว ทยอยเก็บของไปหมดแล้ว.
Advertisement